กรีนพีซยืนยันต้องปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน หยุดภาวะโลกร้อน

เรื่องราว - ธันวาคม 7, 2548
เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ออกปฎิบัติภารกิจในการยุติภาวะโลกร้อน อาสาสมัครกรีนพีซปีนเครนขนย้ายถ่านหินที่โรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด พร้อมกางแผ่นป้ายเรียกร้องให้ปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้โดยทันที ยืนยันรัฐบาลไทยต้องยุติการใช้พลังงานจากถ่านหินและให้คำมั่นสัญญาที่จะหันไปใช้พลังงานสะอาด

อาสาสมัครของกรีนพีซทำการแขวนป้ายผ้าซึ่งมีข้อความเรียกร้อง"หยุดภาวะโลกร้อน" บนเครนขนย้ายถ่านหินที่โรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุต จ.ระยอง

อาสาสมัครของกรีนพีซทำการแขวนป้ายผ้าซึ่งมีข้อความเรียกร้อง"หยุดภาวะโลกร้อน" บนเครนขนย้ายถ่านหินที่โรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุต จ.ระยอง

ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอยู่ที่โรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี กล่าวว่า หายนะจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศไทยในปีนี้คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 193 ล้านเหรียญสหรัฐ (7,720 ล้านบาท) ภาวะโลกร้อนกำลังเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะแห้งแล้งทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (1) โดยโรงไฟฟ้าถ่านหินเช่น บีแอลซีพี เป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้นอย่างหนึ่ง

 

กรีนพีซ พิจารณาว่า รัฐบาลไทยจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่จะหันไปใช้พลังงานสะอาดให้ได้ 8% ภายในปี 2554 ได้ ตราบใดที่รัฐบาลยังคงสนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เช่น บีแอลซีพี ต่อไป

 

ฌอง-ฟรังซัวร์ เฟาคอนนิเยร์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ สากลกล่าวว่า ภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นแล้ว แต่เรายังคงมีทางออก ด้วยการหันไปใช้พลังงานสะอาดเป็นต้นว่า ลม แสงอาทิตย์ และชีวมวล ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ไม่เพียงแต่ในยุโรปแต่ในประเทศจีนก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย ศักยภาพของพลังงานสะอาดในประเทศไทยจึงมีความเป็นไปได้สูงมาก (2)

 

สถาบันการเงินต่างชาติเป็นต้นว่าธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย และธนาคารแห่งญี่ปุ่นเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ ควรจะยุติการให้ทุนสนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน สถาบันการเงินเหล่านี้ ใช้เวลาไปกับการเจรจาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดแต่ในภาวะปัจจุบันเราไม่ต้องการเพียงคำพูด แต่ให้ลงมือกระทำ

 

ประเทศผู้ลงนามในสนธิสัญญาเกียวโตอยู่ระหว่างการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เมืองมอนทรีอัล ประเทศแคนาดา เพื่อหารือถึงเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2555

 

เฟาคอนนิเยร์ สรุปว่า ประเทศอุตสาหกรรมไม่เพียงแต่ต้องให้คำมั่นสัญญาที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในของแต่ละประเทศให้ได้ 30% ภายในปี 2563 (3) แต่ประเทศอุตสาหกรรมเหล่านี้ยังต้องหยุดการก่อภาวะโลกร้อนให้กับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ (4) และควรจะให้ความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการพัฒนาโครงการใช้พลังงานสะอาด

 

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์อยู่ระหว่างการรณรงค์เพื่อปฎิวัติพลังงานสะอาดในออสเตรเลีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และไทย เรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายเลิกใช้พลังงานสกปรกเช่น ถ่านหิน และพัฒนาพลังงานสะอาดให้มากขึ้น

กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์อิสระ เผชิญหน้าอย่างสร้างสรรค์และด้วยสันติวิธี เพื่อเปิดโปงปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก และนำเสนอแนวทางแก้ไข ซึ่งจำเป็นยิ่งต่ออนาคตของสิ่งแวดล้อม และสันติภาพของโลก

 

หมายเหตุ

1. ประชาชน 9.2 ล้านคนได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง 800,000 เฮกแตร์ส์ คิดเป็นมูลค่า 193.2 ล้านบาท ((7,720 ล้านบาท) ปี 2548 ผลผลิตข้าวในประเทศไทยลดลง 11-14% เช่นเดียวกับผลผลิตอ้อยทั่วประเทศซึ่งลดลงเช่นกัน แหล่งข้อมูล สำนักข่าวเอพี 11 มีนาคม 2548

 

2. พลังงานสะอาดที่มีอยู่ในประเทศไทย 35% สามารถพัฒนาเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ได้ในประเทศไทย ภายในปี 2563 โดยปัจจุบันประเทศไทยมีพลังงานชีวมวลที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ 25% แหล่งข้อมูล รายงานเรื่องอนาคตที่ร้อนระอุ หน้า 5 ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.asiacleanenergy.org

 

3. ตัวเลขนี้อยู่บนฐานข้อมูลที่ว่า เราจำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิของโลกไว้ให้ต่ำว่า 2 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันหายนะภัยที่เกิดจากภาวะโลกร้อน

 

4. ออสเตรเลีย เป็นประเทศผู้ส่งออกถ่านหินแหล่งใหญ่ของโลก โดยส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียถึง 80% โรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งถ่านหินจากบริษัท ริโอ ตินโต ของออสเตรเลียปีละ 3.5 ล้านตัน

 

 

ร่วมรณรงค์กับกรีนพีซ

ท่านสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ครั้งนี้ได้ที่นี่..

ชมภาพการรณรงค์ :

ภาพการรณรงค์ของกรีนพีซที่โรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี