เรนโบว์ วอร์ริเออร์ ถึงฟิลิปปินส์ พร้อมแล้วกอบกู้ภาวะโลกร้อน

เรื่องราว - ตุลาคม 28, 2548
เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ของกรีนพีซเดินทางถึงฟิลิปปินส์แล้ววันนี้ เพื่อเรียกร้องไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เร่งแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนด้วยการยุติการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและหันไปใช้พลังงานสะอาด

Puerto Princes, Palawan, Philippines, 28 October 2005- Greenpeace flagship, the Rainbow Warrior, arrives in the Philippines calling on governments of Southeast Asia o urgently tackle climate change by moving to clean energy and away from fossil fuels such as coal. The Rainbow Warrior has embarked on the “Asia Energy Revolution Tour” of Australia, China, Philippines and Thailand. In the Philippines, Greenpeace is campaigning for the government to generate 10% of the country’s energy supply from the sun, wind and modern biomass by 2010.

Puerto Princes, Palawan, Philippines, 28 October 2005- Greenpeace flagship, the Rainbow Warrior, arrives in the Philippines calling on governments of Southeast Asia o urgently tackle climate change by moving to clean energy and away from fossil fuels such as coal. The Rainbow Warrior has embarked on the “Asia Energy Revolution Tour” of Australia, China, Philippines and Thailand. In the Philippines, Greenpeace is campaigning for the government to generate 10% of the country’s energy supply from the sun, wind and modern biomass by 2010.

เรด คอสแตนติโน ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านภูมิอากาศและพลังงาน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นภูมิภาคที่มีความเปราะบางมากต่อผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อน หลายประเทศในภูมิภาคนี้ เป็นต้นว่า ฟิลิปปินส์ ต้องแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน ภาวะโลกร้อนจะเป็นตัวกำหนดว่าในอนาคตฟิลิปปินส์และประเทศอื่นๆในภูมิภาคจะมีสวัสดิภาพที่ดีหรือเผชิญกับหายนะ

 

กรีนพีซ เตือนว่า ภาวะโลกร้อนจะส่งผลกระทบต่อภาคการพานิชย์ของฟิลิปปินส์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในฐานะที่เป็นศูนย์รวมความหลากหลายที่สุดของมหาสมุทรเขตร้อน เกาะต่างๆ ของฟิลิปปินส์เป็นที่อยู่ของปะการัง 488 ชนิดจาก 500 ชนิดที่มีอยู่ทั่วโลก ความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการังในฟิลิปปินส์ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลายแสนคนในแต่ละปีซึ่งนักท่องเที่ยวเหล่านี้ล้วนเป็นรายได้หลักของประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม แนวปะการังเหล่านี้กำลังอยู่ในระบบนิเวศที่มีความเปราะบางมากที่สุดต่อผลกระทบที่จะเกิดจากโลกร้อน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก อัตราการเกิดปะการังฟอกขาวถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น หากพฤติกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังไม่ลดน้อยลง ปะการังจำนวนมหาศาลเหล่านี้จะตายโดยทันทีที่เกิดภาวะปะการังฟอกขาย (1)

 

วันที่ 29 ตุลาคม 1 พฤศจิกายน เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์จะกางใบไปยังแนวปะการัง Tubbataha อันมีขื่อเสียงระดับโลก และ UNESCO ให้ความคุ้มครองในฐานะเป็นมรดกโลก ระหว่างการสำรวจ กรีนพีซ และสื่อมวลชนจะร่วมเป็นประจักษ์พยานต่อสิ่งที่ฟิลิปปินส์ต้องเผชิญหากภาวะโลกร้อนเลวร้ายไปมากกว่านี้

 

เมื่อเร็วๆ นี้ กรีนพีซเปิดเผยรายงานความแห้งแล้งอย่างรุนแรงซึ่งนักวิทยาศาสตร์หลายคนให้เหตุผลเกี่ยวเนื่องกับภาวะโลกร้อน ที่เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์ ประเทศไทยและกัมพูชา และคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (2)

 

แดเนียล ริซอตติ กัปตันเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ กล่าวว่า ภาวะโลกร้อนเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงต่อโลกของเราในปัจจุบันนี้ และมีแนวโน้มจะยิ่งเลวร้ายมากขึ้นหากเรายังไม่เผชิญกับปัญหา พลังงานสะอาดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ และลม มีความพร้อมต่ออุปสงค์ของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ (3) ฟิลิปปินส์สามารถเป็นผู้นำในการปฎิวัติพลังงานเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนและน้ำมันขึ้นราคาได้

 

 

 

 

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ร่วมรณรงค์ในทัวร์ปฎิวัติพลังงานเอเชีย ใน 4 ประเทศอันได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย เพื่อเรียกร้องเป็นการด่วนให้ยุติการใช้ถ่านหินและสนับสนุนพลังงานสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ในฟิลิปปินส์ กรีนพีซรณรงค์เพื่อให้รัฐบาลหันไปใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวลสมัยใหม่ในการผลิตไฟฟ้าอย่างน้อย 10% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2553

 

กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์อิสระ เผชิญหน้าอย่างสร้างสรรค์และด้วยสันติวิธี เพื่อเปิดโปงปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก และ นำเสนอแนวทางแก้ไข ซึ่งจำเป็นยิ่งต่ออนาคตของสิ่งแวดล้อม และ สันติภาพ

 

หมายเหตุ

1) ด็อกเตอร์ Ove Hoegh-Guldberg กล่าวว่า ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัดมีความหมายเดียวกับหายนะภัยที่จะเกิดกับระบบนิเวศทางทะเลเขตร้อนได้ทั่วทุกแห่งหน

2) สถิติจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย คณะกรรมาธิการการจัดการด้านหายนะภัยแห่งชาติกัมพูชา และศูนย์ข้อมูล ตรวจสอบ และพยากรณ์อากาศของฟิลิปปินส์

3) ห้องปฎิบัติการด้านพลังงานหมุนเวียนแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวว่า ประสิทธิภาพของแหล่งพลังงานลมของฟิลิปปินส์ ซึ่งมีปริมาตร 76,000 เมกะวัตต์ สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่า 7 เท่าของอุปสงค์ด้านไฟฟ้าในประเทศ พลังงานจากแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมายังผืนแผ่นดินขนาดครึ่งหนึ่งของเมืองเกซอนซิตี้ สามารถนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของประชากรได้ทั้งประเทศ

1) Statistics from Thailand's Ministry of Agriculture, Cambodia National Disaster Management Committee and Philippines' Climate Information, Monitoring and Prediction Center. 2) A study by the National Renewable Energy Laboratory of the U.S, the Philippine wind energy resource potential - 76,000-MW - can supply over seven times the current power demand of the country. Solar power is abundant in the country and is capable of producing 1500 hours of power annually. In fact, energy from sunlight that falls on a land area half the size of Quezon City can provide the power needs of the entire country.