กรีนพีซเตือน พลังงานนิวเคลียร์เป็นภัยต่อความมั่นคงของอาเซียน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤษภาคม 29, 2552
กรีนพีซออกโรงเตือนการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือได้ตอกย้ำอันตรายจากความเกี่ยวพันระหว่างพลังงานนิวเคลียร์และอาวุธนิวเคลียร์ และเรียกร้องผู้นำอาเซียนให้ล้มเลิกความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ มิฉะนั้น พวกเขาจะทำให้ภูมิภาคที่ปลอดอาวุธนิวเคลียร์มาตลอด ต้องเผชิญกับอันตรายของการแพร่หลายของอาวุธนิวเคลียร์

การเรียกร้องของกรีนพีซครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการประณามของประชาคมโลก ต่อการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และท่ามกลางความกังวลว่าการทดลองนิวเคลียร์ครั้งใหม่นี้ได้เพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค รายงานต่างๆ ระบุว่า เกาหลีเหนือได้เริ่มต้นกระบวนการแปรรูปแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วเพื่อให้ได้พลูโตเนียมที่จำเป็นแก่การสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือมีโรงงานนิวเคลียร์จำนวนมาก ซึ่งครอบคลุมวัฐจักรเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ทั้งหมด รวมถึงโรงงานเสริมสมรรถนะและโรงงานแปรรูปเชื้อเพลิงใช้แล้ว ที่ใ่ช้สำหรับแยกพลูโตเนียมออกจากเชื้อเพลิงยูเรเนียมใช้แล้ว คลังเก็บพลูโตเนียมของเกาหลีเหนือนั้นเพียงพอที่จะผลิตหัวรบนิวเคลียร์ได้ครึ่งโหล

"พลังงานนิวเคลียร์และอาวุธนิวเคลียร์คือสองด้านของเหรียญเดียวกัน สัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง จนแยกจากกันได้ยาก การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออันเป็นภัยคุกคามนี้ ถือเป็นคำเตือนขั้นชี้ขาดต่อประชาคมอาเซียน ในประเด็นความเสี่ยงร้ายแรงที่เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์สร้างขึ้น ประเทศที่มีพลังงานนิวเคลียร์มีศักยภาพในการเป็นรัฐอาวุธนิวเคลียร์" เทสสา เดอ ริค ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านนิวเคลียร์ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

หลายประเทศในกลุ่มอาเซียนกำลังเร่งรัดแผนพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ฟิลิปปินส์ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และ พม่า กำลังพิจารณาอย่างจริงจังในการดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ประกาศตนเองเป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ โดยการร่วมลงนามปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Treaty) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2540 แต่การทดลองระเบิดนิวเคลียร์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นว่าโครงการพลังงานนิวเคลียร์ที่มีอยู่นั้น ทำให้การลดการผลิตอาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้

คลังเก็บพลูโตเนียมที่ใช้ในทางพลเรือนที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก เป็นสาเหตุของความกังวลเกี่ยวกับการแพร่หลายของอาวุธนิวเคลียร์ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าขนาดมาตรฐาน ผลิตกากของเสียที่เป็นกัมมันตภาพรังสีสูงประมาณ 20 ตันต่อปี ร้อยละ 1 คือ พลูโตเนียม เมื่อพิจารณาว่า พลูโตเนียมที่ใช้ในเตาปฏิกรณ์เพียง 5 กิโลกรัม เพียงพอที่จะประกอบเป็นหัวรบนิวเคลียร์แบบหยาบ 1 หัว ซึ่งเป็นระเบิดที่ถล่มเมืองนางาซากิในปี 2488 และคร่าชีวิตผู้คนกว่า 50,000 คนนั้น บรรจุพลูโตเนียม 6.1 กิโลกรัม ความมั่นคงของคลังเก็บพลูโตเนียมจึงเป็นข้อวิตกกังวลอย่างที่สุด

ในระดับโลก จนถึงสิ้นปี 2546 มีพลูโตเนียมราว 238 ตัน ถูกสกัดออกมาในโรงงานแปรรูปเชื้อเพลิงนิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ เทียบกับพลูโตเนียม 250 ตัน ที่ถูกผลิตขึ้นสำหรับหัวรบนิวเคลียร์ พลูโตเนียมที่ใช้ในทางทหารเหล่านี้ราว 103 ตัน ได้รับการประกาศว่าเป็น "ส่วนเกิน" และจะถูกเพิ่มเข้าไปในคลังเก็บพลูโตเนียมของ "พลเรือน" โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่วางแผนว่าจะสร้างขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมกันแล้วสามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้มากถึง 200 ลูกต่อปี ดังนั้น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำเป็นต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดสูงสุุด เนื่องจากมีแนวโน้มในการเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มหัวรุนแรงและกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ

เทสสากล่าวต่อว่า "การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออาจส่งผลให้เป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันทางอาวุธในภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย นี่เป็นเส้นทางแห่งอันตรายที่จะมุ่งก้าวไป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนี้มีจุดยืนที่ได้เปรียบในการเป็นเขตปลอดความเสี่ยงจากพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งได้แก่ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัย รวมถึงภัยคุกคามจากการแพร่หลายของอาวุธนิวเคลียร์ อาเซียนควรสร้างตัวอย่างในการละทิ้งแผนการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ และเน้นไปที่ทางออกที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เช่น พลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงาน"

VVPR info: วิริยา กิ่งวัชระพงศ์ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน 02 357 1921 ต่อ 115

Notes: กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่เป็นอิสระ ลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม เพื่อปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสันติภาพ