WTO กับสิทธิในการปฏิเสธอาหารจีเอ็มโอของผู้บริโภค

เรื่องราว - กรกฎาคม 21, 2546
สวิตเซอร์แลนด์ / กรุงเจนีวา 21 กรกฏาคม 2546 -- นักรณรงค์ของกรีนพีซ ได้นำป้ายที่มีข้อความ “World Transgenic Order” ไปวางแทนที่ป้าย “World Trade Organisation” หน้าที่ทำการ WTO สำนักงานใหญ่ในกรุงเจนีวา เพื่อประณามความพยายามของ WTO ที่จะส่งเสริมผลประโยชน์ทางธุรกิจแก่บรรดาบริษัทที่ทำกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมวิศวพันธุกรรม

ภาพนักรณรงค์ของกรีนพีซถูกลุงแซมจับมัดตัวเอาไว้แล้วทิ้งข้าวโพดจีเอ็มโอลงมาบนตัว สะท้อนถึงความปรารถนาของสหรัฐที่จะขายอาหารจีเอ็มโอให้แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก

สิทธิของผู้บริโภคในการปฏิเสธอาหารจีเอ็มโอกำลังถูกคุมคามอย่างหนักจากนโยบายทางเศรษฐกิจของสหรัฐซึ่งถูกแทรกแซงโดยองค์กรธุรกิจในกลุ่มจีเอ็มโอ สหรัฐพยายามที่จะใช้ WTO ท้าทายสหภาพยุโรปหลังจากมีการห้ามขายอาหารจีเอ็มโอในกลุ่มประเทศสมาชิกด้วยการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาหารจีเอ็มโอที่มีความเข้มงวดที่สุดในโลก การที่สหรัฐส่งเสริมให้ประเทศต่างๆ เปิดตลาดให้กับอาหารจีเอ็มโอ ทำให้หลายประเทศเริ่มกลัวว่าการปฏิเสธอาหารจีเอ็มโอจะทำให้ถูกแทรกแซงทางการค้าซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหายเป็นมูลค่าร้อยล้านถึงพันล้านเหรียญสหรัฐ

WTO เป็นองค์กรที่ไม่เหมาะสมและไม่มีความสามารถพอที่จะจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจีเอ็มโอ อันเป็นปัญหาที่สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างรุนแรงได้ เชื่อกันว่าการร้องเรียนของสหรัฐ WTO ก่อนที่จะมีการลงสัตยาบันใน พิธีสารคาร์ตาจีน่า ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพ หรือ มีจุดประสงค์เพื่อยับยั้ง Biosafety Protocal นั่นเอง ในขณะที่ประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่ต่างก็เห็นชอบใน "หลักการป้องกันไว้ก่อน" ที่มีพื้นฐานว่าประเทศเหล่านั้นสามารถบังคับหรือปฏิเสธจีเอ็มโอหากมีความเป็นไปได้ที่จีเอ็มโอจะเป็นภัยคุกคามแก่สภาพแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน ข้อร้องเรียนของสหรัฐกลับทำให้ประเทศต่างๆ เริ่มหวาดวิตกที่จะสนับสนุน Biosafety Protocal ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ Biosafety Protocal อ่อนแรงลง

บรูโน ไฮนเซอร์ เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านวิศวพันธุกรรมประจำประเทศสวิตเซอร์แลนด์กล่าวว่า "หลักการป้องกันไว้ก่อนที่นานาประเทศลงนามรับรองจะต้องไม่ถูกล้มล้างลงเพียงเพื่อผลประโยชน์ขององค์กรธุรกิจและความอยู่รอดของอุตสาหกรรมจีเอ็มโอซึ่งกำลังประสบปัญหาอย่างหนักเพราะตลาดทั่วโลกเริ่มปฏิเสธผลิตภัณฑ์จีเอ็มโอมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลของประเทศต่างๆ ต้องรักษาเสถียรภาพเพื่อที่จะบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับจีเอ็มโอ รวมไปถึงมีการกฏหมายห้ามขาย และระบบการติดฉลากการวัดปริมาณจีเอ็มโอที่เป็นส่วนประกอบที่ได้มาตรฐาน เพื่อที่จะลดการปนเปื้อนทางพันธุกรรมลง