ความยุติธรรมกรณี “Arctic 30” เมื่อทางการรัสเซียถูกสั่งให้จ่ายเงินชดเชยความเสียหายให้แก่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ 5.4 ล้านยูโร

ข่าวประชาสัมพันธ์ - กรกฎาคม 18, 2560
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมีคำตัดสินให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้รับเงินจำนวน 5,395,561.61 ยูโร หรือราว 218 ล้านบาท พร้อมค่าสินไหมทดแทนที่นักรณรงค์ปกป้องอาร์กติกจำนวน 30 คน หรือที่รู้จักในนาม “Arctic 30” จะต้องได้รับจากทางการรัสเซีย การพิจารณาคดีนี้ยืนยันถึงสิทธิการประท้วงอย่างสันติวิธีในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ

คำตัดสินนี้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการที่ใช้ระยะเวลานานในการวินิจฉัยข้อพิพาท โดยย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนที่ทางการรัสเซียขึ้นเรืออาร์กติก ซันไรส์ (Arctic Sunrise) อย่างผิดกฏหมาย จับกุม และควบคุมเรือเอาไว้ หลังจากกรีนพีซรณรงค์อย่างสันติ บริเวณน่านน้ำสากลในเดือนกันยายน 2556 [1] [2]

บนเรืออาร์กติก ซันไรส์ มีนักรณรงค์ปกป้องอาร์กติกชายและหญิงจำนวน 30 คน (นักกิจกรรมกรีนพีซ 28 คนและสื่อมวลชนอิสระอีก 2 คน หรือ “Arctic30”) ทั้งหมดถูกควบคุมตัวในคุกนานถึง 2 เดือน ที่แรกคือ ในเมืองเมอร์มังสก์ (Murmansk) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาร์กติกและที่สองคือ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ก่อนจะได้รับการประกันตัวและปล่อยตัวออกมาโดยกฎหมายนิรโทษกรรมในสภาดูม่าของรัสเซีย

เรืออาร์กติก ซันไรส์ ได้เดินทางกลับมาตุภูมิอีกครั้งหลังจากจากมา 9 เดือน โดยออกจากท่า ณ ท่าเรือเมอร์มังสก์ ในระหว่างการจับกุมและควบคุมในบริเวณวงกลมอาร์กติก (Arctic Circle) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดในบริเวณขั้วโลกเหนือ เรืออาร์กติก ซันไรส์ได้รับความเสียหายอย่างมาก [3]  รวมถึงเหล่าเรือยางและอุปกรณ์อื่นๆ ก็ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงเช่นกัน
แจสเปอร์ ทิวลิงส์ ที่ปรึกษาทั่วไปของกรีนพีซสากลกล่าวว่า

"เส้นทางไปสู่ความยุติธรรมอาจจะยาวไกล แต่คำตัดสินในวันนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงการที่กฎหมายระหว่างประเทศ รองรับสิทธิในการประท้วงอย่างสันติ เพื่อต่อต้านการขุดเจาะน้ำมันในอาร์กติกและในทะเลทั่วโลก"

เบน เอย์ลิฟเฟ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาร์กติกของกรีนพีซสากล กล่าวว่า


"การรณรงค์อย่างสันติของ Arctic 30 แสดงให้เห็นถึงโลกที่รัฐบาลและบริษัทบางแห่งพยายามต้องการให้พวกเราเจอกับความลำบาก การกระทำอันกล้าหาญของพวกเขาที่เกิดขึ้น ณ แท่นขุดเจาะน้ำมันที่อยู่ห่างไกลได้เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมากออกมารวมตัวกันเพื่อต่อต้านอุตสาหกรรมน้ำมัน จากอาร์กติกสู่ผืนป่าอะเมซอนและท่อส่งน้ำมันจากแหล่งทรายน้ำมันในทวีปอเมริกาเหนือ ผู้คนได้เห็นตัวอย่างจาก Arctic 30 และช่วยกันสร้างโลกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย และมีความมั่งคั่งมากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลหรือบริษัทน้ำมันอีกต่อไป”

รัสเซียต้องรับผิดชอบตามกฏหมาย [1] ในกรณีที่ไปขึ้นเรือ จับกุม และควบคุมเรืออาร์กติก ซันไรส์เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2558 รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเรือและบุคคลที่อยู่บนเรือด้วย คำตัดสินชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในวันนี้ ทำให้เราได้เห็นตัวเลขของความเสียหายที่ทางการรัสเซียต้องจ่ายให้กับรัฐบาลเนเธอร์แลนด์

ตลอดเวลาเวลาของคดีความ รัฐบาลรัสเซียปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมหรือจ่ายส่วนแบ่งของค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่กำหนดโดยศาลยุติธรรม [4] ดังนั้น จึงยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า รัฐบาลรัสเซียจะปฏิบัติตามคำตัดสินที่มีผลผูกพันเพื่อชดเชยความเสียหายหรือไม่ เงินทุนที่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ส่งไปให้กรีนพีซสากลนั้นครอบคลุมความเสียหายหลายอย่างที่เกิดขึ้น รวมทั้งการซ่อมแซมเรือและค่าสินไหมทดแทนแก่นักกิจกรรมทั้ง 30 คนด้วย

สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากได้รับการบูรณะและตกแต่งใหม่ เรืออาร์กติก ซันไรส์ ได้ออกเดินทางอีกครั้งเพื่อต่อต้านการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในทะเลแบเรนต์ส (Barents Sea) ของบริษัท สแต็ทออยล์ของนอร์เวย์ (Norwegian company Statoil) ที่กำลังขุดเจาะขึ้นไปทางด้านเหนือไกลกว่าที่เคยขุดเจาะก่อนหน้านี้ กรีนพีซและพันธมิตรกำลังคัดค้านการกระทำนี้อย่างหนัก และเรืออาร์กติก ซันไรส์ก็จะกลายเป็นผู้นำในการเปิดโปงความไร้ประสิทธิภาพของการขุดเจาะน้ำมันในเขตเหนือวงกลมอาร์กติกในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ [6]


นอกเหนือจากคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการที่นำโดยรัฐบาลเนเธอร์แลนด์แล้ว กลุ่ม Arctic 30 ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป ฟ้องร้องพฤติกรรมของผู้มีอำนาจของทางการรัสเซียที่กระทำการอันละเมิดสิทธิ เสรีภาพและอิสรภาพในการแสดงออก ซึ่งคดีนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น [7]

หมายเหตุ:
[1] คำตัดสินของอนุญาโตตุลาการในเดือนสิงหาคม 2558 ซึ่งรัสเซียต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย: http://act.gp/2v5dmiB

ประธานในข้อพิพาทนี้คือ คณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 5 ท่าน โดยประจำการอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้รับการแต่งตั้งขึ้นโดยเฉพาะเพื่อรับฟังข้อพิพาทนี้ตามภาคผนวกลำดับที่ 7 (Annex VII) ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล และเดือนพฤศจิกายนปี 2556 ในขณะที่ศาลยุติธรรมได้รับการแต่งตั้งขึ้น ศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ (ITLOS) ณ เมืองฮัมบูร์ก (Hamburg) ก็ได้มีคำสั่งชั่วคราวให้ปล่อยเรือและลูกเรือ แต่สหพันธรัฐรัสเซียไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว

[2] มุมมองต่อกรณีนี้ของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (ทำหน้าที่เป็นสำนักทะเบียน): http://act.gp/2v5u2pY



[3] รูปภาพและวิดีโอแสดงความเสียหายของเรืออาร์กติก ซันไรส์ ทั้งในระหว่างการซ่อมแซม และเดินทางกลับสู่กรุงอัมสเตอร์ดัม

เรืออาร์กติก ซันไรส์ เดินทางจากเมืองเมอร์มังสก์สู่กรุงอัมสเตอร์ดัม (มิถุนายน - สิงหาคม 2557) รับชมรูปภาพและวิดีโอได้ที่:  http://act.gp/2v5dpLj  


กิจกรรมซ่อมแซมความเสียหายภายในเรืออาร์กติก ซันไรส์: http://act.gp/2v5dlex



การบูรณะเรืออาร์กติก ซันไรส์ครั้งสุดท้ายและการเตรียมความพร้อมเพื่อเดินทางกลับสู่มาตุภุมิ (กรกฎาคม 2560): http://act.gp/2uxlM4Z


[4] การตอบกลับอย่างเป็นทางการของทางการรัสเซียต่อคำตัดสินชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในเดือนสิงหาคม 2558 สามารถดูได้ที่นี่: www.mid.ru/en/foreign_policy/news/-/asset_publisher/cKNonkJE02Bw/content/id/1707214


[5] ข้อมูลเพิ่มเติม:  www.savethearctic.org/en/peoplevsarcticoil

[6] คดีความที่ศาลยอมรับ: http://act.gp/2ucOfgL

[7] ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับคดีความของศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (The European Court of Human Rights) : http://act.gp/2tJxNln

[8] ข่าวประชาสัมพันธ์ของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรเกี่ยวกับคำตัดสินในเรื่องการชดเชยความเสียหาย: https://pca-cpa.org/wp-content/uploads/sites/175/2017/07/Press-Release-of-18-July-2017.pdf


[9] ข่าวประชาสัมพันธ์ของกระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์: www.rijksoverheid.nl/ministeries/ministerie-van-buitenlandse-zaken/nieuws/2017/07/18/koenders-tevreden-met-toekenning-schadevergoeding-in-zaak-arctic-sunrise

และเว็ปไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ : www.government.nl/ministries/ministry-of-foreign-affairs

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า