กรีนพีซ หยุดเรือขนส่งถ่านหินในฟิลิปปินส์

เรื่องราว - พฤษภาคม 23, 2551
เรือเรนโบว์ วอริเออร์ ของกรีนพีซขวางการขนส่งถ่านหินที่โรงไฟฟ้าปักบิเลา ในจังหวัดเกซอน ซึ่งอยู่ห่างจากมะนิลาไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 150 กิโลเมตร เพื่อต่อต้านการขยายโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าว

อาสาสมัครกรีนพีซชาวฟิลิปปินส์บนเรือรณรงค์เรนโบว์ วอริเออร์ ขณะกำลังกีดขวางเรือขนส่งถ่านหินที่โรงไฟฟ้าถ่านหินปักบิเลา ในจังหวัดเกซอน ฟิลิปปินส์ ห่างจากกรุงมะนิลา 150 กิโลเมตร ทางตะวันตกเฉียงใต้ กรีนพีซประท้วงการขยายโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยใช้ป้ายผ้าที่มีข้อความ "หยุดถ่านหิน" ที่แขวนไว้บนเสากระโดงเรือ เพื่อส่งข้อความไปยังรัฐบาลฟิลิปปินส์ให้หยุดสร้างและขยายโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อันตราย

เรือเรนโบว์ วอริเออร์ทอดสมอข้างเรือขนส่งถ่านหินเมดิฟิเรนเซ ซึ่งเตรียมถ่ายถ่านหินที่ท่าเรือของโรงงานปักบิเลา และขวางเรือแซม จอห์น สปิริต เรือเดินสมุทรขนาด 223 เมตรไม่ให้เข้าเทียบท่า

นอกจากนี้ เรือรณรงค์ของกรีนพีซยังแขวนป้ายผ้า "หยุดถ่านหิน" เพื่อส่งข้อความถึงรัฐบาลฟิลิปปินส์ให้ยุติการสร้างและขยายโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศ

"ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด ดังนั้นจึงควรยุติการขยายและสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ ในตอนนี้ ฟิลิปปินส์สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าความต้องการถึง 54 เปอร์เซ็นต์แล้ว งบประมาณดังกล่าวควรนำไปลงทุนเพื่อพัฒนาสายไฟฟ้า ไม่ใช่นำมาขยายโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ไม่ได้ทำให้การแก้ไขการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นดีขึ้นเลย" นางสาวโบ บาคอนกิส, ผู้ประสานงานรณรงค์ ประจำเรือเรนโบว์ วอริเออร์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

การเผาถ่านหินเป็นตัวการหลักของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่อากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ถ่านหินปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยพลังงานมากกว่าน้ำมัน 29 เปอร์เซ็นต์ และมากกว่าก๊าซถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเกาะ ที่มีหมู่เกาะขนาดเล็กมากกว่า 7,000 เกาะ ซึ่งในปี 2549 องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เยอรมันวอช (GermanWatch) ได้ระบุว่าฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด

ชุมชนต่างๆ ในฟิลิปปินส์ ต่างตระหนักถึงผลเสียจากพลังงานสกปรกอย่างถ่านหิน และร่วมลงมือป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในวันที่ 21 พฤษภาคม วันแรกที่เรือเรนโบว์ วอริเออร์ เดินทางมาถึงฟิลิปปินส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอัลไบ จังหวัดที่มักประสบปัญหาลมพายุและดินถล่ม ได้ประกาศให้จังหวัดอัลไบให้เป็น "พื้นที่ปลอดถ่านหิน"

ถ่านหินปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยพลังงานมากกว่าน้ำมัน 29 เปอร์เซ็นต์ และมากกว่าก๊าซถึง 80 เปอร์เซ็นต์

"รัฐบาลฟิลิปปินส์ควรยึดคำประกาศของจังหวัดอัลไบเป็นวาระเร่งด่วนในการที่จะลงมือแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่พึ่งพาการใช้พลังงานจากถ่านหินที่ราคาขึ้นลงตามตลาด ขาดความปลอดภัย พร้อมได้รับผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศเป็นของแถม" นายแจสเปอร์ อินเวนเตอร์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว "ชาวฟิลิปปินส์ควรส่งข้อความถึงประเทศในกลุ่มอาเซียนให้ยุติการใช้พลังงานถ่านหิน และร่วมเรียกร้องให้ประเทศพัฒนาเข้าช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาอย่างฟิลิปปินส์ในการต่อสู้เพื่อป้องกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ"

กรีนพีซเรียกร้องรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของกลุ่มจี 8 ที่เข้าร่วมการประชุมในวันพรุ่งนี้ให้ยกวาระการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นวาระสำคัญในการประชุม และพิจารณาพลังงานหมุนเวียนเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหา

ขณะนี้ เรือเรนโบว์ วอริเออร์ อยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อรณรงค์ยุติการใช้ถ่านหินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก พร้อมทั้งผลักดันพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืนให้เป็นทางออก

ลงมือทำ

ลงมือทำโดยบอกต่อ

สนับสนุนเรา

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ไม่รับเงินจากภาครัฐบาลและเอกชน ความเป็นอิสระทางการเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย การสนับสนุนด้านการเงินของผู้บนิจาคเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงของเรา โปรดสนับสนุนเรา