เรือกรีนพีซขัดขวางเรือบรรทุกน้ำมันปาล์ม

เรื่องราว - พฤศจิกายน 16, 2550
เรือเรนโบว์ วอริเออร์ที่ติดป้าย “น้ำมันปาล์มฆ่าป่าและภูมิอากาศ” ได้ทอดสมอข้างเรือบรรทุกน้ำมันปาล์มเพื่อขัดขวางไม่ให้ออกจากท่าเรือ เรือของเราลอยลำอยู่ใกล้เรือบรรทุกน้ำมันมากพอที่เรือลากจะไม่สามารถลากเรือบรรทุกน้ำมันออกจากท่าเรือได้

เรือเรนโบว์ วอริเออร์ที่ติดป้าย “น้ำมันปาล์มฆ่าป่าและภูมิอากาศ” ได้ทอดสมอข้างเรือบรรทุกน้ำมันที่ชื่อ เอ็มที เวสตามา ซึ่งบรรรทุกน้ำมันปาล์มมากกว่า 30,000 ตัน เพื่อขัดขวางไม่ให้ออกจากท่าเรือ ในเมืองดูไม อินโดนีเซีย

เรือบรรทุกน้ำมันลำนั้นมีขนาดใหญ่ โดยบรรทุกน้ำมันปาล์ม 33,000 ตัน เรือเรนโบว์ วอริเออร์มีสมอ 2 ตัวที่ทอดจากหัวเรือ โดย 1 ตัวอยู่ใต้เรือของเรา และลูกเรือได้ขึงเชือกจากด้านท้ายเรือเข้ากับโซ่ของสมอเรือ วิธีนี้ทำให้เรนโบว์ วอริเออร์ไม่แกว่งไปมาโดยกระแสคลื่นหรือลม ดังนั้นจึงลอยลำอยู่ในตำแหน่งที่ดี

น้ำมันปาล์มไม่ดีอย่างไร

เรือบรรทุกน้ำมันปาล์มลำนี้กำลังมุ่งหน้าสู่อินเดีย แต่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มนั้น ท่าเรือที่ดูไมมีเรือบรรทุกน้ำมันปาล์มหลายลำที่นำมาจากพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ป่าฝน

บริษัทส่งออกมีชื่อว่า เพอร์มาตา ฮิเจา ซาวิต โดยบริษัทนี้จัดหาน้ำมันมาจากบริษัทที่เป็นที่รู้กันว่าเกี่ยวข้องกับการทำลายป่าและไฟป่าบนป่าพรุในจังหวัดรีอาล อินโดนีเซีย

การขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเข้าไปในพื้นที่ป่าและป่าพรุเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อสภาพภูมิอากาศทั่วโลกและต่อป่าที่เหลืออยู่ของอินโดนีเซีย แผนการขยายพื้นที่ปลูกในจังหวัดรีอาลเพียงแห่งเดียวมีความเป็นไปได้ที่จะจุดชนวน "ระเบิดเวลาของสภาพภูมิอากาศ" ป่าพรุของรีอาลกักเก็บก๊าซคาร์บอนไว้มหาศาลถึง 14.6 พันล้านตัน ซึ่งเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก 1 ปี

น้ำมันปาล์มเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ใช้ในเครื่องสำอาง และใช้ผลิตอาหารขบเคี้ยว เช่น พริงเกิ้ลและคิทแคท นอกจากนี้ยังใช้สำหรับเชื้อเพลิงชีวภาพ

การลงมือปฏิบัติที่ท่าเรือและในป่า

"ลูกเรือและกัปตันทำงานได้อย่างน่าทึ่งโดยการนำเราเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะที่ทั้งสงบนิ่ง ราบเรียบ และอยู่ในความควบคุม" ซู คอนเนอร์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ของกรีนพีซสากล ที่ร่วมเดินทางไปกับเรนโบว์ วอริเออร์ กล่าว "การตัดไม้ การดึงน้ำออก และการเผาป่าพรุอินโดนีเซียปล่อยก๊าซคาร์บอนที่กักเก็บไว้ในป่าพรุของอินโดนีเซียกลับคืนสู่บรรยากาศ สิ่งนี้ทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 3 และนี่คือเหตุผลที่เรามาที่นี่ในวันนี้"

นอกจากนี้เรายังจะปฏิบัติการแบบสันติวิธีในป่าพรุที่นี่ด้วย ดินพรุของรีอาลมีความเข้มข้นของคาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ต่อ 6.25 ไร่สูงที่สุดในโลก แต่ในขณะที่ป่าถูกถาง ดึงน้ำออก และเผา ทำให้คาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ถูกปล่อยออกมา

วิธีแก้ปัญหาของเรา คือ การหยุดดึงน้ำออก ด้วยความช่วยเหลือจากผู้คนในท้องถิ่น นักกิจกรรมในค่ายผู้พิทักษ์ป่าของเราได้ สร้างเขื่อนชั่วคราวเพื่อหยุดการดึงน้ำออกจากคลองต่างๆ สิ่งนี้จะช่วยป้องกันป่าพรุไม่ให้เหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหลักออกสู่บรรยากาศ

อีกไม่ถึง 3 เดือน อินโดนีเซียจะจัดประชุมในบาหลี ที่ซึ่งรัฐบาลจากประเทศต่างๆ จะตัดสินใจเกี่ยวกับขั้นต่อไปของการรับมือกับภาวะโลกร้อน การมีพันธะสัญญาต่อการหยุดทำลายป่าโดยสิ้นเชิงเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องเป็นผลจากการประชุมในครั้งนั้น

หวังว่าพวกเขาจะได้รับข้อความของเรา

ลงมือทำ

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

บริจาค

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ