นักรณรงค์กรีนพีซ 600 คนยึดปั๊มเอสโซ่ หยุดก่อปัญหาโลกร้อน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ตุลาคม 25, 2545
25 ตุลาคม 2545 - ช่วงเช้าของวันนี้ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก อาสาสมัครกลุ่มกรีนพีซ 600 คนจากทั่วโลกได้ร่วมกันปิดสถานีน้ำมันของบริษัท เอสโซ่หรือเอ็กซอนโมบิล เพื่อรณรงค์คัดค้านการปองร้ายในระดับนานาชาติของเอสโซ่ต่อปัญหาภาวะโลกร้อน

อาสาสมัครที่ร่วมการรณรงค์ครั้งนี้เดินทางมาจาก 31 ประเทศทั่วโลกได้รณรงค์ต่อเอสโซ่โดยเข้าไปยังปั๊มน้ำมัน 28 แห่งของเอสโซ่ในลักเซมเบิร์ก รวมทั้งปั๊มน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกตรงพรมแดนระหว่างลักเซมเบิร์กและเยอรมนี โดยนักรณรงค์บางคนได้แต่งกายในชุดเสือเพื่อล้อเลียนเอสโซ่และสวมหน้ากากใบหน้าประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยวดยานเข้าไปเติมน้ำมัน นอกจากนี้พวกเขายังล็อคตัวเองเข้ากับอุปกรณ์จ่ายน้ำมัน พร้อมกับแจกจ่ายเอกสารเพื่อเชิญชวนให้ร่วมรณรงค์คัดค้านต่อเอสโซ่ ในการรณรงค์ครั้งนี้มีป้ายผ้าชูว่า "เอสโซ่ ผู้ร้ายชั้นนำก่ออาชญากรรมต่อภูมิอากาศ"

การรณรงค์ต่อเอสโซ่ในลักเซมเบิร์กวันนี้ประจวบเหมาะกับการประชุมเพื่อเจรจาความคืบหน้าของข้อตกลงในพิธีสารเกียวโตรอบใหม่ เพื่อบรรลุข้อตกลงและความร่วมมือระดับนานาชาติในการจัดการปัญหาภาวะโลกร้อน ในการเจรจาครั้งนี้ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงร้อยละ 25 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนและมีเอสโซ่เป็นบริษัทที่หนุนหลัง ไม่ยอมเข้าร่วมการประชุมหรือข้อตกลงใดๆ ที่เกี่ยวพันกับพิธีสารเกียวโต

เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกรีนพีซ สเตฟานี ตันมอร์ ใหัสัมภาษณ์จากลักเซมเบิร์กถึงการรณรงค์ครั้งใหญ่ในวันนี้ว่า เป็นเวลานับสิบปีแล้วที่เอสโซ่มีส่วนโดยตรงต่อการเข้าไปมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลสหรัฐฯ และนโยบายต่อปัญหาภาวะโลกร้อนในระดับนานาชาติของสหรัฐฯ เพื่อที่จะล้มล้างความพยายามของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่จะช่วยกันจัดการต่อปัญหาโลกร้อน และเอสโซ่ยังมีอิทธิพลโดยตรงต่อประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชเพื่อให้ตัดสินใจหันหลังให้กับพิธีสารเกียวโต ดังนั้นหากเรามีความหวังถึงการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เราจะต้องช่วยกันหยุดการกระทำเช่นนี้ของเอสโซ่

บริษัท เอสโซ่หรือในต่างประเทศเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เอ็กซอนโมบิลไม่เห็นด้วยว่าปัญหาภาวะโลกร้อนเป็นผลต่อเนื่องโดยตรงจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงจากซากฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ แม้ว่าคณะนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการรับรองจากทั่วโลกได้ชี้ว่ามีหลักฐานต่างๆ ถึงผลกระทบที่รุนแรงจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น การเกิดวิกฤตการณ์ด้านภูมิอากาศบ่อยครั้งขึ้น การเลื่อนตัวของธารน้ำแข็งและปะการังถูกทำลาย

" ธุรกิจหลักของเอสโซ่คือการใช้เชื้อเพลิงที่ก่อปัญหาโลกร้อนดังนั้นเอสโซ่จึงพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อไม่ให้มีอะไรมากระทบต่อผลกำไรของตน นอกจากนี้เอสโซ่ยังพยายามที่จะเบี่ยงเบนประเด็นของการเกิดภาวะโลกร้อนทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่หลอกลวง การเข้าไปมีอิทธิพลทางการเมือง เช่นที่ร่วมมือกับสหรัฐฯ และไม่เคยมีความคิดที่จะผลักดันการลงทุนด้านพลังงานทดแทนใดๆ เลย" สเตฟานีกล่าวเพิ่มเติม

การรณรงค์ต่อเอสโซ่ของกรีนพีซวันนี้จึงเป็นการแสดงพลังให้เอสโซ่เห็นถึงความไม่พอใจของประชาชนจากทั่วโลกที่เห็นเอสโซ่เป็นตัวการก่อปัญหาภาวะโลกร้อนและพยายามไม่ให้การแก้ไขปัญหาลุล่วงไปได้ ทั้งนี้ลักเซมเบิร์กได้ชื่อว่าเป็นประเทศเล็กๆ ในยุโรปที่จำหน่ายน้ำมันในราคาต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ถึง 25 -30 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นผู้คนในยุโรปจึงนิยมขับรถมาเติมน้ำมันในลักเซมเบิร์ก สำหรับภาพและข่าวการรณรงค์ต่อเอสโซ่ สามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ www.stopesso.org