ไอโอไอ (IOI) บริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลกเริ่มเดินหน้าขจัดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าและการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากห่วงโซ่อุปทาน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - เมษายน 28, 2560
ไอโอไอ กรุ๊ป (IOI Group) เป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก เมื่อเร็วๆนี้ ไอโอไอได้ให้คำมั่นสัญญาในการจัดการปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และการแสวงหาผลประโยชน์จากระบบห่วงโซ่อุปทาน [1] กรีนพีซจึงได้ยุติงานรณรงค์ผลักดันไว้ชั่วคราว เพื่อให้เวลาแก่ไอโอไอในการลงมือปรับเปลี่ยนและปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง

การประกาศคำมั่นสัญญานี้ มีขึ้นหนึ่งปีหลังจากบริษัทสัญชาติมาเลเซียถูกระงับใบรับรองจากองค์การมาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil หรือ RSPO) สาเหตุเนื่องมาจากการทำลายป่าพรุ ที่จังหวัดกาลิมันตัน ประเทศอินโดนีเซีย [2] ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ ส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกหลายสิบบริษัท อาทิ ยูนิลีเวอร์ (Unilever), มาร์ส (Mars) และเนสท์เล่ (Nestlé) ขอยกเลิกสัญญากับไอโอไอ (IOI) [3]

หากมีการดำเนินงานอย่างถูกต้อง คำมั่นสัญญาของไอโอไอ (IOI) จะถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าของอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มได้ นอกจากนี้ไอโอไอ (IOI) ยังให้การรับรองว่าจะให้อิสระแก่หน่วยงานที่เข้าไปตรวจสอบความคืบหน้าในการดำเนินงานของบริษัท ในเวลาหนึ่งปีต่อจากนี้ด้วย 

กีกี เทาฟิก หัวหน้างานรณรงค์ด้านป่าไม้อินโดนีเซียของกรีนพีซ กล่าวว่า

“ตลอดระยะเวลากว่า 12 เดือนที่ผ่านมา ในวันนี้ ไอโอไอ (IOI) ได้ริเริ่มจัดการกับปัญหาการทำลายป่าและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในระบบห่วงโซ่อุปทานแล้ว ทางกรีนพีซก็จะจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่า ไอโอไอ (IOI) จะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ แต่ ในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มยังคงมีสิ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไขอีกมาก ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ค้าน้ำมันปาล์ม จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อปัญหาต่างๆ ด้วยแผนการดำเนินงานแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม”

นับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ไอโอไอ (IOI) ได้เริ่มติดตามตรวจสอบบรรดาซัพพลายเออร์น้ำมันปาล์มอย่างจริงจัง เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทเหล่านี้จะไม่มีส่วนในการทำลายพื้นป่าฝนเขตร้อนและป่าพรุ และไอโอไอ (IOI) ยังตกลงที่จะร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs)  ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม ระหว่างชุมชน “ลอง เทราน คานาน” (Long Teran Kanan) กับ “บริษัทร่วมทุนไอโอไอและเปลิตา” (IOI-Pelita joint venture) ที่รัฐซาราวะก์ ประเทศมาเลเซีย [4]  นอกจากนี้ ไอโอไอ (IOI) ยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติต่อคนงาน โดยจะเคารพสิทธิของคนงานผู้ปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น และยังสรรหาผู้ให้คำปรึกษาเพื่อตรวจสอบกระบวนการการทำงานในประเด็นที่เกี่ยวกับแรงงานอีกด้วย

กรีนพีซให้คำแนะนำแก่บริษัทที่กำลังจะทำการค้ากับไอโอไอ (IOI) ว่าควรมีการระบุในสัญญาให้บริษัทคู่ค้าว่าจะต้องแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าของบริษัท ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบายเกี่ยวกับปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นไปตามคำมั่นสัญญาที่ไอโอไอได้ประกาศไว้ด้วย

น้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันพืชที่คนนิยมใช้มากที่สุดในโลก แต่อุตสาหกรรมนี้กลับมีชื่อเสียงในเรื่องการทำลายป่าฝนและการละเมิดสิทธิมนุษยชน [5] แม้บริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มยักษ์ใหญ่ทั้งหลายมีนโยบาย “ไม่ข้องเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่า” แต่ในทางปฏิบัติแล้วกลับดำเนินการเล็กน้อยเพื่อสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าบรรดาซัพพลายเออร์จะอยู่ในมาตรฐาน [6] สุดท้ายแล้ว น้ำมันปาล์มที่เราใช้กันในครัวเรือนหลายแบรนด์ ยังคงรับวัตถุดิบจากผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายป่าฝน  หรือเอารัดเอาเปรียบแรงงานและชุมชนท้องถิ่น [7]

"เรามีอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในห่วงโซ่อุปทานมามากพอแล้ว  บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายไม่สามารถละเลยปัญหาการทำลายป่าและการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อีกต่อไป วิธีเดียวที่จะสามารถกำจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปในอุตสาหกรรมได้ คือ บริษัทผู้ค้าน้ำมันปาล์มรายอื่นๆ ควรมีนโยบายในการจัดการปัญหาเหล่านี้เหมือนที่ไอโอไอ (IOI) ได้เริ่มทำ และเริ่มปฏิเสธซัพพลายเออร์ที่มีการดำเนินงานซึ่งมีส่วนเกี่ยวโยงกับการทำลายป่าหรือใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมาย" เทาฟิก กล่าว

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา องค์กรภาคประชาสังคมหลายสิบองค์กรได้ร่วมกันผลักดันให้ไอโอไอ (IOI) ปฏิรูปบริษัท [8] ข้อเรียกร้องขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร อย่าง AidEnvironment ที่มีต่อไอโอไอ (IOI) ส่งผลให้บริษัทถูกระงับใบรับรองจาก RSPO ในเดือนเมษายนปี 2559 ในการรณรงค์ครั้งนี้ มีผู้สนับสนุนกรีนพีซหลายแสนคนเข้าร่วม การรณรงค์ยังรวมถึงการปิดล้อมโรงกลั่นน้ำมันปาล์มของไอโอไอ (IOI) ในเมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วย [9]

ในประเทศมาเลเซีย นักกิจกรรมกรีนพีซร่วมกับสมาชิกของประชาคมมาเลเซีย ส่งคำร้องจากประชาชนกว่า 300,000 รายชื่อทั่วโลก ไปยังสำนักงานใหญ่ของไอโอไอ (IOI) ในเมืองปุตราจายา เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

กรีนพีซ เรียกร้องบริษัทผู้ค้าน้ำมันปาล์มรายใหญ่อื่นๆ ของโลก เช่น บริษัทวิลมาร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ (Wilmar International) และบริษัท โกลเดน อกริ รีซอร์ซ (Golden Agri Resources) ให้เปิดเผยแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาที่คล้ายคลึงกัน โดยระบุซัพพลายเออร์ที่มีการตัดไม้ทำลายป่า การใช้พื้นที่ป่าพรุ และการเอาเปรียบแรงงาน รวมถึงปฏิเสธซัพพลายเออร์ที่ไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาด้วย

บริษัทที่ซื้อน้ำมันปาล์มควรกำหนดให้ซัพพลายเออร์มีนโยบายที่ทำให้พวกเขามั่นใจได้ว่า การตัดไม้ทำลายป่าและการปฏิบัติที่ไม่ได้รับการยอมรับ จะถูกกำจัดออกไปจากห่วงโซ่อุปทาน

ดาวน์โหลดภาพได้ที่ media.greenpeace.org/collection/27MZIFJJQ3TUX

หมายเหตุ

  1. แถลงการณ์ของไอโอไอ www.ioigroup.com/Content/NEWS/NewsroomDetails?intNewsID=837  
  2. ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร AidEnvironment ได้ยื่นข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อองค์การมาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil หรือ RSPO) เกี่ยวกับการทำลายป่าและพื้นที่ที่มีคุณค่าสูงต่อการอนุรักษ์และป่าพรุ ของไอโอไอ (IOI) ในจังหวัดกาลิมันตัน ประเทศอินโดนีเซีย RSPO จึงระงับใบรับรองของไอโอไอ (IOI) ในเดือนเมษายนปี 2559 และถึงแม้ว่าจะมีการยกเลิกการระงับในเดือนสิงหาคม 2559 แต่ในเดืนธันวาคมปี 2559 องค์การ AidEnvironment และไอโอไอ (IOI) ก็ได้เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมว่าได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว
  3. ตัวอย่างเช่น www.foodnavigator.com/Market-Trends/Major-brands-dump-palm-oil-supplier-IOI-following-RSPO-suspension
  4. www.rspo.org/members/complaints/status-of-complaints/view/4
  5. www.greenpeace.org/international/en/publications/Campaign-reports/Forests-Reports/Under-Fire
  6. www.greenpeace.org/international/en/publications/Campaign-reports/Forests-Reports/A-Deadly-Trade-off
  7. ในเดือนพฤศจิกายน 2559 จากการสืบสวนสอบสวนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) ได้พบการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้แรงงานเด็ก ในภาคอุตสาหกรรมการปลูกปาล์มน้ำมัน ของบริษัทวิลมาร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ (Wilmar International) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ค้าน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก
  8. www.amnesty.org/en/latest/news/2016/11/palm-oil-global-brands-profiting-from-child-and-forced-labour
  9.  ตัวอย่าง องค์กรพัฒนาเอกชนของอินโดนีเซียและนานาชาติจำนวน 26 องค์กร ลงนามในจดหมายเปิดผนึกกรณีไอโอไอ (IOI) ในเดือนพฤษภาคม 2559  
  10. www.greenpeace.org/seasia/Global/seasia/CoalitionLtr_DropIOI.pdf
  11. www.greenpeace.org/international/en/press/releases/2016/Greenpeace-blockades-palm-oil-trader-IOI-in-Rotterdam-/

หมวด
ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า