หากพม่ายกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ จะรักษาชีวิตประชากรได้ถึง 7,100 รายต่อปี

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤษภาคม 4, 2560
ย่างกุ้ง, 4 พฤษภาคม 2560 – วันนี้กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับ EcoDev/ALARM, Myanmar Green Network, Paung Ku, EarthRights International (ERI) และ Heinrich Böll Stiftung Myanmar (HBS) เปิดเผยรายงานการวิจัยที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และกรีนพีซ[1] ระบุว่าหากพม่ายกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ และหันมาลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนเพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศ จะสามารถรักษาชีวิตของประชากรได้ถึง 7,100 รายต่อปี

“ในขณะที่ประเทศอื่นๆในโลกกำลังหันหลังให้กับถ่านหินและมุ่งสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน แต่พม่ากำลังขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งอาจทำให้มลพิษของประเทศเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า และเพิ่มการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากพลังงานถึงสองเท่า” ลาวรี่ มิลลีเวียตา ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กรีนพีซสากลกล่าว “สิ่งที่สำคัญคือ แผนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินนี้ไม่ได้พิจารณาค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนของสุขภาพในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตด้านพลังงานของประเทศ”

ตามที่องค์การอนามัยโลกระบุว่า พม่ายังเป็นประเทศที่ปล่อยมลพิษทางอากาศในระดับสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ พม่าเป็นประเทศที่มีระดับปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงที่สุด การเผาไหม้ของถ่านหินคือหนึ่งในสาเหตุของมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กทั่วโลก โดยปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน และฝุ่นละอองในระดับสูง โดยสารประกอบเหล่านี้เป็นส่วนประกอบหลักของ ฝุ่นละอองมลพิษขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) การเผาไหม้ถ่านหินยังเป็นสาเหตุทำให้เกิด PM2.5 มากกว่าการผลิตไฟฟ้าในรูปแบบอื่น

พม่ากำลังวางแผนที่จะเพิ่มจำนวนโรงไฟฟ้าถ่านหินให้มากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานทั้งหมดของประเทศภายในปี 2573 รายงานฉบับนี้ยังได้พัฒนารายละเอียดการจัดเก็บข้อมูลการปล่อยมลพิษของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีอยู่ปัจจุบันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และใช้แบบจำลองการเคลื่อนที่ของเคมีในบรรยากาศ(Geos-CHEM) เพื่ออธิบายผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ และสุขภาพ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ประชากรพม่าได้รับผลกระทบด้านสุขภาพสูงเป็นอันดับที่สามของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองมาจาก อินโดนีเซียและเวียดนาม [2]

กรีนพีซกล่าวว่า หากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเริ่มดำเนินการ มีการคาดการณ์ว่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2)ที่ปล่อยจากการผลิตพลังงานของเมียนมาร์จะเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า และออกไซด์ของไนโตรเจน(No2)จะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือการเพิ่มขึ้นฝุ่นละออง และการเพิ่มขึ้นของมลพิษในชั้นบรรยากาศไม่เพียงเฉพาะในพม่า แต่ยังคงส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านด้วย ทำให้ประชากรมีความเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และมะเร็งปอด

ในรายงานระบุว่าการปล่อยมลพิษของโรงไฟฟ้าถ่านหินในพม่า สามารถเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้มากถึง 7,100 รายในแต่ละปี หรือ 280,000 ราย หากโรงไฟฟ้าถ่านหินนี้ถูกใช้งานเป็นระยะเวลา 40 ปี คุณภาพอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากการขาดการควบคุมที่มีประสิทธิภาพในการการปล่อยมลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในพม่า

“พม่าขาดมาตรฐานการปล่อยมลพิษจากผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่ามลพิษทางอากาศที่มาจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินอาจสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ของจีนและอินเดียราว 10 เท่า ” ลาวรี่ กล่าวสรุป

หมายเหตุ

[1] รายงาน “COAL: A PUBLIC HEALTH CRISIS IN MYANMAR”

[2] Koplitz S et al 2017, Burden of Disease from Rising Coal-Fired Power Plant Emissions in Southeast Asia. Environmental Science & Technology.


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่

  

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า