แถลงการณ์ของกรีนพีซกรณี กฟผ. เปิดซองประกวดราคาโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และท่าเทียบเรือถ่านหิน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - กรกฎาคม 29, 2559
29 กรกฎาคม 2559 กรณีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่าได้เปิดซองประกวดราคาโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และท่าเทียบเรือถ่านหิน โดยระบุว่ากลุ่มกิจการค้าร่วม พาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น ออฟ ไชน่า (Power Construction Corporation of China) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เป็นกลุ่มที่เสนอราคาต่ำสุดในกลุ่มเอกชนที่ยื่นซองประมูล

จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ​กล่าว​ว่า

“แม้ กฟผ. จะ​อ้าง​ว่านี่เป็นการดำเนินการ​เพื่อให้เกิดความมั่นใจ​ต่อ​นักลงทุน​ ​และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ การเปิดประมูลโครงการในเดือนสิงหาคม 2558 มาจนถึงปัจจุบัน เป็นความพยายามสร้างแรงกดดันต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้ผ่านรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EHIA) อันจะส่งผลให้รัฐบาลอนุมัติโครงการ

ส่วนการแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการพลังงานหมุนเวียนกระบี่ ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในจังหวัดกระบี่นั้น กลายเป็นเพียงพิธีกรรมและปิดโอกาสทางนโยบายที่เอื้อให้ข้อเรียกร้องภาคประชาชนเกิดขึ้นจริง”

นอกจากนี้ การพิจารณา​เลือก​ราคาก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ต่ำสุดยังสร้างความกังวลถึงประสิทธิภาพและการกำกับดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่จะเกิดขึ้น

​องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ในกรณีของโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 600 เมกะวัตต์ที่มีการควบคุมมลพิษที่เข้มงวด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะอยู่ในราว 6.028 หมื่นล้านบาท (​1) ในขณะที่ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ขนาด 870 เมกะวัตต์ ซึ่งกลุ่มกิจการค้าร่วม พาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น ออฟ ไชน่า (Power Construction Corporation of China) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เสนอไว้ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท

​“การที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ตั้งอยู่พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินตั้ง​อยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ซึ่งมีความสำคัญในระดับนานาชาติ ​หากบริษัทพาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น ออฟ ไชน่า (Power Construction Corporation of China) ชนะการประมูล จะต้องตระหนักว่า​การดำเนินการก่อสร้างโครงการนั้น ​ขัดต่อนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของตน (2) ที่หลีกเลี่ยงการพัฒนาโครงการพลังงานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตมรดกโลก ถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในภาวะคุกคาม และพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ (RAMSAR-listed wetlands)” จริยากล่าวเสริม

กรีนพีซเรียกร้องให้ กฟผ.และรัฐบาลยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินกระบี่ เพื่อปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำที่เปราะบางและระบบนิเวศวิทยาอันอุดมสมบูรณ์ที่คนนับล้านพึ่งพาอาศัย ขณะเดียวกันมีข้อเสนอให้มุ่งเน้นความมั่นคงทางพลังงานบนรากฐานของระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดของจังหวัดกระบี่ 

หมายเหตุ :

  1. www.greenpeace.org/seasia/th/PageFiles/673080/EndCoalCleanCoalFactsheet_TH.pdf
  2. วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556 กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศแนวทางและคู่มือด้านสิ่งแวดล้อมในการลงทุนและความร่วมมือต่างประเทศ (Guidelines for Environmental Protection in Foreign Investment and Co-operation) ที่มีผลกับกิจการทุกประเภทที่ดำเนินงานนอกประเทศจีน ​ในขณะที่​​พาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น ออฟ ไชน่า(Power Construction Corporation of China) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ Powerchina ​ซึ่ง​เป็นกลุ่มกิจการค้าร่วมที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน​ ​5 ของการผลิตไฟฟ้า​ของจีน​นั้นมีบทบาทนำในด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม หนึ่งใน​นโยบายดังกล่าว​รวมถึงการหลีกเลี่ยงการพัฒนาโครงการพลังงานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตมรดกโลก ถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในภาวะคุกคาม และพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ (RAMSAR-listed wetlands)
    http://kingsofcoal.org/guidelines-for-environmental-protection

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า