ออสเตรเลียต้องเปลี่ยนนโยบายแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ ตามที่ให้สัตยาบันไว้ในข้อตกลงปารีส

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤศจิกายน 11, 2559
ซิดนีย์, 10 พฤศจิกายน 2559 - รัฐบาลออสเตรเลียต้องกำหนดมาตรการตอบรับสัตยาบันตามข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ชานิ เทเจอร์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ ออสเตรเลียแปซิฟิก กล่าวว่า

“การให้สัตยาบันในข้อตกลงปารีสว่าด้วยการปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นก้าวสำคัญของอนาคตที่มั่นคงของโลก ออสเตรเลียจึงต้องทบทวนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่และออกมาตรการที่ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ ตามที่ร่วมให้สัตยาบันเพื่อปกป้องโลก” 

“ดังนั้นจึงไม่มีข้ออ้างใดที่ออสเตรเลียจะดึงดันอนุมัติโครงการที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และต้องรักษาคำมั่นสัญญาตามที่ได้ให้สัตยาบันให้ไว้”

“ออสเตรเลียในฐานะที่เป็นประเทศผู้ส่งออกถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในโลก และถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่อันตรายที่สุดในโลก มาตรการแรกของออสเตรเลียคือ การยุติโครงการเหมืองถ่านหินแหล่งใหม่ทุกแห่ง”

การปล่อยก๊าซคาร์บอนจากแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลหลายแห่งที่ยังเปิดใช้งานอยู่ทั่วโลกขณะนี้ จะก่อให้เกิดปริมาณที่เกินกว่าที่ระบุไว้ในข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จำกัดค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส ดังนั้นการริเริ่มโครงการใหม่ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหลายนั้นจึงสวนทางกับเป้าหมายในการปกป้องสภาพภูมิอากาศของโลก [1]

สำหรับชัยชนะจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯของนายโดนัลด์ ทรัมป์ มีผลกระทบต่อข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้น เทเจอร์ กล่าวว่า

“การให้สัตยาบันในข้อตกลงฯ เป็นบทพิสูจน์ถึงความก้าวหน้าร่วมกันระดับโลกในการปกป้องหายนะจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การกำหนดมาตรการตามที่ให้สัตยาบันไว้ จึงไม่ได้ขึ้นกับบุคคลคนเดียว หรือ ประเทศใดประเทศหนึ่ง”

“อย่างไรก็ตามการที่ออสเตรเลียยังคงให้การสนับสนุนด้านการเงินต่ออุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล และใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นเครื่องมือทางการเมืองอันจะก่อหายนะต่อโลก จึงเป็นไปได้ยากที่จะหาความจริงจังในสัญญาใดๆจากรัฐบาลออสเตรเลียได้”

“หากมัลคัม เทิร์นบูลล์ ให้ความสำคัญต่อเสียงเรียกร้องและความท้าทายนี้ ก็นับเป็นก้าวแรกที่เราจะได้มีอากาศและน้ำที่สะอาด มีสภาพภูมิอากาศที่ปลอดภัย และช่วยรักษาแนวปะการังเกรท แบริเออร์ รีฟ ให้อุดมสมบูรณ์สำหรับประชาชนออสเตรเลียทุกคน”

หมายเหตุ

[1] The Sky’s Limit: เหตุผลที่เป้าหมายในการบรรลุข้อตกลงปารีสต้องจัดการลดการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิล  เปลี่ยนรูปแบบพลังงานการใช้น้ำมันทั่วโลก 22 กันยายน 2559  คลิกที่นี่

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า