รัฐบาลโรมาเนีย ประกาศไม่เอาข้าวโพดจีเอ็มโอ

กรีนพีซปรบมือรับ พร้อมเรียกร้องสหภาพยุโรปสั่งห้ามข้าวโพดจีเอ็มโอ

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มีนาคม 28, 2551
กรีนพีซชื่นชมรัฐบาลโรมาเนียที่ประกาศจุดยืนไม่เอาข้าวโพดจีเอ็มโอ นับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เนื่องจากข้าวโพดจีเอ็มโอเป็นพืชจีเอ็มโอชนิดเดียวที่สหภาพยุโรปยอมให้ปลูกเพื่อการค้า

ข้าวโพดจีเอ็มโอของมอนซานโต้เป็นภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

นายแอ็ททิลา โคโรดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ประกาศสั่งห้ามปลูกข้าวโพดจีเอ็มโอ MON 810 ของบริษัทมอนซานโต ทำให้โรมาเนียกลายเป็นแหล่งปลูกข้าวโพดปลอดจีเอ็มโอรายใหญ่ที่สุดของยุโรป [1] ด้วยเหตุนี้ โรมาเนียจึงนับประเทศที่เจ็ดในยุโรปที่ประกาศคำสั่งห้ามปลูกข้าวโพดจีเอ็มโอ หลังจากประเทศฝรั่งเศส ฮังการี อิตาลี ออสเตรีย กรีซ และโปแลนด์ได้ประกาศห้ามไปก่อนหน้านั้น  

"วันนี้ชาวโรมาเนียต่างพร้อมใจกันปฏิเสธเทคโนโลยีที่ไม่ปลอดภัย ไม่มีความแน่นอน และ ไม่ยั่งยืน อย่างเทคโนโลยีจีเอ็มโอ [4] ดังนั้นสิ่งสำคัญและเร่งด่วนคือการบังคับใช้คำสั่งห้ามดังกล่าวให้เร็วที่ สุด เพื่อให้เกษตรกรรมของเราปลอดภัยจากจีเอ็มโอก่อนที่ฤดูกาลเพาะปลูกรอบใหม่จะ มาถึง"

แกเบลียล พอน

ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม

กรีนพีซ โรมาเนีย

"การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และสำคัญที่สุดของโรมาเนีย เพราะถือเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญว่า เทคโนโลยีอันตรายนี้ไม่สามารถอยู่รอดได้ และมีความจำเป็นที่สหภาพยุโรป [2] จะต้องปกป้องเกษตรกร ผู้บริโภค และ สิ่งแวดล้อมของยุโรปให้ปลอดจากจีเอ็มโอโดยขยายคำสั่งห้ามปลูกจีเอ็มโอให้ทั่วยุโรป" เจริดท์ ริสมา ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซสากล กล่าว

ความวิตกกังวลเรื่องของความปลอดภัยเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าข้าวโพดจีเอ็มโอ MON 810 ส่งผลกระทบต่อสัตว์ ดิน และแม้กระทั่งต่อสุขภาพของมนุษย์ ข้าวโพดจีเอ็มโอชนิดนี้พัฒนาขึ้นมาให้สามารถผลิตพิษบีทีเพื่อฆ่าหนอนเจาะข้าวโพด ซึ่งสำหรับโรมาเนียและประเทศอื่นๆ ทั่วยุโรปนั้น ข้าวโพดจีเอ็มโอชนิดนี้ไม่จำเป็น เนื่องจากปัญหาหนอนเจาะข้าวโพดไม่ใช่ปัญหาหลักของเกษตรกร ขณะเดียวกันพิษบีทีกลับสะสมจากต้นลงสู่ดินทำให้เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในดินและคุณภาพของดิน เช่น เป็นอันตรายต่อไส้เดือนดิน และสัตว์อื่นๆ รวมทั้งผีเสื้อ มด และ แมงมุม ดังนั้นข้ออ้างที่กล่าวว่าข้าวโพดจีเอ็มโอนั้นปลอดภัยต่อมนุษย์และสัตว์จึงเชื่อถือไม่ได้ [3]

"วันนี้ชาวโรมาเนียต่างพร้อมใจกันปฏิเสธเทคโนโลยีที่ไม่ปลอดภัย ไม่มีความแน่นอน และ ไม่ยั่งยืน อย่างเทคโนโลยีจีเอ็มโอ [4] ดังนั้นสิ่งสำคัญและเร่งด่วนคือการบังคับใช้คำสั่งห้ามดังกล่าวให้เร็วที่สุด เพื่อให้เกษตรกรรมของเราปลอดภัยจากจีเอ็มโอก่อนที่ฤดูกาลเพาะปลูกรอบใหม่จะมาถึง" แกเบลียล พอน ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ โรมาเนีย กล่าว

การปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอเป็นปัญหาที่รุนแรง เฉพาะปี พ.ศ. 2549 เพียงปีเดียว พบกรณีการปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอกว่า 39 กรณีใน 23 ประเทศทั่วโลก [5] ในขณะที่ยังไม่มีมาตรการสากลในการควบคุมและเรียกค่าชดเชยกับบริษัทเหล่านี้หากเกิดความเสียหายหรือความสูญเสียทางเศรษฐกิจเนื่องจากการปนเปื้อนของจีเอ็มโอ 

VVPR info: ณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม (จีเอ็มโอ) โทร. 085 843 7300 วิริยา กิ่งวัชระพงศ์ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน โทร. 089 487 0678 หรือ 02 357 1921 ต่อ 115

Notes: 1. ประเทศโรมาเนียถือเป็นประเทศผู้นำด้านการผลิตข้าวโพดของสหภาพยุโรป และมีพื้นที่ในการปลูกข้าวโพดประมาณ 18.75 ล้านไร่/ปี นอกจากนี้พบว่า จนถึงพ.ศ. 2550 ประเทศโรมาเนียมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดจีเอ็มโอ MON 810 เพียง 1,875 ไร่ทั่วประเทศ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.01 ของผลผลิตข้าวโพดที่ผลิตได้ทั้งประเทศ 2. ในปีพ.ศ. 2541 มอนซานโต เซ็นสัญญาเพื่อให้เงินสนับสนุนแก่สหภาพยุโรปเป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อผลักดันให้มีการปลูกข้าวโพดจีเอ็มโอ MON 810 ในยุโรป ซึ่งพ.ศ.2551 ถือเป็นปีสุดท้ายของสัญญาและกำลังจะถูกพิจารณาเพื่อขยายระยะเวลาออกไปอีก ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีที่สหภาพยุโรปจะไม่ขยายข้อตกลง เพื่อไม่ให้มีการปลูกข้าวโพดจีเอ็มโอ MON 810 ในสหภาพยุโรปอีกต่อไป เพราะขณะนี้ข้าวโพดจีเอ็มโอ MON 810 เป็นพืชจีเอ็มโอชนิดเดียวที่อนุญาตให้มีการปลูกในสหภาพยุโรป 3. งานวิจัยล่าสุดโดย ศาสตรจารย์ จิลล์ อีริค ซีแรลินิ ที่ปรึกษารัฐบาลฝรั่งเศสด้านพันธุวิศวกรรม จาก University of Caen พบสัญญาณที่บ่งชี้ถึงผลของพิษจากข้าวโพดจีเอ็มโอต่ออวัยวะภายในของสัตว์ทดลองที่ถูกเลี้ยงด้วยข้าวโพดจีเอ็มโอ ( http://www.greenpeace.org/international/press/release/seralini_study_MON863 ) ปลายพ.ศ.2550 นายสตาฟโรส ไดมาส อธิบดีกรมสิ่งแวดล้อมแห่งสหภาพยุโรป ได้ใช้ผลงานวิจัยข้างต้นเพื่อสนับสนุนให้มีการสั่งห้ามการปลูกพืชจีเอ็มโอชนิดใหม่อีก 2 ชนิด โดยได้อ้างถึงผลงานวิจัยชิ้นใหม่ว่า พิษบีทีที่ผลิตได้จากข้าวโพดจีเอ็มโอได้ส่งผลกระทบด้านลบต่อระบบนิเวศทางน้ำด้วยเช่นกัน 4. ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนซึ่งจัดทำขึ้นโดยศูนย์วิจัย Mercury Research และเปิดเผยโดยกรีนพีซ ในช่วงฤดูร้อนของพ.ศ.2550 ที่ผ่านมา ระบุว่ากว่า 67% ของประชาชนในประเทศโรมาเนียไม่ต้องการอาหารจีเอ็มโอ 5. กรีนพีซและ GeneWatch สถาบันวิจัยจีเอ็มโอ ประเทศอังกฤษ จัดทำรายงานการสถานการณ์การปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอขึ้น โดยตั้งแต่พ.ศ. 2548 ได้มีการบันทึกเหตุการณ์การปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอทั่วโลก พบว่ามีมากกว่า 216 กรณี ใน 57 ประเทศ นับตั้งแต่มีการปลูกจีเอ็มโอเพื่อการค้าครั้งแรกในพ.ศ.2539 กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบนหลักการของความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลก อีกทั้งยังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค