นักวิชาการเกษตรเห็นด้วยกับหลักการการเกษตรแบบยั่งยืนมากกว่าพืช GMOs

Greenpeace calls for GE-free zones

เรื่องราว - กรกฎาคม 14, 2549
"ต่อสู้เพื่อการเกษตรแบบยั่งยืน" - นี่เป็นการตัดสินใจร่วมกันของตัวแทนจากหน่วยงานเกษตรจังหวัด ๑๒ จังหวัดในประเทศฟิลิปปินส์ ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรภาคประชาชนที่ได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่ในหัวข้อเรื่อง ‘การเกษตรแบบยั่งยืน และ เขตปลอด GMO

กรีนพีซเร่งรัฐบาลท้องถิ่นในส่วนอื่นๆของประเทศให้เป็นเขตปลอดวิศวพันธุกรรม (GE)

ตัวแทนจากหน่วยงานเกษตรจังหวัดใน ลูซอน วิสายาส และ มินดาเนาว์ ร่วมกับ องค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรภาคประชาชนพร้อมใจกันเห็นด้วยกับหลักการการเกษตรแบบยั่งยืน ที่ไม่ใช่วิศวพันธุกรรม ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่หลักประกันอาหารที่แท้จริงในประเทศฟิลิปปินส์ มตินี้เกิดขึ้นระหว่างการประชุมใหญ่ที่จัดขึ้นโดยกรีนพีซ ระหว่างวันที่ ๑๓ ๑๔ กรกฏาคม ๒๕๔๙ ที่มหาวิทยาลัย Ateneo de Manila ในเมืองเคซอนซิตี้

 

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมยังประกาศอย่างหนักแน่นให้รัฐบาลกลับไปทบทวนกฏข้อบังคับในเรื่องของ GMO ที่มีอยู่ในปัจจุบันอีกครั้ง ซึ่งกฎข้อบังคับดังกล่าวเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพข้ามชาติ โดยไม่คำนึงถึงความยั่งยืนของท้องถิ่น และวิถีเกษตรอินทรีย์

 

ประเทศฟิลิปปินส์มีประสพการณ์สั่งสมมากมายในการจัดทำเกษตรยั่งยืนและเกษตรอินทรีย์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการริเริ่มของท้องถิ่น การเปิดประตูการค้าพืช GMO ก็เท่ากับเป็นการทำลายความทุ่มเทที่มีต่อการรักษาความยั่งยืนที่ได้ดำเนินมา กล่าวโดย นายเบนนิดิโต ซันเชส หนึ่งในผู้เข้าร่วมเสวนา และเป็นผู้ประสานงานโครงการ Broad Initiatives for Negros Development

 

รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ผ่านความเห็นชอบต่อการค้าพืชตัดต่อพันธุกรรมครั้งแรกในปี ค.ศ ๒๐๐๒ โดยยินยอมให้มีการปลูกข้าวโพด Bt (Bt corn) ที่เกิดขึ้นจากแรงกดดันจากบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพข้ามชาติจากสหรัฐฯ อาทิเช่น บริษัทมอนซานโต้ เป็นต้น จวบจนถึงปัจจุบัน นโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลได้สะท้อนให้เห็นถึงความลำเอียงที่มีต่อการค้าพืชตัดต่อพันธุกรรม เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีกลอเรีย อรอยโยของฟิลิปปินส์ ได้ประกาศให้สัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคมเป็นสัปดาห์เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเริ่มโครงการใหญ่ของรัฐบาลในการส่งเสริมเทคโนโลยีชีวภาพในการเกษตร ซึ่งรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงด้านพันธุกรรม  กลุ่มบริษัทจากสหรัฐฯ ซึ่งมีบริษัทมอนซานโต้เป็นฐานเหล่านี้ คาดหวังว่ารัฐบาลฟิลิปินส์จะยินยอมให้มีการปลูกพืช GMO มากขึ้นในอนาคตอันใกล้ (๑)

 

ความพยายามของบางเขตพื้นที่ที่ตระหนักถึงอันตรายของพืช GMO อย่างเช่น เมื่อปี ๒๐๐๓ จังหวัดโบฮอลได้ผ่านมติที่ไม่เห็นด้วยให้มีการนำเข้าพืช GMO ปลูกในเขตพื้นที่ของตน มินโดโรโอเรียนเทิล และมารินดุค (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เกาะสวรรค์ทางธรรมชาติ (Organic Haven Islands)’ อันประกอบด้วยเกาะมินโดโร มารินดุค รอมบลอน และพาลาวัน หรือที่เรียกโดยรวมว่า MINAROPA) ซึ่งทั้งสองเกาะก็ได้ออกกฎหมายท้องถิ่นห้ามการนำเข้าพืช GMO มาสู่เกาะของตนเช่นเดียวกัน เมื่อปีที่แล้วจังหวัดนีโกรส ได้มีการลงบันทึกยินยอมการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในหมู่เกาะสวรรค์ทางธรรมชาติของฟิลิปปินส์ (Organic Island of the Philippines) ซึ่งคาดว่าจะผ่านมติความเห็นชอบที่จะไม่นำเข้าพืช GMO เข้ามาในเขตพื้นที่ของตนเช่นเดียวกัน ขณะนี้การบัญญัติกฏมายในลักษณะที่คล้ายกันนี้กำลังอยู่ในระหว่างการผ่านความเห็นชอบในหลายจังหวัดของเขตมินดาเนาว์

 

นโยบายการส่งเสริมการค้าพืช GMO ของรัฐบาล เท่ากับเป็นการนำหายนะมาสู่ภาคการเกษตรของ

ฟิลิปปินส์ พืช GMO สามารถก่อให้เกิดการปนเปื้อนของโครงสร้างโครโมโซม คุกคามต่อการดำรงชีวิตของเกษตรกร และทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ อันจะมีผลต่อเนื่องถึงผู้บริโภคที่จะเกิดมีข้อจำกัดในการเลือกซื้อสินค้าได้ต่อไป ประสพการณ์ในการปลูกพืช GMO ในประเทศอื่นๆ อย่างเช่น การปลูกมะละกอในรัฐฮาวาย และการปลูกฝ้ายในอินเดีย รวมไปถึงการปลูกพืชข้าวโพดในฟิลิปปินส์ ได้บ่งชี้ให้เห็นว่า พืชที่ผ่านขั้นตอนทางวิศวพันธุกรรมนั้น ก่อให้เกิดเป็นภาระที่หนักมากกว่าประโยชน์ที่จะได้รับ

 

กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นในส่วนอื่นๆ ของประเทศ เป็นเขตปลอดวิศวพันธุกรรม การเกษตรที่ปราศจากการตัดต่อพันธุกรรมเท่านั้นที่จะนำไปสู่การเกษตรที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ในส่วนนี้ รัฐบาลกลางควรที่จะพิจารณาลำดับความสำคัญของความพยายามของท้องถิ่นต่อการทำให้ท้องถิ่นของพวกเขาเป็นเขตปลอดพืช GMO เพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน และมุ่งไปที่ผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก มากไปกว่าเจตคติในการทำลายความยั่งยืนของการเกษตรเพียงเพราะเห็นแก่การพัฒนาพืช GMO สิทธิบัตร และตลาดการค้าของกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพข้ามชาติเท่านั้น กล่าวโดยเจ้าหน้าที่รณรงค์ประจำภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ของกรีนพีซ

  

หมายเหตุ

จังหวัดต่างๆ ที่เข้าร่วมการประชุมได้แก่ อาบรา อิสาเบลล่า คามารินนอตเต้ มินโดโร พาลาวัน มารินดุค  มิสามิสออกซิเด้นเทิล อากูซันเดลนอตเต้ เซบู บูคิดนอน ลาเนาว์เดลนอตเต้ โบฮอล และนีโกรสออกซิเด้นเทิล

 

(๑).ประเทศฟิลลปินส์อาจจะกลายเป็นผู้ผลิตพืชเทคโนโลยีชีวภาพที่สำคัญ สัปด์แรกของเดือนกรกฎาคมเป็นสัปดาห์แห่งเทคโนโลยีชีวภาพ DOST เริ่มโครงการเพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีชีวภาพ

 

(๒). ความล้มเหลวของการปลูกมะละกอ GE ในรัฐฮาวาย (กรีนพีซ ๒๐๐๖) เศรษฐศาสตร์ของข้าวโพด BT: ใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์? (กรีนพีซ ๒๐๐๕)