กรีนพีซเร่งรัฐบาลไทยแก้กฎหมายติดฉลากให้เข้มงวดรับกฎหมายอียู

หวั่น 'อาหารผีดิบ' ทะลักเข้าไทย หากอียูเข้มกฎหมายติดฉลาก

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤศจิกายน 29, 2545
29 พฤศจิกายน 2545 - รายงานข่าวจากกรีนพีซสากลแจ้งว่า ขณะนี้สภาสหภาพยุโรป (EU Countcil) ได้เห็นชอบในข้อตกลงที่จะให้มีการแก้กฎหมายเกี่ยวกับการดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอในอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ ให้เข้มงวดขึ้น โดยกำหนดระดับการปนเปื้อนของจีเอ็มโอจากเดิมที่กำหนดไว้ร้อยละ 1 ของทุกส่วนประกอบ ให้เหลือเพียงร้อยละ 0.9 ข้อตกลงดังกล่าวจะนำไปสู่กฎหมายติดฉลากของสหภาพยุโรปที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมาของโลก โดยจะมีผลให้ส่วนประกอบในอาหารที่ตรวจการปนเปื้อนของจีเอ็มโอได้ยาก เช่น ให้น้ำตาลหรือ น้ำมันพืช และอาหารสัตว์ที่มีจีเอ็มโอจะต้องติดฉลากเป็นครั้งแรก มาตรการใหม่ที่รัฐสภายุโรปน่าจะให้การรับรองนี้ จะช่วยให้ผู้บริโภคและเกษตรกรมั่นใจในการหลีกเลี่ยงจากจีเอ็มโอได้มากขึ้น

นางสาววรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านวิศวพันธุกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากข้อตกลงที่เข้มงวดขึ้นของสภาสหภาพยุโรปนี้ก็คือ อาหารจีเอ็มโอที่เข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปต้องติดฉลากทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์หรืออาหารมนุษย์ อาหารที่ใช้วัตถุดิบจีเอ็มโอไม่ว่าจะตรวจพบการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์สุดท้ายได้หรือไม่ ก็จะมีฉลากบอก ผู้บริโภคยุโรปที่ไม่ต้องการอาหารจีเอ็มโอก็สามารถรับรู้และไม่เลือกซื้อได้ ผลก็คือผู้ผลิตอาหารจีเอ็มโอรายใหญ่เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา อาร์เจนตินา ต้องหันมาหาตลาดอื่นทดแทน ซึ่งอาจเป็นตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากรัฐบาลไทยไม่ตื่นตัวกับเรื่องนี้และออกกฎหมายที่เคร่งครัดเช่นเดียวกับกฎหมายของสหภาพยุโรป ก็เป็นไปได้มากที่จะมีอาหารจีเอ็มโอที่ถูกปฏิเสธจากผู้บริโภคในยุโรป ทะลักเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยมากขึ้น"

แม้ว่าในขณะนี้ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขจะมีกฎกระทรวงเกี่ยงกับการติดฉลากอาหารจีเอ็มโอที่จะบังคับใช้เดือนพฤษภาคม 2546 แต่กำหนดระดับการปนเปื้อนของส่วนประกอบที่เป็นจีเอ็มโอสูงถึงร้อยละ 5 และพิจารณาเฉพาะข้าวโพดและถั่วเหลืองในสามส่วนประกอบหลักเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นข้อบังคับที่หละหลวมและมีช่องโหว่มาก กรีนพีซและสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคได้เคยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายให้เข้มงวดและรัดกุมขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างแท้จริง รัฐบาลไทยน่าจะใช้ข้อตกลงของสภาสหภาพยุโรปซึ่งนับว่าเข้มงวดที่สุดในโลกในขณะนี้ เป็นบรรทัดฐานในการปรับปรุงกฎหมายติดฉลากภายในประเทศ และเพิ่มมาตรการอื่นๆ ในการป้องกันอาหารจีเอ็มโอ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่รณรงค์ของกลุ่มกรีนพีซ ยังกล่าวด้วยว่า หากกฎหมายใหม่ของสห-

ภาพยุโรปกำหนดระดับการปนเปื้อนของจีเอ็มโออย่างเข้มงวดไว้ที่ 0.9 % ผู้ผลิตไทยต้องส่งออกไปยังยุโรปโดยยึดมาตรฐานนั้นอยู่แล้ว รัฐบาลจึงน่าจะสามารถใช้กฎเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกันนั้นในการติดฉลากอาหารที่ขายในประเทศได้ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับสิทธิในการรับรู้และสิทธิในการเลือกปฏิเสธอาหารจีเอ็มโอเท่าเทียมกับผู้บริโภคที่อื่นๆ

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

วรุณวาร สว่างโสภากุล เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านวิศวพันธุกรรม โทร. 02 272 7100

อิทธิฤทธิ์ ประคำทอง เจ้าหน้าที่ประสานงานสื่อมวลชน โทร. 01 987 9950

เว็บไซต์ www.greenpeacesoutheastasia.org

หมายเหตุ

ข้อเสนอแนะของกรีนพีซต่อกระทรวงสาธารณสุข กรณีการแสดงฉลากอาหารที่ได้จากเทคนิคการดัดแปร*พันธุกรรมหรือพันธุวิศวกรรม (จีเอ็มโอ)**

ข้อ 1 ให้อาหาร ผลิตภัณฑ์อาหาร และวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหาร รวมถึงอาหารสัตว์และวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ทุกชนิดที่ตรวจพบสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมต้องบังคับติดฉลาก ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในตลาดภายในประเทศ

ข้อ 2 อาหาร ผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารตามข้อ 1 ที่มีสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) หรือโปรตีนที่เป็นผลจากการดัดแปรพันธุกรรมอยู่ในส่วนประกอบของอาหารไม่ว่าส่วนประกอบนั้นจะมีปริมาณมากน้อยเพียงใด จะต้องบังคับติดฉลากทุกส่วนประกอบ

ข้อ 3 ถ้าตรวจพบการปนเปื้อนของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ให้บังคับติดฉลากโดยกำหนดระดับการปนเปื้อนตามบรรทัดฐานที่เข้มงวดที่สุดในโลกในขณะนั้น เช่น ร้อยละ 1 หรือร้อยละ 0.9