แถลงการณ์เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ ๑ ขอให้รัฐบาลมีคําสั่งยกเลิกแผนการดําเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่อันดามัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤษภาคม 18, 2558
จากนโยบายที่รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานได้ประกาศให้พื้นที่จังหวัดกระบี่เป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินกําลังผลิตติดตั้ง ๘๗๐ เมกะวัตต์และได้เร่งดําเนินการอยู่ในขณะนี้ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการสร้างวิกฤติครั้งใหม่หลังภัยสึนามิและมีแนวโน้มว่า ภัยครั้งนี้จะรุนแรงและยาวนานกว่าด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

๑. ผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งจากการขนถ่ายหินนําเข้าจากต่างประเทศ และสารพิษร้ายแรงจํานวนมาก เช่น ปรอท ฝุ่นละอองขนาดเล็ก จากการเผาไหม้ถ่านหินในโรงไฟฟ้า งานวิจัยหลายประเทศบ่งชี้ว่าเกิดผลกระทบรุนแรง เมื่อถูกปล่อยสู่บรรยากาศจะสามารถแพร่กระจาย ไปได้ในรัศมี ๑๕ - ๓๐ ไมล์ และยิ่งไปกว่านั้น หากระยะเวลาผ่านไปนานขึ้น มลพิษทางอากาศที่เป็น อันตรายสามารถแพร่กระจายไปในระยะทางจาก ๑๐๐ ถึง ๑,๐๐๐ ไมล์ ระยะทางดังกล่าวจะเกิดขึ้น ครอบคลุมทั้งในพื้นที่อันดามันและพื้นที่รอบข้างอย่างแน่นอน

๒. ฐานอาชีพของคนอันดามันคือการท่องเที่ยวและการเกษตรเป็นหลักซึ่งทั้งสองอาชีพล้วน เกี่ยวเนื่องกับการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี หากเราพิจารณาตัวเลขด้านการท่องเที่ยวจากสํานักงานสถิติ จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง จะพบว่าในปี ๒๕๕๕ เศรษฐกิจของกลุ.มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ขึ้นอยู่กับภาคการ ท่องเที่ยว และภาคเกษตรกรรมโดยมีขนาดเศรษฐกิจ ๓.๓๑ แสนล้านบาท โดยมี รายได้จากการท่องเที่ยว ๒.๙๕ แสนล้านบาท สาขาเกษตร ๑.๑๑ แสนล้านบาท การท่องเที่ยวของ อันดามันส่วนใหญ่คือการท่องเที่ยวทะเลและชายหาดซึ่งต้องอาศัยความสวยงามของธรรมชาติเป็นหลัก หากพื้นที่การท่องเที่ยวปกคลุมด้วยควันถ่านหินและมลพิษทางน้ำ การท่องเที่ยวก็จะหายนะ รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมและแหล่งอาหาร ทั้งหมดนี้คือการรื้อฐานชีวิตคนอันดามันไปสู่ความทุกข์ยาก

๓. ความเห็นของนักท่องเที่ยวต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจากกระบวนการประเมินผลกระทบ ด้านสุขภาพระดับชุมชน(CHIA) ซึ่งจัดทําที่เกาะลันตา จ.กระบี่จากจํานวนนักท่องเที่ยว ๖๒๔ คนจากทั้งหมด ๓๗ ประเทศพบว่าร้อยละ ๘๘ มีความเห็นว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อถามว่าหากสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะกลับมาเที่ยวหรือไม่ พบว่าร้อยละ ๘๕ ตอบว่าจะไม่กลับ มาเที่ยวที่ จ.กระบี่อีก ทั้งนี้ในจํานวนนักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสอบถามซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป และอเมริกา จะมีจํานวนวันที่มาเที่ยวแต่ละครั้งยาวนานโดยเฉลี่ย ๙๐ วันต่อการมาเที่ยว ๑ ครั้งและ เมื่อถามถึงค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสอบถามจํานวน๖๒๔คนจะมีการใช้จ่ายทั้งหมด ๑๔๘,๐๗๒,๔๐๐ บาท จากข้อมูลดังกล่าวสามารถเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าหากเกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้น หายนะที่จะมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจะเกิดขึ้นกับฐานการท่องเที่ยวของคนอันดามันโดยตรง

๔. ทางออกของความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าหากกระทรวงพลังงานยกเลิกมาตรการและข้อจํากัดในการผลิตพลังงานหมุนเวียน ภาคใต้จะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้อีกจํานวนมากและหาก พิจารณาในระดับโลกพบตัวเลขที่น่าสนใจว่าตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๕๖โลกผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ได้มากกว่าพลังงานฟอสซิล เช่น ถ่านหิน นิวเคลียร์ อีกทั้งในสหรัฐอเมริกา เยอรมนี จีน อินเดีย ซึ่งเป็นประเทศมหาอํานาจของโลกได้หันมาสร้างไฟฟ้าจากพลังงหมุนเวียนกันอย่างจริงจัง ปัญหาของพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยจึงไม่ใช่เรื่องของศักยภาพการผลิตแต่เป็นเรื่องของ การผูกขาดและกฎหมายที่ไม่เอื้ออํานวย

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ซึ่งประกอบด้วยภาคีภาคเอกชนและประชาสังคม จังหวัดสตูล ตรัง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และขอเรียกร้องให้ รัฐบาลประกาศยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่โดยทันที และขอให้จริงจังกับการ ดําเนินการสร้างความั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ซึ่งจะได้รับความร่วมมือจากภาค สังคมของจังหวัดอันดามันในการร่วมขับเคลื่อนกับรัฐบาลให้อันดามันเป็นพื้นที่พลังงานสะอาดแห่งแรกๆของโลก

ผู้แถลง
นายอมฤต ศิริจุทาพรกุล
ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
ประธานเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน
๑๘ พ.ค.๒๕๕๘ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร
 


เครือข่าย "ปกป้องกระบี่จากถ่านหิน" ยกระดับขยายแนวร่วมและปรับชื่อเป็น "เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน" ซึ่งประกอบด้วย

1.กลุ่มรักลันตา
2.กลุ่มพิทักษ์ปกาสัย
3.สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวลันตา
4.สมาคมผู้ประกอบการโรงแรมเกาะลันตา
5. มูลนิธิอันดามัน
6. ศูนย์สร้างเสริมจิตสานึกนิเวศวิทยา
7. กลุ่มภูเก็ตจัดการตนเอง
8. คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 9 องค์กร จังหวัดพังงา(หอการค้าจังหวัดพังงา/สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา/สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพังงา/ชมรมธนาคารจังหวัดพังงา/สภาเกษตรกรจังหวัดพังงา/ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา/ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพังงา/ชมรมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพังงา/ภาคประชาสังคมจังหวัดพังงา)
9. กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
10. สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย
11. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้(กปอพช) 
12.โครงการปกป้องพื้นที่ผลิตอาหารชายฝั่งภาคใต้
13. กลุ่มรักตรังปกป้องตรัง
14. กลุ่มรักษ์อันดามัน
15. กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมปกาสัยจังหวัดกระบี่
16. กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดกระบี่
17. เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดกระบี่
18.องค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน
19.เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวพังงา อันดามัน 
20. เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ
21. เครือข่ายติดตามผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลเขาหินซ้อน
22. เครือข่ายถ่านหิน ประเทศไทย Thailand Coal Network
23.เครือข่ายถ่านหินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Southeast Asia Coal Network
24. มูลนิธินโยบายสุขภาวะ
25. เครือข่ายนักวิชาการ EIA EHIA Watch Thailand
26. สมาคมคนรักษ์เลกระบี่
27. มูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำไทย
28. กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านเกาะกลาง จ.กระบี่
29. เครือข่ายประชาชนพัฒนาเมืองเทพา สงขลา
30. เครือข่ายปกป้องพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง นครศรีธรรมราช
31. สภากาแฟทับเที่ยง จังหวัดตรัง
32. เครือข่ายประมงพื้นบ้าน จังหวัดตรัง
33. สมาคมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา
34. เครือข่ายชุมชนรักอ่าวปากบารา จังหวัดสตูล
35. เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนา จังหวัดสตูล