วิกฤตน้ำบาดาลในไทย สาเหตุจากใช้ปุ๋ยปริมาณมาก

รายงานกรีนพีซพบสารพิษปนเปื้อนน้ำบาดาลไทยสูงเกินค่ามาตรฐาน

เรื่องราว - พฤศจิกายน 22, 2550
กรีนพีซเผยรายงานล่าสุด ระบุน้ำบาดาลรอบพื้นที่เกษตรกรรมในไทยปนเปื้อนไนเตรทปริมาณสูง ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพในระยะยาวได้

รายงาน " ไนเตรทกับคุณภาพน้ำใต้ดินในประเทศไทย" เปิดเผยว่าการใช้ปุ๋ยเพื่อการเกษตรในปริมาณมากมีส่วนทำให้ไนเตรทปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำบาดาล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชน (1) กรีนพีซตรวจสอบตัวอย่างน้ำบาดาลที่เก็บจากประเทศฟิลิปปินส์และไทยพบว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของน้ำบาดาลที่ใช้ดื่มของทั้งสองประเทศมีไนเตรทปนเปื้อนในปริมาณสูง บริเวณที่พบมากที่สุดคือพื้นที่เพาะปลูกหน่อไม้ฝรั่ง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีไนเตรทปนเปื้อนสูงกว่า 3 เท่าของมาตรฐานความปลอดภัยในน้ำดื่มองค์การอนามัยโลก (WHO) และมากกว่า 3 เท่าของมาตรฐานน้ำใต้ดินที่ใช้ดื่มของกรมควบคุมมลพิษ

"เราพบไนเตรทปนเปื้อนในแหล่งน้ำบาดาลบริเวณพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดกาญจนบุรีและสุพรรณบุรี ซึ่งกรณีนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ปุ๋ยปริมาณมากกับการเกิดวิกฤตน้ำบาดาล ว่าการปนเปื้อนของไนเตรทในแหล่งน้ำบาดาลมักจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการใช้ปุ๋ยในปริมาณมาก สิ่งที่น่าวิตกกังวลมากก็คือทารกและผู้ที่ดื่มน้ำจากพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบในระยะยาวต่อสุขภาพ เช่น โรคมะเร็งหลายประเภท" เรเยส ทิราโด นักวิทยาศาสตร์จาก ศูนย์วิจัยและทดลองของกรีนพีซ มหาวิทยาลัยเอ็กเซ็ทเตอร์ ประเทศอังกฤษกล่าว   

อันตรายที่น่ากลัวที่สุดของการปนเปื้อนไนเตรท คือ โรค Blue Baby หรือ Methemoglobinema ซึ่งจะเกิดกับทารกโดยเฉพาะทารกที่มีอายุต่ำกว่า 4 เดือนที่ดื่มน้ำที่ปนเปื้อนไนเตรท โรค Blue Baby นี้สามารถทำให้เกิดอาการผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเนื่องจากขาดออกซิเจน ปวดหัว มึนงง อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หมดสติ กล้ามเนื้อเกร็ง หายใจติดขัด และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้น้ำที่ปนเปื้อนไนเตรทยังสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน และมะเร็งรังไข่ได้

"เราเชื่อว่าเกษตรกรรมเพื่อผลิตอาหารให้มนุษย์สามารถพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำได้ เพราะน้ำสะอาดและปลอดภัยเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของมนุษย์" ณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายงานยังระบุว่าแหล่งน้ำบริเวณพื้นที่เพาะปลูกหน่อไม้ฝรั่ง 6 แห่งใน 11 แห่งของจังหวัดกาญจนบุรีมีปริมาณไนเตรทสูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัยในน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก ส่วนที่จังหวัดสุพรรณบุรีพบว่ามี 2 แห่งที่สูงเกินกว่าค่ามาตรฐานดังกล่าว

"ผลการศึกษาในครั้งนี้ทำให้เราทราบว่ามลพิษที่พบในแหล่งน้ำไม่ได้มาจากภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียวแต่ยังมาจากภาคเกษตรกรรมด้วย ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรมีมาตรการจัดการกับปัญหามลพิษทางน้ำจากมลพิษภาคเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพิจารณาออกกฎหมายปกป้องน้ำบาดาล" นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

ก่อนหน้านี้กรีนพีซเปิดเผยการปนเปื้อนของโลหะหนัก ได้แก่ ตะกั่ว ทองแดง และสังกะสี ในน้ำบาดาลของบ้านหนองเป็ด ซึ่งอยู่บริเวณติดกับนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือจังหวัดลำพูน (3)

"เราเชื่อว่าเกษตรกรรมเพื่อผลิตอาหารให้มนุษย์สามารถพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำได้ เพราะน้ำสะอาดและปลอดภัยเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของมนุษย์ รัฐบาลจึงควรปกป้องแหล่งน้ำอย่างจริงจังโดยออกมาตรการควบคุมปริมาณการใช้ปุ๋ย  หาวิธีจัดการเพื่อลดการสูญเสียของปุ๋ยจากหน้าดิน สนับสนุนเกษตรกรรมแบบยั่งยืน เพื่อปกป้องให้แหล่งน้ำสะอาดและปลอดภัยจากสารพิษ" ณัฐวิภากล่าวเสริม

รายงาน "ไนเตรทกับคุณภาพน้ำใต้ดินในประเทศไทย" สามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่

(1) ทิราโด เรเยส. ไนเตรทกับคุณภาพน้ำใต้ดินในประเทศไทย พ.ศ. 2550 (2) องค์การอนามัยโลกกำหนดเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยน้ำดื่ม โดยให้มีไนเตรทปนเปื้อนสูงสุดไม่เกิน 50 มิลลิกรัม/ลิตร แต่ตัวอย่างน้ำที่เก็บจากแหล่งนำใต้ดินใกล้พื้นที่เพาะปลูกหน่อไม้ฝรั่งในจังหวัดกาญจนบุรีพบว่ามีค่าสูงถึง 152 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานถึง 3 เท่า (3) รายงานสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำโดยสังเขป จากการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิของหนวยงานที่เกี่ยวข้องและการสํารวจภาคสนามของกรีนพีซ - ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/1408546/waterreport

ลงมือทำ

เป็นสมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์ หรือ Cyberactivist ของกรีนพีซ ร่วมเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยการออกเสียง และส่งต่อข่าวสารสิ่งแวดล้อม มีหลายสิ่งที่คุณทำได้ เพื่อปกป้องโลกอันบอบบางใบนี้ สมัครรับจดหมายข่าวสิ่งแวดล้อม เพื่อรับวิธีการง่ายๆ ที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

ร่วมบริจาค

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ไม่รับเงินจากภาครัฐบาล และเอกชน ความเป็นอิสระทางการเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกที่ช่วยเราตามกำลังความสามารถ โปรดสนับสนุนเรา

หมวด
ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า