กรีนพีซรมควันกระทรวงป่าไม้อินโด โทษฐานล้มเหลวแก้วิกฤตไฟป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรื่องราว - ตุลาคม 6, 2549
อาสาสมัครกรีนพีซรมควันกระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเซีย ตอกย้ำความล้มเหลวของภาครัฐในการหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงแผ้วถางป่าจนก่อให้เกิดวิกฤตไฟป่า และควันไฟแผ่ปกคลุมหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาสาสมัครแขวนป้ายผ้า “หยุดถางป่า” เรียกร้องให้รัฐมนตรีป่าไม้ออกมาตรการโดยทันทีให้หยุดแผ้วถางป่าในผืนป่าที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดบนเกาะสุมาตรา และกลิมันตัน เพื่อยุติวิกฤตไฟป่า และควันไฟ ที่คุกคามสุขภาพของประชาชนหลายล้านคนทั่วภูมิภาคขณะนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเชีย M.S. Kaban แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีกรีนพีซปล่อยควัน และแขวนป้ายผ้าที่กระทรวงวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา เรียกร้องให้ยุติข้อตกลงการตัดไม้

อาสาสมัครกรีนพีซปล่อยควันไฟเข้าไปในตึกของกระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเชียในจาการ์ต้า เรียกร้องให้หยุดข้อตกลงที่จะตัดไม้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดไฟไหม้และหมอกควัน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ควันไฟที่มีต้นตอจากจังหวัดราอู และกลิมันตันกลาง ซึ่งเป็นป่าผืนสุดท้ายของอินโดนีเซีย แผ่ปกคลุมถึงสิงคโปร์ มาเลเซีย และหลายพื้นที่ในอินโดนีเซีย โดยควันไฟเหล่านี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพของอากาศ บดบังแสงอาทิตย์ และทัศนวิสัยไม่ดี สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ ระบุว่า ในปีนี้ระดับมลภาวะในอากาศสูงที่สุดจากผลกระทบจากควันไฟ

 

ผืนป่าบนเกาะสุมาตรา และกลิมันตัน ซึ่งถูกคุกคามอย่างหนักจากการทำลายป่า เป็นถิ่นที่อยู่สำคัญของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์เช่นแรดสุมาตรา เสือ อุรังอูตัง และช้างเอเชีย ผืนป่าเหล่านี้ถูกแผ้วถาง และเปลี่ยนสภาพเป็นป่าปลูกเพื่อป้อนอุตสาหกรรมกระดาษ และทำสวนปาล์มน้ำมัน การแผ้วถางป่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดไฟป่า และเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างถาวร

 

ฮับโซโร ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การตรวจสอบของกรีนพีซตลอดเดือนที่ผ่านมา เราพบว่า อุตสาหกรรมตัดไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นผู้ครอบครองสัมปทานตัดไม้มากกว่าเกษตรกรรายย่อย ดังนั้นจึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบวิกฤตควันไฟเหล่านี้ เป็นที่ชัดเจนอย่างยิ่งว่า การให้สัมปทานตัดไม้เป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดไฟป่า และการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องปีละครั้ง รัฐมนตรีป่าไม้จะต้องยุติการแผ้วถางป่าเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดไฟป่าที่ไม่สามารถควบคุมได้

อาสาสมัครกรีนพีซแขวนป้านผ้าขนาดใหญ่มีข้อความว่า "Stop Forest Conversion" เรียกร้องให้รัฐบาลว่าการกระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเชียให้หยุดการทำลายป่าในสุมาตราและกลิมันตัน © Greenpeace / Shailendra Yashwant

การเปลี่ยนสภาพป่าพรุ และไฟป่า เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมทั่วโลกที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมหาศาลขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และเชื่อมโยงต่อภาวะการเกิดโลกร้อน

 

กรีนพีซเชื่อว่า ความพยายามทั้งระดับชาติ ภูมิภาค และนานาชาติ จะต้องร่วมกันปกป้องผืนป่าเหล่านี้จากการลักลอบตัดไม้ การเปลี่ยนสภาพป่า และไฟป่า เพื่อปกป้องมนุษย์จากผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อน


กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียต้อง

1.        ยุติการแผ้วถางระบบนิเวศของป่าพรุที่อ่อนไหวต่อการถูกคุกคาม รวมทั้งยุติการขยายพื้นที่ปลูกป่าป้อนอุตสาหกรรมกระดาษ และทำสวนปาล์มน้ำมัน

2.        สอบสวน และระงับการดำเนินการของบริษัทที่รับสัมปทาน เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมและแผ้วถางป่า

3.     เพิ่มกลไกถาวรในการประเมินความอ่อนไหว พัฒนาโครงสร้างสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค และประเมินยุทธศาสตร์การปรับตัวซึ่งพิจารณาจากความอ่อนไหวของชุมชนท้องถิ่น และพันธุ์พืชพื้นเมือง

ร่วมบริจาค

ท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้โดยบริจาค ที่นี่

หมวด