ความสำเร็จของค่ายผู้พิทักษ์ป่า เพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน

ผู้ก่อมลพิษแก่สภาพภูมิอากาศถูกระงับการดำเนินการบนคาบสมุทรกัมปาร์

เรื่องราว - พฤศจิกายน 24, 2552
นักกิจกรรมของเราที่ค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศในอินโดนีเซียประสบความยากลำบากเมื่อเร็วๆ นี้ หลายคนถูกจับกุม สอบปากคำ และส่งตัวออกนอกประเทศ รวมถึงนักข่าวอิสระ นอกจากนี้ตำรวจได้พยายามปิดค่ายลง อย่างไรก็ตามแรงสนับสนุนจากชุมชนในท้องถิ่น ทำให้ค่ายของเราตั้งอยู่ได้ต่อไปในใจกลางป่าฝนแห่งนี้ และทำให้ในขณะนี้กำลังใจและความตั้งใจของผู้ที่ยังคงอยู่ในค่ายแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา ในขณะที่เราเฉลิมฉลองชัยชนะก้าวแรกที่เกิดจากงานของเรา

ผู้ก่อมลพิษให้โลกร้อน ถูกระงับการดำเนินการบนคาบสมุทรกัมปาร์

กระทรวงป่าไม้แห่งอินโดนีเซียได้ระงับการดำเนินการของบริษัท Asia Pacific Resources International Holding Limited (APRIL) บนคาบสมุทรกัมปาร์ ในขณะที่อยู่ระหว่างการสอบสวนใบอนุญาตประกอบการ บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษแห่งนี้ เป็นบริษัทที่นักกิจกรรมของเราหยุดการดำเนินการเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และและในขณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐในท้องถิ่นพยายามอย่างที่สุดที่จะปิดปากเรา เรากำลังสังเกตเห็นแรงสนับสนุนจากทั้งในประเทศและนานาชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมากล้น เพื่อปกป้องป่า กู้วิกฤตโลกร้อนในอินโดนีเซีย และทั่วโลก (Washington Post, Financial Times, TIME, Treehugger)

ปฏิบัติการสันติวิธีเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ

นักกิจกรรม 50 คน หยุดการดำเนินการของ APRIL บนคาบสมุทรกัมปาร์ ทำให้หลายคนถูกจับกุม และถูกสอบปากคำอย่างเข้มข้น และชาวต่างชาติ 11 คนถูกส่งตัวออกนอกประเทศ

ตำรวจได้ออกคำสั่งขับไล่ค่ายของเรา และหลังจากที่ตำรวจผ่อนผันโทษโดยให้อยู่ต่ออีก 24 ชั่วโมง โดยการเจรจาของทีมงานของเราที่ค่าย ชุมชนท้องถิ่น 300 คนได้มาถึงค่ายเพื่อส่งแรงสนับสนุนอันมากล้น ทำให้กดดันหัวหน้าตำรวจให้กลับคำสั่งปิดค่าย ซารา เบอร์ตัน ซึ่งเป็น รองผู้อำนวยการโครงการของเรามาที่ค่าย เพื่อส่งข้อความแสดงพันธะของเราที่มีต่อทั่วโลกในการหยุดการทำลายป่า และเพื่อขอบคุณสมาชิกจากชุมชนท้องถิ่นที่สนับสนุนเรา

ตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นมา ตำรวจได้จับกุม กักตัว และส่งตัวเจ้าหน้าที่รณรงค์อีก 2 คน ออกนอกประเทศ พวกเขามาจากอิตาลีและเบลเยียม และนักข่าว 2 คนจากอินเดียและอิตาลี ทั้งหมดอยู่ระหว่างเดินทางไปยังค่ายพร้อมกับเรา แต่ต้องขอบคุณชุมชนท้องถิ่น ที่ได้แสดงการสนับสนุนอีกครั้ง ทำให้ค่ายของเรายังปฏิบัติการได้ต่อไป

แรงสนับสนุนในประเทศบรรลุจุดสูงสุด ณ การเดินขบวนที่จาการ์ตา

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นักกิจกรรมกรีนพีซและผู้สนับสนุนจากเมืองสำคัญๆ บนเกาะชวา มากกว่า 100 คน ได้เดินขบวนเพื่อสนับสนุนพันธะระดับโลกของประธานาธิบดียูโดโยโน ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอินโดนีเซีย พวกเขากางป้ายผ้าที่เขียนว่า "หยุดเอาแต่พูด ลงมือทำได้แล้ว - ปกป้องป่าเพื่ออนาคตของเรา"

ที่การประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศ G20 เมื่อปลายเดือนกันยายนปีนี้ ที่กรุงพิทส์เบิร์ก ประธานาธิบดียูโดโยโนแสดงพันธะระดับโลก ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน 41% หากได้รับเงินสนับสนุนจากนานาชาติ พันธะนี้ต้องเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจากปริมาณสูงมากในประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศที่พัฒนาแล้วต้องสนับสนุนประเทศที่มีป่าปกคลุมอย่างอินโดนีเซีย โดยให้พันธะจัดตั้งกองทุนปกป้องป่าเขตร้อน คลิกที่นี่เพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหา "ปกป้องป่า เพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน" ของเรา

ทั่วโลกสนับสนุนการปกป้องป่า

หลังจากที่เจ้าหน้าที่รณรงค์ชาวอิตาลี และนักข่าวอิสระชาวอิตาลีถูกกักตัวและส่งตัวออกนอกประเทศ กระทรวงการต่างประเทศของอิตาลีได้ออกแถลงการณ์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเรื่องความสำคัญของการแก้ปัญหาการทำลายป่า ซึ่งเป็นตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1 ใน 5 ส่วน สิ่งนี้ทำให้ซุปเปอร์มาเก็ตของอิตาลีชื่อ Co-Op เขียนจดหมายไปยังผู้จัดหาสินค้า โดยเรียกร้องให้พวกเขาหยุดการทำธุรกิจทุกอย่างกับบริษัทที่เกี่ยวโยงกับการทำลายป่าฝนอินโดนีเซีย ในขณะเดียวกัน ในกรุงโรม ครอบครัวอุรังอุตัง ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ได้ส่งข้อความไปยังประธานาธิบดีเบอร์ลุสโคนี โดยเรียกร้องให้เขา "ตัดคาร์บอนไดออกไซต์ อย่าตัดป่า' กลับมาที่อินโดนีเซีย ทีมงานของเรากางป้ายผ้าในพื้นที่ที่ป่าถูกทำลาย เพื่อส่งข้อความเดียวกันไปยังประธานาธิบดีอินโดนี้เซีย จากที่ที่ป่าถูกทำลายมากที่สุด

ในสวิตเซอร์แลนด์ อุรังอุตังไร้บ้านแย่งความสนใจที่หน้ากระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในเมืองหลวง พวกเขาตั้งค่ายบนต้นไม้ นอกอาคารของกระทรวงต่างๆ ทั้งคืน เพื่อเรียกร้องความสนใจของผู้นำประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไปที่ประเด็นการทำลายป่า

ในเนเธอร์แลนด์ นายกรัฐมนตรีแจน ปีเตอร์ บัลเคเนนเด้ ได้รับการกระตุ้นให้บรรลุข้อตกลงอันแข็งแกร่ง ณ กรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนหน้า เมื่อ คำขอพรถูกวางไว้ในรองเท้าหลายพันคู่ ที่ถูกนำไปจัดเรียง ณ จตุรัสกลางเมืองฮ๊าก โดยอาสาสมัครกรีนพีซในเนเธอแลนด์ ตามธรรมเนียมของเนเธอแลนด์นั้น เด็กๆ จะวางรองเท้าไว้ให้ ซินเตอร์คลาส (ภาษาดัชของคำว่าซานตาคลอส) และหวังที่จะได้ของขวัญตอบแทน ในปีนี้เราเรียกร้องข้อตกลงที่ดีเยี่ยม ณ กรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งรวมถึงกองทุนปกป้องป่า

ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโคเปนเฮเกน

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกประมาณ 1 ใน 5 ส่วน (20%) มาจากการทำลายป่า ทำให้เป็นหนึ่งในสาเหตุรากฐานของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เราจะปัดเป่าวิกฤตนี้ได้หากโอบามา เมอร์เคล ซาร์โคซี บราวน์ และ ผู้นำโลกคนอื่นๆ มีพันธะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในปริมาณสูงกว่านี้มาก และจัดหากองทุนที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่ประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย จะสามารถหยุดการทำลายป่าได้ หากพวกเขาล้มเหลว เราจะประสบกับการสูญพันธุ์หมู่มาก อุทกภัย ภัยแล้ง และ ความอดอยาก ก่อนสิ้นทศวรรษนี้ เราคาดหวังว่าข้อตกลงสภาพภูมิอากาศฉบับนี้จะบรรจุกลไกการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศที่กำลังพัฒนา (REDD) เข้าไว้ด้วย กลไกนี้จะทำให้สามารถจัดหาเงินทุนที่จำเป็นสำหรับประเทศต่างๆ เช่น บราซิล และอินโดนีเซีย เพื่อหยุดการตัดไม้ทำลายป่า

พื้นที่ป่ามากกว่า 10,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นป่าฝนเขตร้อน ถูกทำลายในทุกๆ เดือน ซึ่งเท่ากับป่าพื้นที่เท่าสนามฟุตบอล 1 สนาม ถูกทำลายในทุกๆ 2 วินาที อินโดนีเซียกลายเป็นผู้ก่อมลพิษต่อสภาพภูมิอากาศอันดับที่ 3 ของโลก รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา เพราะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ปริมาณมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการทำลายป่าและป่าพรุ ป่าพรุบนคาบสมุทรกัมปาร์ก่อตัวเป็นหนึ่งในพื้นที่ "จม" คาร์บอนตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบ้านของสายพันธุ์ที่หายาก รวมถึงอุรังอุตัง และเสือสุมาตรา

เราก่อตั้งค่ายผู้พิทักษ์ป่า เพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน ในอินโดนีเซียเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อเรียกร้องความสนใจเร่งด่วนไปที่บทบาทของการทำลายป่าฝนและป่าพรุมีต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับอันตราย ในระหว่างการนับถอยหลังสู่การประชุมสุดยอดของสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในเดือนธันวาคมนี้

บริษัทเยื่อกระดาษและกระดาษแห่งเอเชีย (Asia Pulp and Paper; APP) และ APRIL ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญนั้น เป็นผู้ขับเคลื่อนรายหลักของการทำลายป่าฝนและป่าพรุบนคาบสมุทรกัมปาร์ เราหวังว่าเจ้าหน้าที่ภาครัฐของอินโดนีเซียจะหยุดระรานผู้ที่รณรงค์ประท้วงอย่างสันติ ที่กำลังพยายามช่วยประธานาธิบดียูโดโยโนให้เติมเต็มพันธะที่เขาให้ไว้เกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ปริมาณมหาศาล และหันไปเดินหน้าสอบสวนบริษัทต่างๆ เช่น APRIL ที่กำลังทำลายป่าในอินโดนีเซีย และเป็นตัวการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก

ติดตามข่าวล่าสุดจากบล็อกผู้พิทักษ์ป่า

ลงชื่อเรียกร้องประธานาธิบดีอินโดนีเซีย

การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์จากการทำลายป่าในอินโดนีเซีย คิดเป็น 20% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ทั่วโลก ช่วยกันส่งจดหมายถึงประธานาธิบดียูโดโยโน แห่งอินโดนีเซีย ให้ยับยั้งการตัดไม้ทำลายป่า ไม่ใช่ยับยั้งการรณรงค์ของกรีนพีซในการพิทักษ์สภาพภูมิอากาศ

สนับสนุนเรา

ค่ายผู้พิทักษ์ป่า เพื่อกู้วิกฤตโลกร้อนของเราก่อตั้งขึ้นได้โดยอาศัยเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป ท่านสามารถช่วยสร้างอนาคตที่มีสีเขียวและมีสันติภาพที่รอพวกเราทุกคนอยู่ โดยการบริจาคช่วยเหลือเท่าที่ท่านจะทำได้