กรีนพีซวอนเอดีบีขานรับภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤษภาคม 5, 2550
กรีนพีซเรียกร้องให้ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือเอดีบีสนับสนุนการขานรับภาวะฉุกเฉินด้านความรุนแรงของผลกระทบจากภาวะโลกร้อน (1) หนทางเดียวที่เป็นไปได้ คือ นำทรัพยากรทั้งหมดและความเชี่ยวชาญทุกด้านไปใช้ในการปฏิวัติพลังงาน โดยมุ่งที่พลังงานหมุนเวียน และความมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน ซึ่งทำให้เอดีบียังคงอยู่ในแนวทางที่ไม่หลุดจากกรอบการทำงานของตัวเองอยู่

เอดีบีจะต้องเปลี่ยนไปสนับสนุนหนทางอันเป็นการแก้ปัญหาที่แท้จริงในขณะนี้ นั่นคือ การใช้พลังงานหมุนเวียน และความมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน หากไม่เช่นนั้นความหายนะจะเกิดขึ้นกับภูมิภาคเอเชียที่ซึ่งเปราะบางต่อปัญหานี้มากที่สุด  ในช่วง 10 ปีข้างหน้าถือเป็นระยะที่เข้มงวด ถ่านหินหรือนิวเคลียร์มีราคาแพงและเป็นอันตราย รวมทั้งไม่มีบทบาทใดในการขานรับภาวะฉุกเฉินด้านการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ  การกล่าวว่าถ่านหินสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตทางด้านพลังงานที่ยั่งยืนนั้นไม่ต่างอะไรกับการบอกว่ามะเร็งสามารถเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้ เกิร์ด เลโพลด์ ผู้อำนวยการบริหารกรีนพีซสากลกล่าว

 

เงินลงทุนส่วนใหญ่ของเอดีบีมาจากประเทศอุตสาหกรรม เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมในยุโรป  ในฐานะที่ประเทศเหล่านี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นพวกเขาควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการให้และสนับสนุนการแก้ปัญหาที่แท้จริง เช่นในด้านของพลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์  ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่สามารถเรียกร้องให้ประเทศอินเดียและจีนทำการใดๆ มากขึ้นเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ ในขณะที่โลกยังคงมีการลงทุนในโรงไฟฟ้าถ่านหินในอินเดีย โดยผ่านทางเอดีบี เลโพลด์กล่าว  การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ของโรงไฟฟ้า 2 แห่ง ที่เอดีบีอนุมัติเงินลงทุนในปี 2006 มีปริมาณมากกว่าการปล่อยแก๊สของประเทศลาวและกัมพูชารวมกันถึง 15 เท่า สองประเทศนี้อยู่ในกลุ่มของสมาชิกเอดีบีที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมากที่สุด (2)

 

ภูมิภาคเอเชียเป็นพื้นที่หลักในการปกป้องสภาพภูมิอากาศทั่วโลก และการเปลี่ยนทิศทางอย่างเร่งด่วนด้านการใช้และการผลิตพลังงานเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด การปฏิวัติพลังงานที่ยั่งยืนทั่วโลกต้องใช้เงิน 300 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี ซึ่งเป็นจำนวนเงินโดยประมาณเท่ากับเงินช่วยเหลือที่อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลได้รับเมื่อเร็วๆ นี้ (3) ส่วนในเอเชียต้องการใช้เงินเพื่อการนี้ 60 พันล้าน ดอลล่าร์สหรัฐต่อปี

 

การปกป้องสภาพภูมิอากาศที่แท้จริงจำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างจริงจัง กรีนพีซเชื่อว่าเอดีบีจะเป็นผู้มีบทบาทนำในเรื่องนี้ ภูมิภาคเอเชียสามารถรุดหน้าพัฒนาทางเศรษฐกิจไปได้พร้อมๆ กับการดำเนินการเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ ถึงแม้โอกาสสำหรับการลงมือดำเนินการกำลังจะหมดลงอย่างรวดเร็ว แต่มันยังไม่สายเกินไป  เกียวโตเป็นสถานที่กำเนิดของพิธีสารเกียวโต อันเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของโลก เมืองเกียวโตในปี 2007 จึงควรถูกจารึกในฐานะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติพลังงานในเอเชีย อาธีน่า บัลเลสเตอรอส ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านภูมิอากาศประจำภูมิภาค กรีนพีซสากลกล่าว

 

เอดีบีจะต้องเลิกสนับสนุนถ่านหิน และทำให้พลังงานหมุนเวียนไปอยู่ในภาคธุรกิจหลักของเอดีบี การลงทุนที่ล้าสมัยและเทคโนโลยีถ่านหินซึ่งยังไม่ผ่านการทดสอบจะกลายเป็นมรดกที่ร้ายแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อคนรุ่นใหม่ในอนาคต  การทำเช่นนั้นในเกียวโตถือเป็นเรื่องน่าละอายเป็นอย่างยิ่ง เลโพลด์กล่าวสรุป

 

 

หมายเหตุ

(1) รายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก หรือไอพีซีซี

(2) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนสูง Sipat ขนาด 2,980 เมกะวัตต์ และโครงการ Kahalgaon ขั้นที่ 2 ขนาด 1,500 เมกะวัตต์ ได้รับการอนุมัติเมื่อปี 2006 (http://www.adb.org/Projects/project.asp?id=39916)  การปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดของโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งนี้คิดเป็นมูลค่า 37.6 ล้านตันต่อปี (ใช้ปัจจัยการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ 0.98 กิโลกรัมต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง)  ส่วนการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศลาวและกัมพูชารวมกัน คิดเป็น 1.9 ล้านตัน (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ cait.wri.org)

(3) http://www.energyblueprint.info/447.0.html

 

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

 

ธารา บัวคำศรี  ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและภูมิอากาศ โทร.089 476 9977

อาธีน่า บัลเลสเตอรอส  ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านภูมิอากาศประจำภูมิภาค โทร.+63 917 8131 562

อารยา อนันต์ประกฤติ  ผู้ประสานงานสื่อมวลชน โทร.081 685 7275