กรีนพีซประณามอุตสาหกรรมถ่านหินที่บาหลี

ขณะที่กลุ่มประเทศอุตสาหกรรม G8 คุยเรื่องการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การประชุมถ่านหินโลกที่บาหลีกลับผลักดันให้ขยายการพัฒนาถ่านหิน

เรื่องราว - มิถุนายน 5, 2550
ประท้วงต้อนรับการเปิดประชุมถ่านหินโลก 2550 ซึ่งเป็นการรวมตัวของอุตสาหกรรมถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย วันนี้ กรีนพีซร่วมกับกลุ่มท้องถิ่นในบาหลีและนักท่องเที่ยวเรียกร้องให้ผู้จัดการประชุมถ่านหินโลกหยุดสนับสนุนถ่านหินซึ่งเป็นตัวการใหญ่ของภาวะโลกร้อนที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย

เจ้าหน้าที่กรีนพีซยืนใต้ร่มกลุ่มลูกโป่งที่เขียนว่า CO2 บริเวณชายหาดกูตาที่มีชื่อเสียงของบาหลี กรีนพีซจัดเฉลิงฉลองวันสิ่งแวดล้อมโลกโดยหยิบยกประเด็นภาวะโลกร้อน

เนอร์ ฮิดายาติ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า การประชุมถ่านหินโลกเป็นการรวมตัวอันไร้จริยธรรมของอุตสาหกรรมที่จะพาเราไปสู่หายนะภัยจากภาวะโลกร้อน อาชญากรโลกร้อนและรัฐบาลอันฉ้อฉลของพวกเขายังคงผลักดันให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ในเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดที่ไม่มีใครเชื่อถือ และการขยายการดำเนินงานด้านเหมืองถ่านหินในภูมิภาคเอเชีย ประเทศที่พัฒนาแล้วที่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม G8 และประเทศในกลุ่มเอเปกซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องและรับผิดชอบต่อวิกฤตการณ์สภาพภูมิอากาศนี้ แทนที่จะแบกภาระความรับผิดชอบ กลับมีการผลักดันถ่านหินในประเทศกำลังพัฒนา

 

กรีนพีซได้จัดขบวนพาเหรดประกอบด้วยโครงสร้างที่เป็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ซึ่งคืออุตสาหกรรมถ่านหิน-แหล่งกำเนิดหลักของก๊าซเรือนกระจกที่ทำลายภูมิอากาศ

 

เนอร์ ฮิดายาติ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มเติมว่า เรากำลังเผชิญกับเรื่องเร่งด่วนทางภูมิอากาศ คาร์บอนไดออกไซด์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเป็นแรงผลักสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เพิ่มปริมาณขึ้นในอัตราเร่งกว่าที่เคยคาดกันไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความพยายามที่จะทำให้เศรษฐกิจของอินโดนีเซียขึ้นอยู่กับการส่งออกถ่านหินและการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินมากขึ้นถือเป็นความเสี่ยงมหาศาลซึ่งจะหวนกลับมาในรูปของผลกระทบจากภาวะโลกร้อนซึ่งอินโดนีเซียไม่ได้เตรียมรับมือ ถ่านหินจะชนะหากอินโดนีเซียรับเอาการพัฒนาถ่านหิน แทนที่จะพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดที่มีอย่างมหาศาลและนำมาใช้ได้ในเชิงพาณิชย์

 

ผู้เข้าร่วมประชุมถ่านหินโลกในปี 2550 นี้มาจากผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่ของโลก นักพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินจากเอเชียและประเทศตะวันตก ที่น่าสนใจก็คือ เป็นการประชุมที่จัดขึ้นไล่เลี่ยกับการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ G8 ที่เยอรมนีซึ่งประเด็นภาวะโลกร้อนเป็นวาระสำคัญ และการประชุมรัฐมนตรีพลังงานของกลุ่มประเทศสมาชิกเอเปกที่เมืองดาร์วิน ออสเตรเลีย เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลียไม่ได้ลงนามในพิธีสารเกียวโตและได้ริเริ่มแผนในระดับภูมิภาคในการขยายอุตสาหกรรมถ่านหินให้กับประเทศต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซีย

 

แคเทอรีน ฟิซพาทริก-กรีนพีซ ออสเตรเลีย กล่าวว่า เอเปกควรที่จะผลักดันวิสัยทัศน์ของความร่วมมือด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคโดยให้ความสำคัญเป็นอย่างแรกกับพลังงานหมุนเวียนและทำให้ถ่านหินเป็นประวัติศาสตร์ มันไม่ควรเป็นเพียงการประชุมเพื่อพูดคุยและออกมาเป็นผลประโยชน์เข้ากระเป๋าอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกพ่อค้าถ่านหิน ข้อตกลงพลังงานของเอเปกชุดใหม่ควรมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนทางการเงิน ทางสถาบัน/องค์กร และทางเทคนิคในการเร่งรัดพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีประสิทธิภาพพลังงานในภูมิภาค