กรีนพีซระบุ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศชัดเจน ยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์และถ่านหิน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มิถุนายน 17, 2560
ปูซาน, 19 มิถุนายน 2560 – วันนี้ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ มุน แจ-อิน (Moon Jae-in) ประกาศถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญโดยลด ละ เลิกการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์และถ่านหินในคำกล่าวสุนทรพจน์ ประธานาธิบดีมุนให้สัญญาว่าจะยุติแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ และจะไม่ยืดอายุเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีอยู่เดิม ในส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ประธานาธิบดีมุนให้คำมั่นสัญญาว่าจะปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน 10 แห่งและยกเลิกโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่

นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญระดับโลกของเกาหลีใต้ที่ชื่อว่า เป็นหนึ่งในประเทศอุตสาหกรรมนิวเคลียร์อันดับต้นๆ ของโลก

"คนเกาหลีใต้ได้เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในเมืองใหญ่ๆ มาเป็นเวลานานแล้ว และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่า ทำไมนโยบายด้านพลังงานที่สะอาดและปลอดภัยของประธานาธิบดีมูน จึงได้รับความนิยมในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี" ทาอึล จัง (Daul Jang) ผู้ประสานงานรณรงค์อาวุโส ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกกล่าว "คำประกาศของประธานาธิบดีมูน ถือเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนทุกคน วันนี้จึงถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่ประชาธิปไตยด้านพลังงานด้วย"

แถลงการณ์ของประธานาธิบดีมูนเกิดขึ้นในพิธีปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โครี 1 (Kori 1) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศซึ่งเปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 40 ปีลงอย่างถาวร ในสุนทรพจน์ ประธานาธิบดีมูนกล่าวว่า เขาจะมุ่งเน้นการพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่งและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเขามองว่าจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีส่วนช่วยในการสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ประเทศ รวมถึงประธานาธิบดีมูนยังได้กล่าวถึงการปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์วอลซอง 1 (Wolsung 1) ก่อนกำหนดอีกด้วย นอกจากนี้ เขายังสัญญาต่อประชาชนอีกว่า รัฐบาลจะดำเนินการปรึกษาหารือกับประชาชนในการตัดสินชะตากรรมของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ 2 เครื่อง คือ ชินโครี (Shin Kori) 5 และ 6 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง [1]

"เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นคนละโลกกับยุค 70 ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถือกำเนิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ เหตุการณ์ร้ายแรงหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลก อาทิ หายนะภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เมืองฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น แผ่นดินไหวขนาด 5.8 แมกนิจูด ที่เมืองคยองจู (Gyeongju) ในปี 2559 และมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เลวร้ายลงในเมืองใหญ่ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนตระหนักได้ว่า ความปลอดภัยและสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งแน่นอนว่า นิวเคลียร์และถ่านหินเป็นแหล่งพลังงาน 2 แหล่งที่ก่อให้เกิดมลพิษและความไม่ปลอดภัยมากที่สุด" จังกล่าว

"ภายในปี 2583 พลังงานลมและแสงอาทิตย์จะมีสัดส่วนกว่าหนึ่งในสามของการผลิตกระแสไฟฟ้าของโลก ดังนั้น คำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีมูนจึงเป็นการให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดเป็นลำดับแรกๆ ให้เป็นแหล่งพลังงานที่ช่วยให้ประเทศขยายตัวทางเศรษฐกิจ พวกเราหวังว่าพลังงานหมุนเวียนนี้ จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมให้แก่ประเทศเกาหลี ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติได้" [2]

มกราคมปีนี้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและกรีนพีซ สากลเปิดเผยว่า ในเดือนมกราคมปี พ.ศ. 2573 ถ้าไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินขึ้นใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและไต้หวัน จะสามารถรักษาชีวิตผู้คนได้ประมาณปีละ 50,000 ชีวิต  [3]

คำประกาศของประธานาธิบดีมูน ยังช่วยรับรองว่า ประเทศเกาหลีใต้จะบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศซึ่งตั้งไว้ที่ร้อยละ 37 ภายในปี 2573 ตามที่ระบุไว้ในความตกลงปารีส (Paris agreement) [4] และในวันศุกร์ที่ผ่านมา ในที่ประชุมธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย หรือ Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) ประธานาธิบดีมูนยังกล่าวถึงเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนที่จะบรรลุให้ได้ร้อยละ 20 ภายในปี 2573 อีกด้วย [5]

หมายเหตุ

สามารถดูรูปเพิ่มเติมได้ที่นี่

[1] Mention of proposed shutdown of Wolsung 1 and Shin Kori 5 &6

การปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์วอลซอง 1 (Wolsung 1) และชินโครี (Shin Kori) 5 และ 6

[2] Bloomberg’s New Energy Outlook 2017 on global renewables growth: https://about.bnef.com/new-energy-outlook/

แนวโน้มด้านพลังงานของสํานักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg’s New Energy Outlook 2017) เกี่ยวกับการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก: https://about.bnef.com/new-energy-outlook/

[3] Cancelling new coal plants in Southeast Asia, Korea, Japan would save 50,000 lives a year

ถ้าไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินขึ้นใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและไต้หวัน จะสามารถรักษาชีวิตผู้คนได้ประมาณปีละ 50,000 ชีวิต

[4] South Korea’s Paris agreement target

เป้าหมายความตกลงปารีสของเกาหลีใต้

[5] Energy target mentioned at the AIIB meeting

เป้าหมายด้านพลังงานที่ถูกกล่าวในที่ประชุม AIIB


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่

  

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า