กรีนพีซระบุการประมงของไต้หวันเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการล่าฉลามเพื่อเอาครีบ

ข่าวประชาสัมพันธ์ - เมษายน 14, 2559
ไทเป, 14 เมษายน 2559--การสืบสวนสอบสวนเรื่องการประมงปลาทูน่านอกน่านน้ำของไต้หวันโดยกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเป็นเวลา 1 ปี เปิดเผยถึงการล่าฉลามเพื่อเอาครีบและการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงความล้มเหลวของไต้หวันในการจัดการกับการฆาตกรรมและการลักลอบขนถ่ายยาเสพติดกลางทะเล

ผลการสำรวจที่นำเสนอในรายงานของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเกิดขึ้นในขณะที่การเตือนใบเหลืองอียูกำลังจะหมดลง 

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา ไต้หวันได้รับการเตือนเรื่องการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม  (IUU) จากสหภาพยุโรปและมีเวลา 6 เดือนในการจัดการกับปัญหา มิฉะนั้นแล้วจะต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากอียู

เยน หนิง ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออก กล่าวว่า "รายงานสืบสวนสวบสวนของกรีนพีซนี้แสดงภาพรวมของอุตสาหกรรมประมงที่กำลังวิกฤต กรมประมงแห่งไต้หวันยัง ไม่สามารถทำการติดตามตรวจสอบอุตสาหกรรมปลาทูน่าที่ ไร้การควบคุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขาดศักยภาพหรืออื่นๆ การสืบสวนสอบสวนของกรีนพีซเปิดเผยถึงผลกระทบที่รุนแรงกว้างขวางต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลและต่อชีวิตของผู้คน”

ในระดับโลก ไต้หวันมีเรือประมงเบ็ดราวปลาทูน่ามากที่สุด และการประมงปลาทูน่าของไต้หวันอยู่ใน 6 อันดับต้นของกิจการประมงในมหาสมุทรแปซิฟิก ธุรกิจการประมงยักษ์ใหญ่ของไต้หวัน เช่น บริษัท ฟงชุนฟอร์โมซาฟิชเชอรี่(FCF) ส่งปลาทูน่าออกสู่ตลาดโดยตรงและส่งปลาทูน่าให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่ ใหญ่ที่สุดในโลกรวมถึงบริษัทไทยยูเนี่ยนของไทย ปริมาณมหาศาลของปลาทูน่าที่ไต้หวันจับได้ถูกส่งออกเพื่อแปรรูปที่ประเทศไทยซึ่งเป็นที่ที่มีการเปิดเผยกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและแรงงานอย่างรุนแรง นี่ไม่เพียงเป็นความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าของไต้หวัน หากยังเป็นความเสี่ยงของการส่งออกจากประเทศไทยอีกด้วย

เยน หนิง กล่าวเพิ่มเติมว่า "อุตสาหกรรมประมงทั้งของไต้หวันและไทยมีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของบริษัทอย่างไทยยูเนี่ยนนั้นมีความโปร่งใสน้อยมาก ซึ่งหมายถึงว่า คนรักอาหารทะเลทุกๆแห่งอาจบริโภคปลาทูน่าที่มาจากการกดขี่ขูดรีดแรงงานบนเรือประมง และอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม พวกเขาไม่เคยรู้เรื่องราวเหล่านี้"

รายงานของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกยังเปิดเผยถึงการปฏิบัติอย่างโหดร้ายกับลูกเรือต่างชาติ การสัมภาษณ์ลูกเรือประมงที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระบุว่า มีการเลื่อนจ่ายค่าแรงหรือยึดค่าแรง รวมถึงสภาพการทำงานบนเรือประมงที่ทารุณ การแสวงประโยชน์จากนายหน้าจัดหางาน การทำร้ายร่างกายและทางวาจา และการเสียชีวิตกลางทะเล

การละเมิดสิทธิมนุษยชนเหล่านี้เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กับการทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเล ภายใต้กฎหมายของไต้หวันที่บังคับใช้ในปี 2555 จะต้องไม่แยกครีบฉลามออกจากตัว แต่จากการสำรวจในช่วงสามเดือนเพียงแค่ท่าเรือแห่งเดียวในไต้หวัน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเปิดโปงถึงการตัดครีบฉลามที่ผิดกฎหมาย 16 กรณี ในทางตรงข้าม การสืบสวนของกรมประมงแห่งไต้หวันรายงานตัวเลขเดียวกันนี้ แต่พบในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทั่วทั้งเกาะไต้หวัน

เยน หนิง กล่าวสรุปว่า "ใบเหลืองอียูควรเป็นเสียงปลุกให้ไต้หวันทำการปฏิรูประบบการประมงของตน ให้ขจัดการกดขี่ขูดรีดมนุษย์และการทำลายสิ่งแวดล้อมให้หมดไป รวมถึงพัฒนาการจัดการทรัพยากรทางทะเลอันมีคุณค่าอย่างยั่งยืน การทำประมงไม่ใช่เรื่องของการค้า มันเป็นเรื่องความรับผิดชอบของไต้หวันในการปฏิบัติต่อแรงงานบนเรืออย่างเท่าเทียมและเพื่อความยั่งยืนของมหาสมุทรของเราต่อไป"

กรมประมงแห่งไต้หวันได้เสนอกฎหมายประมงนอกน่านน้ำฉบับใหม่ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกกล่าวว่า มันจะไม่มีความหมายใด หากปราศจากการบังคับใช้ที่เป็นรูปธรรม

หมายเหตุ

รายงาน Made in Taiwan: ความล้มเหลวของรัฐบาล และการกระทำที่ผิดกฏหมาย ไม่เป็นธรรมต่อแรงงาน และอาชญากรรมในการประมง

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า