แถลงการณ์เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ ๒/๒๕๕๙ ขอคืนพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มกราคม 26, 2559

๑.  พื้นที่ปากแม่น้ำกระบี่มีความสำคัญยิ่งทั้งในระดับประเทศและระดับโลกโดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๓ เห็นชอบให้พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติในลำดับที่ ๔ ของประเทศเป็นลำดับที่ ๑๑๐๐ ของโลก มีเนื้อที่ประมาณ ๑๓๓,๑๒๐ไร่   ประเทศไทยจึงมีพันธกรณีต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของอนุสัญญา และมีผลบังคับใช้ตามพันธกรณีอันเกี่ยวเนื่องกับพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศคือประเทศภาคีอนุสัญญาแรมซาร์ ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ให้ความเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในการปกป้องคุ้มครองและรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำ มิให้ผู้ใด หน่วยงานใด เข้าไปบุกรุก ทำลาย ทำให้เสียประโยชน์หรือกระทบต่อความเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ

๒.  พื้นที่ปากแม่นำ้กระบี่ได้รับความสำคัญโดยการประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่๑๕มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เมื่อประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องดำเนินการกำหนดมาตรการเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่กลับละเลยการประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและปล่อยให้มีการแก้ไขข้อความเปิดทางให้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว การตัดสินใจให้มีการเปลี่ยนแปลงสาระของกฎหมายพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่โดยการยินยอมให้มีการสร้างท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เป็นการกระทำซึ่งถือเป็นการละเมิดเจตนารมณ์อย่างร้ายแรงที่มีต่ออนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติและกฎหมายคุ้มครองพื้นที่สิ่งแวดล้อม เพราะกิจการที่เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน และการขนส่งถ่านหินได้รับการพิสูจน์ในทางวิชาการและปฏิบัติจากจากทั่วโลกว่าเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์อย่างยิ่ง

๓.  เขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ประกาศเมื่อ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๐ มีระยะเวลาการบังคับใช้ ๕ ปีและสิ้นสุดลงเมื่อปี ๒๕๕๕ หลังจากนั้นมากระบวนการประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมไม่ได้รับการปฏิบัติเป็นที่น่าสังเกตว่ามีการปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึง๕ปี เป็นช่วงเวลาที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยพยายามทำงานมวลชนและการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม/การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ EIA/EHIA เพื่อนำไปสู่การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินโดยไม่ต้องคำนึงถึงพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและเมื่อปรากฎร่างพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะประกาศใช้กลับปรากฎข้อความเปิดทางให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ มีข้อสังเกตว่าทั้งช่วงเวลาที่ไม่ประกาศและเนื้อหาการประกาศใหม่กลับสอดคล้องต้องกันเพื่อเอื้อให้เกิดการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้น คำถามคือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังคิดอะไรอยู่?

๔.  หากรัฐมนตรีและข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ทำหน้าที่ในการรักษาสิ่งแวดล้อมก็ขอให้พิจารณาตัวเองไปทำหน้าที่ในกระทรวงอื่น เพราะประเทศนี้ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติที่เหลือเฟือให้พวกคุณทำลายได้อีกต่อไป  เจตนาอันส่อไปในทางทำลายสิ่งแวดล้อมนี้เราไม่สามารถรับได้และเราจะปกป้องพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจำนวนแสนกว่าไร่อย่างถึงที่สุด

๕.  เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินจึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมมาบังคับใช้โดยเร็วที่สุดและปราศจากข้อความที่เปิดโอกาสให้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและอุตสาหกรรมอันตรายดำเนินการได้ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมโดยทางผู้แทนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินจะรอคำตอบที่กระทรวงฯจนกว่าท่านรัฐมนตรีจะนำข้อเรียกร้องไปปฏิบัติ ทั้งนี้ข้อเรียกร้องดังกล่าวกระทรวงไม่ควรให้ประชาชนมาเรียกร้องเพราะเป็นหน้าที่โดยตรงที่ต้องกระทำ และตอนนี้เรามาเรียกร้องขอให้ปฏิบัติหน้าที่หากยังไม่กระทำแสดงว่าส่อเจตนาไปในทางไม่สุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

๖.  ทำไมความถูกต้องชอบธรรม ต้องแลกมาด้วยการต่อรอง เรียกร้อง ประท้วง ตลอดมา

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๙ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน

๑. กลุ่มรักลันตา

๒. กลุ่มพิทักษ์ปกาสัย

๓. สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวลันตา

๔. สมาคมผู้ประกอบการโรงแรมเกาะลันตา

๕. มูลนิธิอันดามัน

๖. ศูนย์สร้างเสริมจิตสานึกนิเวศวิทยา

๗. กลุ่มภูเก็ตจัดการตนเอง

๘. คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน ๙ องค์กร จังหวัดพังงา(หอการค้าจังหวัดพังงา/สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา/สมาคมธุรกิจ ท่องเที่ยวจังหวัดพังงา/ชมรมธนาคารจังหวัดพังงา/สภาเกษตรกรจังหวัดพังงา/ ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา/ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพังงา/ชมรมองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพังงา/ภาคประชาสังคมจังหวัดพังงา)

๙. กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

๑๐. สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย

๑๑. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้(กปอพช)

๑๒.โครงการปกป้องพื้นที่ผลิตอาหารชายฝั่งภาคใต้

๑๓. กลุ่มรักตรังปกป้องตรัง

๑๔. กลุ่มรักษ์อันดามัน

๑๕. กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมปกาสัยจังหวัดกระบี่

๑๖. กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดกระบี่

๑๗. เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดกระบี่

๑๘. องค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน

๑๙. เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวพังงา อันดามัน

๒๐. เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

๒๑. เครือข่ายติดตามผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลเขาหินซ้อน

๒๒. เครือข่ายถ่านหินประเทศไทย Thailand Coal Network

๒๓. เครือข่ายถ่านหินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Southeast Asia Coal Network

๒๔. มูลนิธินโยบายสุขภาวะ

๒๕. เครือข่ายนักวิชาการ EIA EHIA Watch Thailand

๒๖. สมาคมคนรักษ์เลกระบี่

๒๗. มูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำไทย

๒๘. กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านเกาะกลาง จ.กระบี่

๒๙. เครือข่ายประชาชนพัฒนาเมืองเทพา สงขลา

๓๐. เครือข่ายปกป้องพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง นครศรีธรรมราช

๓๑. สภากาแฟทับเที่ยง จังหวัดตรัง

๓๒. เครือข่ายประมงพื้นบ้าน จังหวัดตรัง

๓๓. สมาคมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา

๓๔. เครือข่ายชุมชนรักอ่าวปากบารา จังหวัดสตูล

๓๕. เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนา จังหวัดสตูล

๓๖. สมาคมเครือข่ายประมงพื้นบ้านอ่าวท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

๓๗. สมาคมรักษ์ทะเลไทย

๓๘. สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

๓๙. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า