วันสิ่งแวดล้อมโลก: กรีนพีซชูประเด็นแก้ปัญหามลพิษทางน้ำ พร้อมเปิดโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ

เรื่องราว - มิถุนายน 4, 2551
เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน กรีนพีซเปิดโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ ซึ่งเป็นหน่วยศึกษาการปนเปื้อนสารพิษและผลกระทบจากมลพิษในแหล่งน้ำของชุมชน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่เกษตรกรรมบางประเภทที่เกี่ยวข้อง กับการใช้สารเคมีอันตราย เพื่อเผยแพร่เป็นข้อมูลแก่ชุมชนในพื้นที่และประชาชนทั่วไปให้รับทราบถึงปัญหา และตระหนักต่อการร่วมแก้ไขป้องกันปัญหามลพิษทางน้ำของประเทศ

อาสาสมัครกรีนพีซตรวจสอบตัวอย่างน้ำจากคลองหัวลำภูในวันที่ 4 มิถุนายน 2551 ก่อนวันสิ่งแวดล้อมโลก 1 วัน ที่ตำบลบางปู สมุทรปราการ ในวันนี้กรีนพีซได้เปิดตัว "หน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ" (Water Patrol Unit) ซึ่งเป็นหน่วยวิจัยเคลื่อนที่ ที่จะบันทึกและเปิดโปงภัยคุกคามต่อแหล่งน้ำสะอาดในประเทศไทย อาสาสมัครกรีนพีซถือป้ายที่เขียนว่า "รักษ์แหล่งน้ำ หยุดมลพิษ" ริมคลองที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนคลองหัวลำภู บางปู ซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ

อาสาสมัครกรีนพีซตรวจสอบตัวอย่างน้ำจากคลองหัวลำภูในวันที่ 4 มิถุนายน 2551 ก่อนวันสิ่งแวดล้อมโลก 1 วัน ที่ตำบลบางปู สมุทรปราการ ในวันนี้กรีนพีซได้เปิดตัว "หน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ" (Water Patrol Unit) ซึ่งเป็นหน่วยวิจัยเคลื่อนที่ ที่จะบันทึกและเปิดโปงภัยคุกคามต่อแหล่งน้ำสะอาดในประเทศไทย อาสาสมัครกรีนพีซถือป้ายที่เขียนว่า "รักษ์แหล่งน้ำ หยุดมลพิษ" ริมคลองที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนคลองหัวลำภู บางปู ซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ

อาสาสมัครโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำยังได้ส่งข้อความ "รักษ์แหล่งน้ำ หยุดมลพิษ" ที่คลองสาธารณะของชุมชนคลองหัวลำภู ตำบลบางปู ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรองรับน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อชุมชนมาตลอดระยะเวลานับสิบปี เป็นตัวอย่างของชุมชนที่ "ถูกสังเวยไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรม" ได้อย่างชัดเจน

"กรีนพีซเปิดโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำที่ชุมชนคลองหัวลำภู ตำบลบางปู เนื่องจากชุมชนนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงยาวนาน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความบกพร่องในการแก้ปัญหามลพิษของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่" นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

ทั้งนี้ ชุมชนคลองหัวลำภูและใกล้เคียงรวมถึงอาสาสมัครกรีนพีซยังได้ส่งตัวอย่างน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยสู่แหล่งน้ำใกล้สถานที่พักของตนมาร่วมกิจกรรมเพื่อแสดงให้เห็นถึงปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นใกล้ตัวและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหามลพิษอย่างจริงจัง

"แม้ว่าน้ำทิ้งจากโรงงานบางแห่งจะเน่าเสีย ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่โรงงานเหล่านั้นมักอ้างว่าน้ำทิ้งของตนได้รับการบำบัดตามมาตรฐานกฎหมาย ขณะที่ความพยายามในการเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำของชุมชนก็ถูกบั่นทอนด้วยการเข้าไม่ถึงแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สารพิษและปล่อยมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรม  เมื่อเกิดความเสียหายจึงไม่สามารถสืบหาหลักฐานเพื่อเอาผิดกับผู้ก่อมลพิษได้ ทำให้ชุมชนต้องยอมจำนนและแบกรับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ดังนั้นโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ด้านการสนับสนุนข้อมูลพื้นฐานแก่ชุมชนในการเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ และต่อสู้เรียกร้องผู้ก่อมลพิษให้รับผิดชอบต่อการแก้ไขป้องกันปัญหาและผลกระทบจากมลพิษทางน้ำ" นายพลายกล่าวเสริม   

ในโครงการนี้ กรีนพีซได้ร่วมกับนักวิจัยอิสระและห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐในการศึกษาการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำตลอดจนห่วงโซ่อาหาร และรณรงค์หยุดยั้งการกระทำของผู้ก่อมลพิษที่ขาดความรับผิดชอบต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม  สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

หน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ เป็นหน่วยศึกษาเคลื่อนที่ที่ตระเวนตรวจสอบหาสารพิษเบื้องต้นในแหล่งน้ำบริเวณอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมีอันตราย นอกจากนี้ยังมุ่งหวังที่จะสร้างองค์ความรู้ ส่งเสริม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งขยายเครือข่ายรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมในการสังเกตและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ

ตลอดปีนี้ หน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำของกรีนพีซจะรณรงค์และเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเป็นธรรมเพื่อปกป้องแหล่งน้ำสะอาดของประเทศโดยเร่งด่วน พร้อมผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดเพื่อลดผลกระทบ และความเสี่ยงต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

สามารถดูรายละเอียดโครงการ และติดตามกิจกรรมและผลการศึกษาได้ที่ http://waterpatrol.greenpeace.or.th

ลงมือทำ

แจ้งเหตุมลพิษทางน้ำที่คุณพบ

บริจาค

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ไม่รับเงินจากภาครัฐบาลและเอกชน ความเป็นอิสระทางการเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกที่ช่วยเราตามกำลังความสามารถ โปรดสนับสนุนเรา

หมวด
ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า