แถลงการณ์ของกรีนพีซเรื่องอาหารทะเลของไทยยูเนี่ยนเชื่อมโยงกับการบังคับใช้แรงงานและแรงงานเด็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ธันวาคม 14, 2558
วอชิงตัน ดีซี/กรุงเทพฯ, 14 ธันวาคม 2558- การสืบสวนของสำนักข่าวเอพี(Associated Press)ที่เผยแพร่ในวันนี้พบว่า ไทยยูเนี่ยน เจ้าของแบรนด์ Chicken of the Sea ในสหรัฐอเมริกามีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานและสภาพการทำงานที่เลวร้ายในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง งานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนนี้เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยที่ทีมข่าวของสำนักข่าวเอพีทำการติดตามรถบรรทุกส่งกุ้งจากโรงงานแกะเปลือกกุ้งแห่งหนึ่งไปจนถึงบริษัทส่งออกกุ้งรายใหญ่ของไทย และติดตามไปจนถึงผลิตภัณฑ์กุ้งที่วางขายทั่วโลก

รายงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนระบุว่าแรงงานย้ายถิ่นรวมถึงเด็กถูกบังคับใช้แรงงานโดยได้รับค่าตอบแทนน้อยมากและไม่ได้รับเลยจากการแกะเปลือกกุ้ง ที่เป็นผลิตภัณฑ์กุ้งแช่แข็งวางขายอยู่ในร้านค้าทั่วอเมริกา รวมถึงในยุโรป และเอเชีย

“ไทยยูเนี่ยนในฐานะเป็นผู้นำและเชี่ยวชาญอาหารทะเลระดับโลกได้ตอบรับเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นใหม่แต่ละเรื่องอย่างคับแคบเท่าที่จะเป็นไปได้” จอห์น โฮซิวา ผู้อำนวยการรณรงค์ด้านมหาสมุทร กรีนพีซ สหรัฐอเมริกากล่าว “ไทยยูเนี่ยนทำเพียงเพื่อกลบกระแสข่าวในขณะที่ยังคงแสวงผลกำไรจากแรงงานอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกบังคับใช้แรงงานตลอดห่วงโซ่อุปทานของตน”

“ข้อกล่าวหาล่าสุดที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นเรื่องราวที่บอกว่าไทยยูเนี่ยนรับรู้ประเด็นการบังคับใช้แรงงานและมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทตรวจเยี่ยมโรงงานแกะเปลือกกุ้งเป็นประจำทุกวัน เป็นที่ชัดเจนอย่างยิ่งว่า ไทยยูเนี่ยนไม่อาจเพิกเฉยต่อการบังคับใช้แรงงานในห่วงโซ่อุปทานได้อีก มันต้องใช้สิ่งที่มากกว่าคำสัญญาลอยๆ ที่เป็นเงื่อนไขต่ำสุดเพื่อทำให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าของไทยยูเนี่ยนกลับคืนมา”

ไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นบริษัทที่ถูกระบุว่าห่วงโซ่อุปทานนั้นเชื่อมโยงกับการบังคับใช้แรงงานในรายงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนทั้งของ สำนักข่าวนิวยอร์กไทม์ ( New York Times ) และเอพี  (Associated Press) ได้รับกุ้งแกะเปลือกมาจากโรงงานแกะกุ้ง Gig และโรงงานอีกแห่งซึ่งโดนจับกุมในเดือนพฤษภาคม ซึ่งมีคนงานถูกบังคับใช้แรงงานเป็นเวลานานโดยไม่มีวันหยุด ในโรงงานแกะกุ้งดังกล่าว หญิงตั้งท้องแปดเดือนถูกบังคับให้แท้งลูกบนพื้นและยังต้องแกะเปล��อกกุ้งต่อไปอีก 4 วันแม้จะมีอาการตกเลือดอยู่ เด็กเล็กๆ ที่มาด้วยและตกลงจากที่สูง 12 ฟุตก็ถูกปฏิเสธการรักษาทางการแพทย์ ส่วนแรงงานหญิงที่ตั้งครรภ์อีกคนหนึ่งพยายามหนีแต่ถูกจับและบังคับให้ใช้แรงงานโดยสวมกุญแจมือไว้กับอีกคนหนึ่ง แรงงานที่ทำงานอยู่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ของไทยยูเนี่ยนมาตรวจเยี่ยมโรงแกะเปลือกกุ้งนี้เป็นประจำทุกวัน

“ไม่มีใครต้องการซื้ออาหารทะเลที่มาจากการบังคับใช้แรงงาน และเรารู้ว่าประเด็นนี้ไปไกลกว่าเฉพาะกุ้ง” โฮซิวา กล่าวเสริม “ทุกๆ บริษัทที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การทำประมงทะเลไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายอาหารทะเล จะต้องถือเป็นภาระรับผิดสำหรับผู้คนนับร้อยนับพันที่ทนทุกข์ภายใต้สภาพการทำงานอันเลวร้ายเยี่ยงนี้”

“เรื่องราวจากรายงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนนี้นำไปสู่การตั้งข้อสังเกตต่อประเด็นที่ว่าทั้งไทยยูเนี่ยนและภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทยโดยรวมได้ตอบสนองและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังมากน้อยเพียงใด”โฮซิวา กล่าวเสริม “การละเลยของอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั้งหมดและเพียงการออกแถลงการณ์ให้ดูดีนั้นไม่อาจยอมรับได้ ถึงเวลาที่ไทยยูเนี่ยนและผู้ค้าทั้งหมดต้องตรวจสอบดูแลและทำให้ความเชื่อมโยงทุกอันในห่วงโซ่อุปทานปราศจากซึ่งการบังคับใช้แรงงานและการละเมิดสิทธิของแรงงานในทันที ไม่ใช่เพียงแต่การแก้ปัญหาเฉพาะเมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวล่าสุดขึ้น”

หมายเหตุ

อ่านรายงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนทั้งหมดได้ที่ Associated Press investigation 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

มิเรียม ฟอลอน ผู้ประสานงานสื่อมวลชนด้านอาหารทะเล กรีนพีซ สหรัฐอเมริกา
โทร. +1-708-546-9001 อีเมล:

แดน ไซมอล แซลมอน หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรด้านปลาทูน่า กรีนพีซ นิวซีแลนด์
โทร.+ 64-21-394-311 อีเมล:

ฝ่ายข่าวกรีนพีซสากล
โทร. +31 (0) 20 718 2470 อีเมล:             

สมฤดี ปานะศุทธะ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร. 081 929 5747 อีเมล:


 Download English version here 

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า