ข้อมูลการใช้ถ่านหินของจีนลดลงในปี 2557 สะท้อนจุดอิ่มตัวของการใช้ถ่านหิน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มกราคม 29, 2558
กรุงปักกิ่ง, 28 มกราคม 2558 - นับเป็นครั้งแรกในรอบศตวรรษที่จีนมีการใช้ถ่านหินลดลงในปี 2557 ตามรายงานการประเมินล่าสุดของสมาคมอุตสาหกรรมถ่านหินแห่งชาติจีน[1]และสถิติด้านเศรษฐกิจและพลังงานที่ออกมาเมื่อไม่นานนี้ โดยการเพิ่มการใช้ถ่านหินได้ชะลอตัวลง และถูกแยกออกจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมาตั้งแต่ปี 2555 [2] ทั้งนี้ การเพิ่มการใช้ถ่านหินของจีนนั้นมีส่วนต่อการเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในโลกตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมามากกว่าครึ่งหนึ่ง

ฟาง หยวน เจ้าหน้าที่กรีนพีซ เอเชียตะวันออกกล่าวว่า “ข้อเท็จจริงที่ว่าการใช้ถ่านหินของจีนเริ่มแยกจากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แสดงให้เห็นว่า อัตราการใช้ถ่านหินใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ด้วยเจตจำนงที่แน่วแน่ทางการเมืองในการปฏิวัติพลังงาน รวมทั้งเป้าหมายและมาตรการที่ชัดเจน จุดอิ่มตัวที่ว่านั้นจะเกิดขึ้นก่อนปี 2563 ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดสำคัญสำหรับประเทศจีนในการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นไปสู่จุดอิ่มตัวของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกอีกด้วย”

ปัจจัยที่มีส่วนในการช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านหินเมื่อปีที่แล้วมีหลายประการ ซึ่งประการสำคัญได้แก่ ความสามารถในการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมหนักไปสู่ภาคส่วนเศรษฐกิจใหม่ การปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานและอุตสาหกรรม ซึ่งจีนประสบความสำเร็จในการเพิ่มสถิติของกำลังการผลิตไฟฟ้าผ่านสายส่งจากพลังงานลม (20 กิกะวัตต์) และ พลังงานแสงอาทิตย์ (11 กิกะวัตต์)

นโยบายที่จริงจังในการควบคุมการใช้ถ่านหิน เกิดขึ้นจากวิกฤตมลพิษทางอากาศ รวมทั้งนโยบายในการหันเหทิศทางของเศรษฐกิจออกจากอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น  เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยจำกัดการใช้ถ่านหิน และเป็นตะปูตอกฝาโลงให้กับการขยายตัวของการใช้ถ่านหินของจีนที่ปราศจากการควบคุมช่วงปลายปี 2557 เมื่อจีนลดความต้องการสร้างโครงการเปลี่ยนถ่านหินเป็นก๊าซลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งโครงการแปรสภาพถ่านหินอื่นๆ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของความต้องการถ่านหินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านน้ำ และ ความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ

ผลการวิเคราะห์ของกรีนพีซ [3]  ระบุว่าการบังคับใช้เป้าหมายด้านพลังงานที่มีอยู่แล้วของจีนอย่างเต็มที่รวมทั้งเป้าหมายในการใช้พลังงานหมุนเวียน และการควบคุมการใช้พลังงานทั้งหมด จะทำให้จีนไปถึงจุดอิ่มตัวของการใช้ถ่านหินก่อนปี 2563 อย่างแน่นอน ทั้งนี้กรีนพีซกำลังดำเนินการเรียกร้องให้สิ่งที่กล่าวมานี้ ได้รับการบรรจุเป็นเป้าหมายในแผน 5 ปีของจีนระหว่างปี 2559-2563 อย่างเป็นทา���การ

การพัฒนาในแง่บวกที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อไม่นานมานี้จีนได้กำหนดให้ 4 มณฑลที่ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจสำคัญ จัดทำเป้าหมายในการลดการใช้ถ่านหิน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการดำเนินงานในลักษณะดังกล่าวไปแล้วในมณฑลอื่นอีก 4 มณฑล ซึ่งมณฑลเหล่านี้ใช้ถ่านหินมากกว่า 6 ร้อยล้านเมตริกตันต่อปี ซึ่งเกือบจะเท่ากับปริมาณการใช้ถ่านหินในอินเดียทั้งประเทศ แม้ว่ามณฑลเหล่านี้จะมีข้อผูกพันในการลดผลกระทบในแง่ลบจากการใช้ถ่านหินภายในปี 2560  แต่การกำหนดเป้าหมายขึ้นมาเป็นตัวเลขนั้นจะแสดงให้เห็นถึงการเอาจริงเอาจังและการแสดงความรับผิดชอบที่ชัดเจน นอกจากนี้ตัวเลขการนำเข้าถ่านหินของจีนก็ลดต่ำลง 35.8 ล้านตัน

ฟาง หยวน สรุปว่า “การนิยมใช้ถ่านหินของจีนที่กำลังจะสิ้นสุดลงเป็นหลักฐานสำคัญ ซึ่งอุตสาหกรรมถ่านหินโลกควรคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ”

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:

ยู ชอง  เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร
อีเมล:  

หมายเหตุ:

1. สถิติจากสมาคมถ่านหินแห่งชาติของจีน รายงานโดยสำนักข่าวซินหัว ซึ่งเป็นสื่อทางการของรัฐบาลจีนระบุว่า การผลิตถ่านหินลดลงร้อยละ 2.5 ปีต่อปี  การนำเข้าถ่านหินลดลงร้อยละ 10.9 และ จากรายงานการใช้ถ่านหินพบว่าในปี 2557 มีการใช้ถ่านหินน้อยกว่าปี 2556 [2] นอกจากนี้ทางสมาคมยังประเมินว่า การใช้ถ่านหินของจีนได้ลดลงในปี 2557

ซินหัว การผลิตถ่านหินของจีนลดต่ำลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2543 (ภาษาจีน)

http://news.xinhuanet.com/fortune/2015-01/23/c_1114112421.htm

2. อ้างอิงจากหนังสือสถิติของจีนปี 2557 การเติบโตของการใช้ถ่านหินชะลอตัวลงจากเฉลี่ยร้อยละ 6.1ต่อปี ระหว่างปี 2550-2554 เป็นร้อยละ 2.6 ระหว่างปี 2555-2556

3. http://energydesk.greenpeace.org/2014/12/17/china-coal-peak-iea-missed/

English version here