กรีนพีซจัดตั้งค่ายผู้พิทักษ์ป่าในอินโดนีเซียเพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ตุลาคม 27, 2552
วันนี้กรีนพีซประกาศสร้างค่ายพิทักษ์ป่า ณ ใจกลางป่าฝนเขตร้อนของอินโดนีเซีย และจะประจำอยู่ที่นั่นหลายสัปดาห์เพื่อชี้ประเด็นเร่งด่วนว่าการทำลายป่านั้นมีบทบาทในการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อันตราย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะมีการกล่าวถึงในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนธันวาคมนี้

เช้าวันนี้ คนท้องถิ่น 200 คน จัดพิธีต้อนรับนักกิจกรรมกรีนพีซที่ "ค่ายผู้พิทักษ์ป่า" ณ คาบสมุทรกัมปาร์ บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ที่กำลังถูกคุกคาม (1) ดินในป่าพรุที่คาบสมุทรกัมปาร์นั้นลึกมากเป็นพิเศษและกักเก็บคาร์บอนไว้ประมาณ 2 พันล้านตัน (2) นับเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก และเป็นด่านปราการเพื่อปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแหล่งสำคัญยิ่งของโลก (3)

พื้นที่ป่าส่วนใหญ่ซึ่งครั้งหนึ่งรายรอบคาบสมุทรกัมปาร์ได้ถูกทำลายให้เป็นแปลงปลูกพืชเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่เพื่อใช้ทำผลิตภัณฑ์ เช่น กระดาษและน้ำมันปาล์ม โดยส่งออกไปทั่วโลกเพื่อใช้ผลิตช็อคโกแลต ยาสีฟันและ เชื้อเพลิงชีวภาพที่อ้างกันว่า "เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ"

"เราก้าวเข้ามาอยู่ในจุดที่เป็นแนวหน้าของการทำลายป่าและสภาพภูมิอากาศ เพื่อบอกผู้นำโลกว่าพวกเขาต้องแก้ปัญหาการทำลายป่าที่นี่และเดี๋ยวนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" บุสตาร์ ไมทาร์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวจากใจกลางป่าฝนเขตร้อนแห่งอินโดนีเซีย

ประธานาธิบดีโอบามาและผู้นำสหภาพยุโรปเหลือต้องมีพันธะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและการทำลายป่า ในปริมาณมากกว่าที่ประกาศไว้มากนัก โดยจัดหาเงินทุนในปริมาณที่จำเป็น เพื่อหยุดการทำลายป่าทั่วโลก

"ผู้นำอาเซียนที่ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 15 ในประเทศไทยในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาได้ประกาศว่าจะผลักดันให้เกิดการเจรจาที่เป็นผลสำเร็จ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศที่พัฒนาแล้วจำต้องมีพันธกรณีปกป้องป่า ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งปฏิบัติการระดับโลกเพื่อต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประธานาธิบดีโอบามาและผู้นำสหภาพยุโรปเหลือเวลาเพียง 6 สัปดาห์ที่จะเริ่มจริงจังกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีพันธะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและการทำลายป่า ในปริมาณมากกว่าที่ประกาศไว้มากนัก ซึ่งหมายถึงต้องจัดหาเงินทุนในปริมาณที่จำเป็น เพื่อหยุดการทำลายป่าทั่วโลก" ชายเลนดรา ยาสวัน ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

เพื่อที่จะหยุดการทำลายป่าทั่วโลก ประเทศอุตสาหกรรมต้องลงทุนเงิน 1.4 ล้านล้านบาท (42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปีเพื่อปกป้องป่า รวมถึงต้องได้พันธะจากประธานาธิบดียุดโฮโยโนแห่งอินโดนีเซีย เพื่อหยุดการทำลายป่าและป่าพรุของอินโดนีเซีย ในทุกเดือน ผืนป่า 10,000 ตารางกิโลเมตร ถูกทำลายทั่วโลก ซึ่งเท่ากับสนามฟุตบอล 1 สนามถูกทำลายทุกๆ 2 วินาที จึงปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากจนทำให้กลายเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การทำลายป่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกประมาณ 20% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก สิ่งนี้บ่งชี้ว่า เราจะประสบกับการสูญพันธุ์ น้ำท่วม ภัยแล้ง และ ความอดอยาก ในช่วงชีวิตของเราหากเราไม่หยุดทำลายป่าในประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าทำให้อินโดนีเซียเป็นผู้ก่อมลพิษสภาพภูมิอากาศมากที่สุดเป็นลำดับที่ 3 รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา

กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้นำในกลุ่มสหภาพยุโรปที่จะประชุมในกรุงบรัสเซลส์ในวันที่ 29 และ 30 ตุลาคม มีพันธะต่อข้อตกลงที่เป็นธรรม มีเป้าหมายสูง และ มีผลตามกฎหมาย ณ การประชุมสุดยอดภาวะโลกร้อนของสหประชาชาติที่กำลังจะมาถึง เพื่อมีส่วนหยุดการทำลายป่า พวกเขาต้องหาเงินทุนนั้นให้ได้ ในขณะที่กำลังมีการจัดตั้งระบบปกป้องป่า กรีนพีซขอเรียกร้องให้ประธานาธิบดียุดโฮโยโนต่อลมหายใจให้สภาพภูมิอากาศโดยเร่งให้เกิดการระงับการทำลายป่าฝนอินโดนีเซียมากขึ้นไปอีกในทันที หรืออีกนัยหนึ่ง คือหยุดทำลายดินในป่าพรุอันสมบูรณ์ไปด้วยคาร์บอนที่ผืนป่านั้นเติบโต

ในการประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติในกรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ นายยุดโฮโยโนให้คำมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศอินโดนีเซียสูงสุด 41%

Other contacts: In Europe: Belinda Fletcher, Greenpeace International forest campaigner: +44 (0) 7801 212 991 Matilda Bradshaw, Greenpeace International Communications: +31 (0) 6 2900 1131 In Indonesia: Bustar Maitar, Greenpeace Southeast Asia Forest campaigner: +62 81344666135 Hikmat Soeritanuwijaya, Media Campaigner - Greenpeace Southeast Asia: +62 (0) 818930271 ภาพประกอบข่าว และภาพข่าวของพิธีต้อนรับในวันนี้ สามารถขอได้ที่ Maarten van Rouveroy, Greenpeace International Video Producer, +31 (0) 646197322 John Novis, Greenpeace International Head of Photography, +44 (0) 7801 615 889 Findi Kenandarti, Greenpeace Southeast Asia Media Assistant, +62 (0) 816 1681840

Notes: (1) กระทรวงป่าไม้ของอินโดนีเซียให้สัมปทานแก่บริษัทเยื่อไม้และกระดาษเพื่อทำลายพื้นที่ป่าแห่งนี้ (2) การคำนวณของกรีนพีซโดยใช้ข้อมูลจาก Wahyunto, S. Ritung dan H. Subagjo (2003). Maps of Area of Peatland Distribution and Carbon Content in Sumatera, 1990 – 2002. Wetlands International - Indonesia Programme & Wildlife Habitat Canada (WHC). แหล่งเพิ่มเติม: Kampar Peninsula as a peat swamp forest conservation priority Briefing for NGO use only by Otto Miettinen, 21 July, 2007 http://www.maanystavat.fi/april/resourcesforkampar2007/Miettinen2007longKamparPeninsula.pdf (3) Fred Pearce 2007 Bog Barons, Indonesia’s carbon catastrophe New Scientist, 1 December 2007, issue 2632