งานวิจัยของฮาวาร์ดเปิดเผยผลกระทบด้านสุขภาพจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในอินโดนีเซีย

ข่าวประชาสัมพันธ์ - สิงหาคม 14, 2558
จาการ์ตา, อินโดนีเซีย, 12 สิงหาคม 2558 - โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ดำเนินการอยู่ในอินโดนีเซียเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 7,100 คนในแต่ละปี โดยผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดและกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อสืบค้นสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตอันเนื่องมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน จำนวนของผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตอาจมากกว่า 28,000 ในแต่ละปี หากรัฐบาลอินโดนีเซียยังคงผลักดันที่จะให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่อีกมากกว่า 100 แห่ง

ตัวเลขที่น่ากังวลนี้คำนวณมาจากแบบจำลองสภาพบรรยากาศ (Atmospheric modeling) โดยทีมนักวิจัยกลุ่มแบบจำลองทางเคมีในบรรยากาศแห่งมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ซึ่งใช้แบบจำลองการแพร่กระจายของสารเคมีในบรรยากาศอันทันสมัยล่าสุด (GEOS-Chem)

“ประธานาธิบดีโจโกวีมีทางเลือก คือ จะจมอยู่ในแนวทางการผลิตไฟฟ้าแบบที่เป็นไปตามปกติ และเห็นชีวิตของชาวอินโดนีเซียหลายพันคนสั้นลงไปเรื่อยๆ หรือจะนำการเปลี่ยนแปลงและขยายให้เกิดการลงทุนพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและปลอดภัย” ฮินดุน มูไลกา ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

 “โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ทุกแห่งคือการเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนอินโดนีเซียด้วยโรคต่างๆ เช่น เส้นเลือดเลี้ยงสมองอุดตัน หัวใจวาย มะเร็งปอด โรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และอีกสารพัด ผลกระทบต่อสุขภาพย่อมหมายถึงความตายของเด็กอีกจำนวนมาก” ฮินดุน กล่าว

“ข้อเสนอให้มีโครงการโรงไฟฟ้า “ถ่านหินสะอาด” ที่เมืองบาตัง เพียงแห่งเดียว ก็หมายถึงความตายก่อนวัยอันควรของชาวอินโดนีเซีย 30,000 คน ในช่วง 40 ปีที่โรงไฟฟ้าถ่านหินในอินโดนีเซียเปิดใช้มา ประธานาธิบดีมีทางเลือกที่จะพลิกโฉมให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่สะอาดขึ้น เป็นประเทศที่มีโอกาสที่จะก้าวข้ามเทคโนโลยีสกปรก และ เดินตามผู้นำโลกคนอื่นๆ ด้วยการหันไปใช้พลังงานสะอาด ซึ่งจะทำให้ประชากรในประเทศมีสุขภาพที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และ มั่งคั่งขึ้น” ฮินดุน กล่าว

รายงานต้นทุนมนุษย์ของถ่านหิน (The Human Cost of Coal) เผยแพร่ต่อสาธารณชนหลังจากประธานาธิบดีโจโกวี เพิ่งประกาศให้มีโครงการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่กำลังการผลิตรวมกัน 35 กิกะวัตต์ (GW) โดยในจำนวนนั้นเป็นโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่อีกหลายแห่งรวมกัน 22  กิกะวัตต์ (GW)

“การปล่อยมลพิษจากโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กมาก(PM2.5) และโอโซน ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ อินโดนีเซียยังเป็นหนึ่งในหลายประเทศในโลกที่มีแผนขยายการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน โดยแทบไม่มีการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ งานวิจัยของเราพบว่า แผนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น จะเพิ่มปริมาณมลพิษทั่วอินโดนีเซีย ต้นทุนสุขภาพของประชากรจากมลพิษที่เพิ่มขึ้นควรมีการนำมาพิจารณา เมื่อประธานาธิบดีต้องตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตทางพลังงานของอินโดนีเซีย” แชนนอล คอบลิทซ์ หัวหน้าโครงการวิจัยมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดกล่าว 

“กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ในจีน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ล้วนเป็นไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแทบทั้งหมด และ เมื่อปี 2557 เป็นปีแรกที่อัตราการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกเทียบเท่ากับพลังงานฟอสซิล จีนเป็นประเทศตัวอย่างที่ส่งสัญญาณเตือนถึงอินโดนีเซียในฐานะที่ขยายการผลิตไฟฟ้าถ่านหินโดยไม่มีการควบคุมมาก่อน โดยจีนเริ่มถอยห่างจากการใช้ไฟฟ้าจากถ่านหินเพราะความสูญเสียอย่างน่าสะพรึงกลัวของคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชน” ลอรี มิลลีเวอร์ตา ผู้เชี่ยวชาญด้านถ่านหินและมลพิษทางอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออก กล่าว

หมายเหตุบรรณาธิการ

รายงานต้นทุนมนุษย์ของถ่านหิน (The Human Cost of Coal) สามารถดาวน์โหลดได้ที่: http://www.greenpeace.org/seasia/id/press/reports/Harvards-Research-Result-Human-Cost-of-Coal-Indonesia/