ไฟป่าในอินโดนีเซียลุกลามเป็นภัยคุกคามทั่วโลก

กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียหยุดการเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ในป่าพรุ

เรื่องราว - กรกฎาคม 12, 2550
กรีนพีซรุกรัฐบาลอินโดนีเซียให้ประกาศหยุดการกระทำชั่วคราวในการเปลี่ยนแปลงประโยชน์ใช้สอยและการทำลายป่าพรุทันที เพื่อหยุดวงจรไฟป่าประจำปีของประเทศ ซึ่งขณะนี้กลายมาเป็นภัยคุกคามของโลกอันมีส่วนทำให้เกิดปัญหาในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเห็นได้ชัด

ควันคลุ้งทั่วป่าพรุที่ถูกไฟไหม้ในกัวลาชินาคู จ.เรียอูอินโดนีเซีย พื้นที่นี้เป็นของนายทุนบริษัทปาล์มน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และถูกไฟไหม้อย่างจงใจหลายครั้งนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.เป็นต้นมา

ทีมนักรณรงค์จากกรีนพีซถูกส่งไปยังเรียอูเพื่อเป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าซึ่งลุกไหม้อย่างรวดเร็วอีกครั้งในจังหวัดเรียอู ทั้งๆ ที่รัฐบาลให้สัญญาอยู่บ่อยครั้งที่จะหยุดหายนะภัยประจำปีนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ข้อมูลอ้างอิงจากธนาคารโลกระบุว่า ปัจจุบัน อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองแค่ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตัดไม้ทำลายป่า การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และไฟไหม้ป่า (จากรายงานเรื่อง อินโดนีเซียและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจัดพิมพ์โดย ธนาคารโลกและรัฐบาลของเครือจักรภพอังกฤษ ในเดือนมิถุนายน 2550)

 

ฮัปโซโร ผู้ประสานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า วงจรของไฟป่าที่ไม่มีที่สิ้นสุดและการตัดไม้ทำลายป่าในอินโดนีเซียจำต้องถูกมองเป็นปัญหาระดับโลกในตอนนี้ เพราะประเทศของเรามีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมาก นอกเหนือจากลมปากเป่าหูบ่อยครั้งและการใช้ถ้อยคำชักจูงโน้มน้าวจากเจ้าหน้าที่รัฐทุกครั้งที่เกิดไฟไหม้ป่าขึ้นมา รัฐบาลจะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนกว่านี้ที่จะป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้น เริ่มต้นจากการหยุดการทำลายและการเปลี่ยนแปลงประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่ป่าพรุทั่วประเทศ

 

จากรายงานฉบับที่ 4 ประจำปี 2550 ในการประชุมของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ (IPCC) ได้วางประเทศอินโดนีเซียไว้เป็นจุดสังเกตุของโลก โดยระบุว่าประมาณ 50 เปอร์เซนต์ของศักยภาพในการลดปริมาณการปล่อยแก๊สเรือนกระจกทั่วโลกจะสำเร็จลุล่วงได้โดยการลดการปล่อยแก๊สที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า อินโดนีเซียมีพื้นที่ป่าโบราณซึ่งยังไม่ถูกทำลายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย แต่พื้นที่ป่าเหล่านี้ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วกว่าพื้นที่อื่นในโลก

 

ข้อมูลภาคสนามในจังหวัดเรียอู ซึ่งจัดทำโดยกรีนพีซเมื่อเร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างไฟป่าและการเปลี่ยนแปลงประโยชน์ใช้สอยของป่าพรุ โดยการดำเนินการของบริษัทปาล์มน้ำมันในจังหวัด แผนที่ภาพถ่ายทางดาวเทียมล่าสุดของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าก็ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างไฟป่าและพื้นที่สวนที่ต่างกันซึ่งถูกจัดการในพื้นที่

 

การผสมผสานของการเปลี่ยนแปลงประโยชน์ใช้สอยในป่าพรุและไฟป่าเป็นสาเหตุของความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมทั่วโลก อันเกิดจากการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมหาศาลออกสู่ชั้นบรรยากาศ และยังเป็นการเพิ่มปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้หนักข้อขึ้นด้วย

 

อินโดนีเซียกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพในการประชุมระหว่างรัฐบาลที่สำคัญที่สุดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะจัดขึ้นที่บาหลีในเดือนธันวาคมนี้ เราหวังว่ารัฐบาลจะใช้โอกาสนี้เพื่อแสดงให้โลกรู้ถึงวิธีที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตของโลกนี้ นอกจากการพยายามหาการสนับสนุนของชุมชนระหว่างประเทศ รัฐบาลจะต้องแสดงความจริงใจโดยการหยุดการเดินหน้าทำลายป่าพรุ มันต้องมีกฎหมายบังคับที่เข้มงวดสำหรับผู้ฝ่าฝืน ซึ่งรวมถึงบริษัทปาล์มน้ำมันและสวนต่างๆ ที่จงใจจุดไฟเผาป่าในรูปของการดำเนินการในที่โล่งบนที่ดินของพวกเขาฮัปโซโรกล่าวเสริม

ร่วมรณรงค์

บริจาคเพื่อสนับสนุนการรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้ที่นี่

หมวด