คนนับแสนทั่วโลกเรียกร้องไทยยูเนี่ยนสร้างการเปลี่ยนแปลงให้อุตสาหกรรมปลาทูน่ายั่งยืนและเป็นธรรม

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มิถุนายน 2, 2560
กรุงเทพฯ, 2 มิถุนายน 2560 - วันนี้นักกิจกรรมของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมตัวกันที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทไทยยูเนี่ยน เพื่อส่งมอบรายชื่อ ซึ่งเป็นตัวแทนคนทั่วโลกกว่า 680,000 คน ที่เรียกร้องไทยยูเนี่ยนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอุตสาหกรรมปลาทูน่าที่มีความยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม

“นักกิจกรรมและผู้บริโภคทั่วโลกผลักดันให้ไทยยูเนี่ยนและแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของบริษัทดำเนินการด้านนโยบายความยั่งยืนมาเป็นเวลาหลายปี และขณะนี้เป็นเวลาที่ไทยยูเนี่ยน จะก้าวไปอีกขั้นและให้คำมั่นสัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง” เกรแฮม ฟรอป หัวหน้าโครงการรณรงค์ด้านตลาดอาหารทะเล กรีนพีซ สหรัฐอเมริกากล่าว “ เราส่งรายชื่อในนามของคนทั่วโลกที่เรียกร้องให้ไทยยูเนี่ยนลงมือทำ ไทยยูเนี่ยนสามารถเป็นบริษัทที่ช่วยทำให้อุตสาหกรรมประมงปลาทูน่าก้าวไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้”

นักกิจกรรม 20 คน ที่เป็นตัวแทนของคนจากประเทศต่างๆและเขตการปกครองกว่า130 แห่งทั่วโลก แต่งตัวด้วยชุดปลาทูน่า และวิ่งส่งคบเพลิงเป็นระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตรจากสนามกีฬาแห่งชาติ มายังสำนักงานใหญ่ของไทยยูเนี่ยน เพื่อส่งมอบคบเพลิงที่เป็นสัญลักษณ์ให้ไทยยูเนี่ยนเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายเพื่อช่วยปกป้องแรงงานประมงกลางทะเล และลดการทำประมงเกินขนาด การทำประมงผิดกฎหมายและลดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลอันเนื่องมาจากการทำประมงแบบทำลายล้าง

กิจกรรมการวิ่งส่งคบเพลิงนั้นเปรียบเสมือนการเดินทางร่วมกันของผู้บริโภคและนักกิจกรรมทั่วโลกเพื่อกระตุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้คำมั่นสัญญาต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเพื่อมหาสมุทรและแรงงานบนเรือประมง

นักกิจกรรมของกรีนพีซพบกับ ดร. ดาเรียน แม็คเบน ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป

“หลังจากที่กรีนพีซได้ทำการรณรงค์มาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี เราขอให้ไทยยูเนี่ยน นำเครื่องมือประมงที่ยั่งยืนแทนเครื่องมือประมงที่ทำลายล้าง เพื่อช่วยลดการทำประมงเกินขนาด และการฆ่าทำลายสิ่งมีชีวิตทะเลที่ตกอยู่ในความเสี่ยงในอุตสาหกรรมปลาทูน่า” อัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว 

“ไทยยูเนี่ยนต้องขจัดความเสี่ยงที่อาจเกิดการละเมิดสิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน เช่น การขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเล ซึ่งทำให้เรือประมงสามารถอยู่กลางทะเลได้เป็นระยะเวลาหลายเดือนหรือหลายปี และทำให้แรงงานบนเรือประมงห่างไกลจากการดูแลและตรวจตรา”

งานรณรงค์ระดับโลกของกรีนพีซต่อไทยยูเนี่ยน มุ่งเน้นไปที่รณรงค์ให้บริษัทยุติการพึ่งพาการทำประมงแบบทำลายล้าง และส่งเสริมให้มี การปรับปรุงสภาพการทำงานของแรงงานบนเรือประมง ของบริษัทในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของโลก ข้อเสนอของกรีนพีซเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายและการดำเนินงานด้านการจัดหาวัตถุดิบ (sourcing policy) จะช่วยให้ไทยยูเนี่ยนก้าวไปไกลกว่าสถานะที่เป็นอยู่ของอุตสาหกรรมอาหารทะเล และส่งผลอย่างแท้จริงต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล และแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเล 

งานรณรงค์ของกรีนพีซต่อไทยยูเนี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างต่อเนื่องยาวนานเพื่อเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมปลาทูน่าของโลก และเพื่อทำให้มั่นใจว่าปริมาณปลาทูน่าในแหล่งประมงต่างๆ ของโลก สิ่งมีชีวิตในทะเลและระบบนิเวศของทะเลและมหาสมุทรจะอยู่ในสถานะที่ดี ในระยะยาว

ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอาหารยักษ์ใหญ่อย่างมาร์ส และเนสท์เล่ประกาศให้คำมั่นต่อสาธารณชนว่าห่วงโซ่อุปทานอาหารสัตว์เลี้ยงของบริษัทจะปลอดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและอาหารทะเลที่มาจากการประมงที่ผิดกฎหมาย และเป็นการเพิ่มแรงผลักดันให้กับไทยยูเนี่ยน ไทยยูเนี่ยนเป็นเจ้าของแบรนด์ ชิคเก้นออฟเดอะซี  Petit Navire ซีเล็ค และ จอห์นเวสต์ ที่อยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

หมายเหตุ

ภาพนิ่งสามารถดูได้ที่ http://media.greenpeace.org/shoot/27MZIFJJZLV0H 

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า