กรีนพีซเสนอแผนพลังงานสะอาดในเอเชีย หยุดหายนะโลกร้อน

เรื่องราว - เมษายน 27, 2550
ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือ IPCC คณะทำงานที่ 3 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ สัปดาห์หน้า กรีนพีซมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียให้ร่วมมือกันหยุดยั้งหายนะจากภาวะโลกร้อน โดยลดเลิกการให้การอุดหนุนทางการเงินต่อพลังงานฟอสซิลโดยเร็ว และตั้งเป้าหมายที่มีผลบังคับใช้ทางกฏหมายสำหรับพลังงานหมุนเวียน พร้อมบังคับให้มีมาตรฐานด้านประสิทธิภาพที่สมบูรณ์แบบสำหรับอุปกรณ์ อาคาร และยานพาหนะที่ใช้พลังงานทุกรูปแบบ

ระดับน้ำในลำตะคอง โคราช ลดลงอย่างมากในเนื่องมาจากความแห้งแล้ง โดยมีผลมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

การประชุม IPCCที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 30 เมษายนนี้ มุ่งหาแนวทางในการยุติภาวะโลกร้อนเป็นสำคัญ ในขณะที่เรารณรงค์เพื่อลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกในปริมาณมหาศาล และพยายามลดการใช้พลังงานสกปรกในประเทศกำลังพัฒนา  เราต้องรับประกันด้วยว่าประเทศกำลังพัฒนาจะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจของตนต่อไปได้ โดยไม่มีปัญหาจากผลกระทบของภาวะโลกร้อนมาซ้ำเติม ประชากรของประเทศกำลังพัฒนาเป็นผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก  สเวน เทสเก ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กรีนพีซสากลกล่าว  เทสเก เป็นผู้ร่วมเขียนรายงาน ปฏิวัติพลังงาน : อนาคตพลังงานที่ยั่งยืนในเอเชียตะวันออกซึ่งนำมาเผยแพร่ในการสัมมนาวันนี้

 

จากผลงานการจัดทำร่วมกันระหว่างกรีนพีซสากล และสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนแห่งยุโรป หรือ EREC ระบุว่า พลังงานหมุนเวียนผนวกกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดสามารถลดความต้องการพลังงานของโลกลงได้ครึ่งหนึ่ง ภายในปี 2050  แผนการปฏิวัติพลังงานฉบับนี้มีเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกลงร้อยละ 50 ภายใน 43 ปีข้างหน้า และจัดหาพลังงานที่ปลอดภัยและเป็นไปได้ รวมทั้งคงไว้ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างมั่นคง

 

สำหรับประเทศไทย การไปถึงเป้าหมายของการลดปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ อนาคตพลังงานที่ยั่งยืนและปลอดภัยได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องออกกฎหมายด้านพลังงานหมุนเวียนมาบังคับใช้ ซึ่งจะนำไปสู่ข้อกำหนดรับประกันราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน อีกทั้งยังต้องเร่งขจัดอุปสรรคจากระบบราชการและระบบเศรษฐกิจที่ขัดขวางการพัฒนาด้านพลังงานหมุนเวียนด้วย  ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและภูมิอากาศของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว และเสริมว่า พลังงานหมุนเวียนเป็นสิ่งที่ต้องแข่งขันกัน หากรัฐบาลลดการให้การอุดหนุนทางการเงินต่อพลังงานฟอสซิล และนำหลักการที่ว่า ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย มาใช้

 

รายงานฉบับนี้พิจารณาถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และให้ความสำคัญกับข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจของแผนการปฏิวัติพลังงาน นอกจากนั้นยังมุ่งให้ความสนใจกับข้อตกลงสำคัญในเรื่องระบบโครงสร้างทางพลังงาน ซึ่งจะเกิดขึ้นจากภาครัฐบาล สถาบันการลงทุน และบริษัทเอกชนที่ดำเนินกิจการด้านสาธารณูปโภค

 

แผนการปฏิวัติพลังงานนี้เกิดขึ้นเพราะโลกกำลังร้องขอแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในเรื่องการจัดหาพลังงานที่เหมาะสมต่อความต้องการ โดยไม่ต้องพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน  เราแสดงให้เห็นว่า โลกเราสามารถมีพลังงาน หมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเราสามารถบรรลุความต้องการและความมีประสิทธิภาพทางพลังงานได้  เราสามารถทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้พร้อมๆ กับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งเราต้องลดการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่เป็นอันตรายและก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น ถ่านหิน และนิวเคลียร์วอน เฮอร์นานเดซ ผู้อำนวยการฝ่ายงานรณรงค์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สรุปทิ้งท้าย

 

สำเนาของรายงาน ปฏิวัติพลังงาน : อนาคตพลังงานที่ยั่งยืนในเอเชียตะวันออก สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.greenpeace.org/energyrevolution และ www.energyblueprint.info