กรีนพีซส่งสัญญาณ S.O.S ชวนชาวไทยช่วยชีวิตส้มตำไทย

หวั่นถ้าให้ทดลองระดับไร่นา อาจมีมะละกอจีเอ็มโอปนเปื้อนในส้มตำ

เรื่องราว - สิงหาคม 30, 2546
กรุงเทพฯ 30 สิงหาคม 2546 - กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซ จัดงาน “ตำไทย ไม่ใส่จีเอ็มโอ” ในร้านส้มตำกลางตลาดนัดสวนจตุจักร ให้ความรู้ประชาชนเรื่องมะละกอจีเอ็มโอและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปลูกมะละกอจีเอ็มโอในประเทศไทย พร้อมเชิญชวนให้ผู้บริโภคร่วมแสดงพลัง ส่งโปสการ์ดถึงนายกฯ ปฏิเสธมะละกอจีเอ็มโอ เน้นหลักป้องกันไว้ก่อน ก่อนที่จะสายเกินไป

กรีนพีซจัดขบวนรณรงค์ที่ร้านส้มตำในตลาดนัดจตุจักรและรอบนอกของตลาดนัด โดยมีอาสาสมัครใส่เสื้อยืดที่เขียนข้อความว่า "หยุดมะละกอจีเอ็มโอ" และใส่หมวกรูปใบมะละกอ พร้อมทั้งป้ายผ้าที่มีข้อความว่า "เราไม่ต้องการมะละกอจีเอ็มโอ" และ "Save Our Somtam" (สัญลักษณ์ S.O.S หมายถึงสัญญาณขอความช่วยเหลือ) เดินแจกแผ่นพับเกี่ยวกับมะละกอจีเอ็มโอ โปสการ์ดและสติ๊กเกอร์รณรงค์ให้หยุดมะละกอจีเอ็มโอให้กับผู้บริโภค โดยใช้เสียงแคนซึ่งเป็นดนตรีประจำภาคอีสานเป็นสื่อ

วรุณวาร สว่างโสภากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านวิศวพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่าถึงที่มาที่ไปของการจัดงานครั้งนี้ว่า "ส้มตำเป็นอาหารที่เรารับประทานกันอยู่เป็นประจำ จนถือได้ว่าเป็นอาหารหลักอย่างหนึ่งของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยในภาคอีสาน และมะละกอก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดของส้มตำ แม้ว่าวันนี้ มะละกอไทยยังปลอดจีเอ็มโออยู่ แต่วันหน้าไม่แน่ เพราะไทยกำลังทดลองปลูกมะละกอจีเอ็มโอในไร่ทดลองแบบเปิดของรัฐ ซึ่งอาจหลุดรอดออกมาได้ ขณะนี้หน่วยงานของรัฐบางหน่วยงานและ บริษัทข้ามชาติกำลังผลักดันให้รัฐบาลไทยอนุญาตให้ปลูกทดลองพืชจีเอ็มโอในไร่นาเกษตรกร ซึ่งจะทำให้แพร่กระจายได้ง่ายยิ่งขึ้น เราจึงต้องออกมารณรงค์เผยแพร่ข้อมูลให้ผู้บริโภคได้ทราบ และชักชวนให้คนไทยร่วมกันใช้สิทธิของตัวเองในการปฏิเสธมะละกอจีเอ็มโอ"

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กรีนพีซเชิญเกษตรกรฮาวายมาเล่าให้เกษตรกรไทยฟังถึงผลกระทบจากการปลูกมะละกอจีเอ็มโอในหมู่เกาะฮาวาย ซึ่งเป็นสถานที่เดียวในโลกที่ปลูกมะละกอจีเอ็มโอเพื่อการค้า มะละกอจีเอ็มโอที่ปลูกในฮาวายแพร่พันธุ์ไปทั่วทั้งเกาะอย่างควบคุมไม่ได้ โดยผ่านทางเมล็ดพันธุ์และละอองเกสร ทำให้เกษตรกรที่ไม่ต้องการปลูกมะละกอจีเอ็มโอหมดสิทธิในการเลือกปลูกพืชที่ตนต้องการ และผู้บริโภคไม่มีสิทธิในการเลือกบริโภค นอกจากนี้ ยังมีการครอบงำและควบคุมจากบริษัทข้ามชาติผ่านทางสิทธิบัตร ทำให้เกษตรกรที่จะปลูกมะละกอจีเอ็มโอต้องเซ็นสัญญาและไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อไปได้

สำหรับมะละกอจีเอ็มโอของไทยนั้น กรีนพีซกล่าวว่า เป็นไปได้สูงที่จะเกิดผลกระทบแบบเดียวกับฮาวายถ้าหากยังเดินหน้าต่อไป "มะละกอจีเอ็มโออาจหลุดรอดออกมาจากไร่ทดลองได้ ส่วนในเรื่องของสิทธิบัตร มะละกอจีเอ็มโอในประเทศไทยกำเนิดจากแหล่งเดียวกับมะละกอจีเอ็มโอของฮาวายโดยเรานำมะละกอพันธุ์ไทยและเชื้อไวรัสสายพันธุ์ไทยไปตัดต่อพันธุกรรมที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา ทำให้มะละกอจีเอ็มโอของไทยมีสิทธิบัตรอยู่ราว 20 สิทธิบัตร เจ้าของสิทธิบัตรเหล่านั้นได้แก่บริษัทข้ามชาติ เช่น มอนซานโต หน่วยงานรัฐและมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา" วรุณวารกล่าว

ในด้านผลกระทบต่อสุขภาพของมะละกอจีเอ็มโอนั้น ทุกวันนี้ ยังไม่มีใครรับประกันได้ว่าอาหารจีเอ็มโอปลอดภัยต่อการบริโภคในระยะยาว ประเทศญี่ปุ่นห้ามนำเข้ามะละกอจีเอ็มโอจากฮาวายเพราะเป็นห่วงว่ามะละกอที่มียีนแปลกปลอมของไวรัสอยู่อาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้ อีกทั้ง กลุ่มผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นไม่ต้องการเสี่ยงรับประทานอาหารจีเอ็มโอ

"อย่าเพิ่งตกใจกลัวหรือไม่กล้ากินส้มตำ เพราะตอนนี้ยังไม่สายเกินไปที่จะป้องกันไม่ให้มีมะละกอจีเอ็มโอพันธุ์ไทยขายในท้องตลาด ถ้าเราร่วมใจกันใช้สิทธิใช้เสียงในฐานะประชาชนชาวไทย แจ้งให้รัฐบาลทราบว่า คนไทยไม่ต้องการมะละกอจีเอ็มโอ เพื่อที่จะได้รับประทานส้มตำกันต่อไปได้อย่างสบายใจและไม่ต้องกลายเป็นหนูทดลองโดยไม่รู้ตัว" วรุณวาร กล่าว

เพื่อให้คนไทยได้ร่วมแสดงพลังปฏิเสธมะละกอจีเอ็มโอ กรีนพีซจัดทำไปรษณียบัตรรณรงค์ "ตำไทย ไม่ใส่จีเอ็มโอขึ้น" และชวนเชิญให้ชาวไทยร่วมกันลงชื่อและส่งไปให้นายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้รัฐบาลคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการปฏิเสธมะละกอจีเอ็มโอ โดย

-- มีมาตรการป้องกันไม่ให้ปลูกมะละกอจีเอ็มโอในประเทศไทย

-- ยุติการทดลองมะละกอจีเอ็มโอในระดับไร่นาทุกประเภท

-- สนับสนุนการเกษตรแบบยั่งยืนและเกษตรธรรมชาติ

ผู้ที่สนใจเป็นหนึ่งเสียงหนึ่งพลังต้านมะละกอจีเอ็มโอก่อนที่จะสายไป สามารถมารับไปรษณียบัตรได้ที่สำนักงานกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (โทร 0-2272-7100)