แนวร่วมแห่งอาเซียนเพื่อข้อตกลงว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นธรรม มุ่งมั่น และ มีผลบังคับใช้ทางกฏหมาย (A-FAB)

กรีนพีซและอ็อกแฟมเตือนผู้นำอาเซียนคว้าน้ำเหลวในการประชุมสุดยอดที่บาหลี

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤศจิกายน 17, 2554
มะนิลา/จาการ์ตา/กรุงเทพ 16 พฤศจิกายน 2554- กลุ่มแนวร่วมแห่งอาเซียนเพื่อข้อตกลงว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นธรรม มุ่งมั่น และ มีผลบังคับใช้ทางกฏหมายหรือ AFAB) ที่ประกอบด้วยกรีนพีซและอ็อกแฟม ได้ออกมาเตือนบรรดาผู้นำกลุ่มชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนในวันนี้ว่าทุกชาติควรร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อเป็นการชี้ให้เห็นถึงปัญหา กลุ่มนักเคลื่อนไหวได้จัดทำภาพมือที่กำลังจมลงในอ่าวมะนิลาที่สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดจากสภาพอากาศรุนแรงอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงของผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะต้องเผชิญกับผลกระทบที่เกิดขึ้น

A-FAB ได้จัดทำภาพของมือมากมายมหาศาลที่กำลังจมลงในน้ำ ขณะที่ผู้นำชาติสมาชิกทั้ง 10 ประเทศของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนกำลังร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 19 ที่เกาะบาหลีระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2554



“มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา และ ลาว แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่อาเซียนจะต้องผลักดันหนทางแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลกและระยะยาว” ชาลิมาร์ ไวทัน เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านนโยบายและงานรณรงค์ในเอเชียตะวันออกของอ็อกแฟมกล่าว

“การประชุมสุดยอดอาเซียนเป็นโอกาสเหมาะที่สุดสำหรับผู้นำชาติสมาชิกทั้ง 10 ประเทศที่จะมอบหมายให้ผู้แทนการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหาวิธีการทำงานร่วมกันในฐานะตัวแทนของกลุ่มประ เทศในภูมิภาคที่กำลังจะเข้าร่วมการเจรจาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ที่เมืองเดอร์บันในเดือนธันวาคมนี้” เซลดา โซริอาโน ที่ปรึกษาด้านการเมืองของกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวเสริม

A-FAB เชื่อว่าการตอบสนองของอาเซียนยังมีไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอง อีกทั้งยังขาดความเป็นเอกภาพในเวทีการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ขณะที่ตัวแทนจาก 194 ประเทศกำลังจะพบกันที่เมืองเดอร์บัน สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน- 9 ธันวาคม เพื่อเจรจาข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศโลก ประเด็นสำคัญที่สุดสองประการและยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในการเจรจาที่กำลังจะมาถึงเกี่ยวข้องกับการให้คำมั่นของประเทศกำลังพัฒนาในการตัดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ข้อตกลงที่มีผลทางกฏหมายและระดมแหล่งทุนเพื่อสนับสนุนแผนงานและโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย

เพื่อให้เกิดความเป็นไปได้และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมไม่ให้อุณหภูมิโลกในศตวรรษที่ 21 เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 องศาเซลเซียส การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกก็ควรจะเพิ่มสูงสุดใน 10 ปีข้างหน้าหรือเท่ากับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 44 กิกะตันภายในปี 2563 แต่ข้อตกลงที่ทำไว้ในปัจจุบันทำให้เห็นว่ามีส่วนต่างของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อีก 5 กิกะตัน ที่ต้องหาทางกำจัดให้ได้ในทศวรรษที่กำลังจะมาถึง  “เพื่อผลประโยชน์ของภูมิภาค อาเซียนจะต้องเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกระตุ้นให้ประเทศกำลังพัฒนามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการประชุมที่เมืองเดอร์บัน” โซริอาโน กล่าว

ไวทันกล่าวเสริมว่า “ชาติสมาชิกอาเซียนจะต้องร่วมมือกันผลักดันให้เกิดการตัดสินใจที่ชัดเจนว่าเงินทุนเพื่อกองทุนกู้สภาพภูมิอากาศจะมาจากไหน การตัดสินใจนี้ควรจะรวมถึงแผนงานในการเพิ่มเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศของปี 2556-2563 พร้อมกับแผนงานที่เป็นรูปธรรมของปี 2555 เพื่อตัดสินว่าจะหาแหล่งทุนระยะยาวจากที่ไหน นอกจากนี้ควรเตรียมการจัดตั้งกองทุนกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ การตัดสินใจจะต้องกำหนดพื้นฐานและหลักการสำหรับแหล่งทุนเพิ่มเติมของกองทุนกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เป็นไปได้โดย เฉพาะทุนที่จะได้จากค่าจัดเก็บการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการขนส่งระหว่างประเทศ”

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

เซลดา โซริอาโน ที่ปรึกษาด้านการเมือง กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้    +63 917 594 9424

ชาลิมาร์ ไวทัน ผู้ประสานงานภูมิภาคเอเชียตะวันออก อ็อกแฟม
  +63 917 862 6314