แถลงการณ์เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ ๒ แบคแพ็คปกป้องอันดามันจากถ่านหิน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤษภาคม 18, 2558
เมื่อรัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานประกาศสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ ประชาชนในจังหวัดอันดามันโดยเฉพาะจังหวัดกระบี่เริ่มรู้สึกถึงวิกฤติที่กําลังจะมาถึง เนื่องจากเรารับทราบประสบการณ์จากทั่วโลกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินคือหายนะทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและเมื่อได้ศึกษารายงาน วิจัยของนักวิชาการมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา งานวิจัยมหาวิทยาลัยสตุดการ์ด เยอรมนี พบว่าสารพิษที่เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นกลายเป็นวิกฤติที่ยากจะเยียวยา เมื่อได้ฟังคําแถลงฉบับ ที่ ๔ ของคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาล(IPCC)ที่สนับสนุนโดยสหประชาชาติซึ่งได้ระดมนักวิทยา ศาสตร์ทั่วโลกจํานวน ๒,๐๐๐ คน พบว่าพลังงานฟอสซิลคือตัวการสําคัญของหายนะด้านสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเลขาธิการสหประชาชาติออกมาเรียกร้องให้ผู้นําทั่วโลกตระ หนักถึงภาวะดังกล่าวด้วยการหยุดใช้พลังงานฟอสซิล

แต่ในขณะนี้ผู้นํารัฐบาลไทยกลับดําเนินการตรงกันข้ามเราในฐานะประชาชนอันดามันจึงต้อง ลุกขึ้นมาปกป้องแผ่นดินของเราเองและหวังว่าวันหนึ่งรัฐจะสํานึกหันมาเอาจริงเอาจริงกับการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดอย่างที่สหรัฐอเมริกา เยอรมนี จีน อินเดีย เกาหลีใต้ กําลังเร่งดําเนินการ

สิ่งที่เราจะทําได้คือการสร้างนโยบายสาธารณะที่ดีด้านพลังงานด้วยการเดินทางไปบอกเล่าให้ คนในอันดามันทราบว่าถ่านหินเป็นหายนะต่อบ้านของเขา และในขณะเดียวกันต้องการนําเรื่องราว บนแผ่นดินอันดามันมาบอกเล่ากับสาธารณะว่าแต่ละจังหวัดมีสิ่งดีดีที่ไม่ควรจะถูกทําลายโดยโรงไฟ ฟ้าถ่านหิน เราจึงใช้แรงกายแรงใจของเราร่วมกันแบกเป้เดินทางไปยังสถานที่สําคัญในฝั่งอันดามัน ในนาม “กิจกรรมแบคแพ็คปกป้องอันดามันจากถ่านหิน” โดยมีเป้าหมายสุดท้ายเพื่อร่วมกันสร้างนโยบายสาธารณะด้านพลังงานที่ปลอดภัยและมั่นคงแก่คนอันดามัน ภาคใต้และของคนทั้งประเทศด้วย

พื้นที่อันดามันได้กลายเป็นพื้นที่สําคัญของโลกด้านการท่องเที่ยวโดยแต่ละปีได้มีนักท่องเที่ ยวจากต่างประเทศมาเยือนพื้นที่อันดามันจํานวนมาก โดยเฉพาะประเทศในยุโรป และนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งเมื่อทราบข่าวว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้เกิดคําถามที่สําคัญว่าประเทศไทยกําลัง คิดอะไร จึงเอาพื้นที่ที่สวยงามเช่นนี้มาสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งทั้งโลกมีบทสรุปว่ามันเป็นเชื้อเพลิงที่อันตรายอย่างยิ่งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนกล่าวว่าพวกเขาได้รับประสบการณ์มลพิษของโรงไฟฟ้าถ่านหินมาก่อนแล้วในประเทศของตัวเองจึงได้เกิดปรากฎการณ์ที่นักท่องเที่ยวแสดงสัญลักษณ์และเจตนารมณ์มาจากหลายประเทศทั่วโลกว่าถ่านหินเป็นอันตราย ขอให้หยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่

กิจกรรมแบคแพ็ค (ตามเอกสารประกอบแถลงการณ์) จะเริ่มต้นจาก จากจังหวัด สตูล ตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ต และมาสิ้นสุดที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมีการให้ความรู้ กิจกรรมรณรงค์แสดงพลัง ทั้งนี้หวังว่ากิจกรรมครั้งนี้จะช่วยให้รัฐบาลตระหนักว่า การสร้างนโยบายสาธารณะด้านพลังงานที่ผูกขาดนั้นจะนํามาซึ่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง มีผลในการทําลายเศรษฐกิจของ คนอันดามันและประกาศยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่การท่องเที่ยวของโลก

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินขอเชิญชวนทุกท่านในประเทศมาร่วมกิจกรรมกับเรา และร่วมแสดงพลังปกป้องแหล่งท่องเที่ยวของโลกให้เป็นสมบัติของคนไทยสืบไป อย่าได้ถูกทําลาย ด้วยการสนองตอบทุนผูกขาดถ่านหิน จนนํามาสู่วิกฤติของพื้นที่อันดามันจนยากที่จะเยียวยาและฟื้น ฟูได้ สิ่งที่รัฐบาลควรจะทําคือหันมาสู่การสร้างนโยบายสาธารณะที่ดีด้านพลังงานด้วยการใช้พลังงาน สะอาด กระจายผู้ผลิต กระจายที่มาของไฟฟ้าให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน รวมถึงเรียกร้องถึง สื่อมวลชนทั้งหลายควรเสนอข่าวอย่างเป็นธรรม ถูกต้องตามหลักวิชา ไม่ควรตกอยู่ภายใต้วาทกรรม ถ่านหินสะอาดของ กฟผ.จนลืมงานวิจัยที่ทั้งโลกมีบทสรุปว่าถ่านหินคือหายนะด้านสิ่งแวดล้อมและ สุขภาพของมนุษย์

ผู้แถลง
นายอัครเดช ฉากจินดา ฝ่ายกิจกรรมแบคแพ็ค
เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน
๑๘ พ.ค. ๒๕๕๘ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬากรุงเทพ 


เครือข่าย "ปกป้องกระบี่จากถ่านหิน" ยกระดับขยายแนวร่วมและปรับชื่อเป็น "เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน" ซึ่งประกอบด้วย

1.กลุ่มรักลันตา
2.กลุ่มพิทักษ์ปกาสัย
3.สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวลันตา
4.สมาคมผู้ประกอบการโรงแรมเกาะลันตา
5. มูลนิธิอันดามัน
6. ศูนย์สร้างเสริมจิตสานึกนิเวศวิทยา
7. กลุ่มภูเก็ตจัดการตนเอง
8. คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 9 องค์กร จังหวัดพังงา(หอการค้าจังหวัดพังงา/สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา/สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพังงา/ชมรมธนาคารจังหวัดพังงา/สภาเกษตรกรจังหวัดพังงา/ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา/ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพังงา/ชมรมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพังงา/ภาคประชาสังคมจังหวัดพังงา)
9. กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
10. สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย
11. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้(กปอพช) 
12.โครงการปกป้องพื้นที่ผลิตอาหารชายฝั่งภาคใต้
13. กลุ่มรักตรังปกป้องตรัง
14. กลุ่มรักษ์อันดามัน
15. กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมปกาสัยจังหวัดกระบี่
16. กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดกระบี่
17. เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดกระบี่
18.องค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน
19.เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวพังงา อันดามัน 
20. เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ
21. เครือข่ายติดตามผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลเขาหินซ้อน
22. เครือข่ายถ่านหิน ประเทศไทย Thailand Coal Network
23.เครือข่ายถ่านหินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Southeast Asia Coal Network
24. มูลนิธินโยบายสุขภาวะ
25. เครือข่ายนักวิชาการ EIA EHIA Watch Thailand
26. สมาคมคนรักษ์เลกระบี่
27. มูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำไทย
28. กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านเกาะกลาง จ.กระบี่
29. เครือข่ายประชาชนพัฒนาเมืองเทพา สงขลา
30. เครือข่ายปกป้องพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง นครศรีธรรมราช
31. สภากาแฟทับเที่ยง จังหวัดตรัง
32. เครือข่ายประมงพื้นบ้าน จังหวัดตรัง
33. สมาคมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา
34. เครือข่ายชุมชนรักอ่าวปากบารา จังหวัดสตูล
35. เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนา จังหวัดสตูล