แถลงการณ์เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ ๓ นับถอยหลัง ๓๖๕ วันท่องเที่ยวกระบี่หากมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤษภาคม 20, 2558
เมื่อรัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานประกาศสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ ประชาชนในจังหวัด อันดามันโดยเฉพาะจังหวัดกระบี่เริ่มรู้สึกถึงวิกฤติที่กําลังจะมาถึง เนื่องจากเรารับทราบประสบการณ์จากทั่ว โลกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินคือหายนะทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และเมื่อได้ศึกษารายงานวิจัยของนักวิชาการ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา งานวิจัยมหาวิทยาลัยสตุดการ์ด ประเทศเยอรมนี พบว่าสารพิษที่ เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นกลายเป็นวิกฤติที่ยากจะเยียวยา

เมื่อได้ฟังคําแถลงฉบับที่๔ ของคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาล(IPCC)ที่สนับสนุนโดย สหประชาชาติซึ่งได้ระดมนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจํานวน๒,๐๐๐ คน พบว่าพลังงานฟอสซิลคือตัวการสําคัญ ของหายนะด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เลขาธิการสหประชาชาติออกมาเรียกร้อง ให้ผู้นําทั่วโลกตระหนักถึงภาวะดังกล่าวด้วยการหยุดใช้พลังงานฟอสซิล

แต่ในขณะนี้ผู้นํารัฐบาลไทยกลับดําเนินการตรงกันข้าม เราในฐานะประชาชนอันดามันจึงต้องลุกขึ้น มาปกป้องแผ่นดินของเราเอง และหวังว่าวันหนึ่งรัฐจะสํานึกหันมาเอาจริงเอาจริงกับการใช้พลังงาน หมุนเวียน อย่างที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เยอรมนี จีน อินเดีย เกาหลีใต้ กําลังเร่งดําเนินการ

สิ่งที่เราจะทําได้คือการสร้างนโยบายสาธารณะที่ดีด้านพลังงานด้วยการเดินทางไปบอกเล่าให้คนใน อันดามันทราบว่าถ่านหินเป็นหายนะต่อบ้านของเขา และในขณะเดียวกันต้องการนําเรื่องราวบนแผ่นดิน อันดามันมาบอกเล่ากับสาธารณะว่าแต่ละจังหวัดมีสิ่งดีดีที่ไม่ควรจะถูกทําลายโดยโรงไฟฟ้าถ่านหิน เราจึงใช้ แรงกายแรงใจของเรา ร่วมกันแบกเป้เดินทางไปยังสถานที่สําคัญในฝั่งอันดามันในนาม ‘กิจกรรมแบคแพ็ค ปกป้องอันดามันจากถ่านหิน’โดยมีเป้าหมายสุดท้ายเพื่อร่วมกันสร้างนโยบายสาธารณะด้านพลังงานที่ ปลอดภัยและมั่นคงแก่คนอันดามัน ภาคใต้และของคนทั้งประเทศด้วย

พื้นที่อันดามันได้กลายเป็นพื้นที่สําคัญของโลกด้านการท่องเที่ยวโดยแต่ละปีได้มีนักท่องเที่ยวจากต่าง ประเทศมาเยือนพื้นที่อันดามันจํานวนมาก โ ดยเฉพาะประเทศในยุโรป และนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งเมื่อทราบ ข่าวว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินไ ด้เกิดคําถามที่สําคัญว่า ประเทศไทยกําลังคิดอะไร จึงเอาพื้นที่ที่ สวยงามเช่นนี้มาสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งทั้งโลกมีบทสรุปว่ามันเป็นเชื้อเพลิงที่อันตรายอย่างยิ่งต่อสิ่ง แวดล้อมและสุขภาพ

ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนกล่าวว่าพวกเขาได้รับประสบการณ์มลพิษของโรงไฟฟ้าถ่านหินมาก่อนแล้ว ในประเทศของตัวเอง จึงได้เกิดปรากฎการณ์ที่นักท่องเที่ยวแสดงสัญลักษณ์และเจตนารมณ์มาจากหลาย ประเทศทั่วโลกว่าถ่านหินเป็นอันตราย ขอให้หยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่

กิจกรรมแบคแพ็คจะเริ่มต้นจาก จากจังหวัด สตูล ตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ต และมาสิ้นสุดที่จังหวัด กระบี่ ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมีการให้ความรู้ กิจกรรมรณรงค์แสดงพลัง ทั้งนี้หวังว่ากิจกรรมครั้งนี้จะช่วยให้ รัฐบาลตระหนักว่า การสร้างนโยบายสาธารณะด้านพลังงานที่ผูกขาดนั้นจะนํามาซึ่งผลกระทบต่อประชาชน ในวงกว้าง มีผลในการทําลายเศรษฐกิจของคนอันดามันและประกาศยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใน พื้นที่การท่องเที่ยวของโลก

เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินขอเชิญชวนทุกท่านในประเทศมาร่วมกิจกรรมกับเราและร่วม แสดงพลังปกป้องแหล่งท่องเที่ยวของโลกให้เป็นสมบัติของคนไทยสืบไป โ ดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ไม่สามารถ จัดกิจกรรมทางการเที่ยงเที่ยวใดๆตามที่นักการเมืองและข้าราชการนิยมทําได้อีกต่อไปหากว่าเกิดโรงไฟฟ้า ถ่านหินขึ้น เพราะไม่มีกิจกรรมใดที่จะได้รับการมาเยือนจากใครก็ตามบนโลกใบนี้หากอยู่ภายใต้ควันถ่านหิน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงแรงอย่างแข็งขันเพื่อให้นายกรัฐมนตรีรับทราบและนําไปสู่การยุติกระบวนการ ต่างๆที่จะนําไปสู่การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กําลังเร่งรัดในขณะนี้ เราในฐานะประชาคนคนอันดามมันและ คนทั้งประเทศจะร่วมปกป้องแผ่นดินอันดามันอย่างสุดกําลัง

ผู้แถลง นายอัครเดช ฉากจินดา 
ฝ่ายกิจกรรมแบคแพ๊ค เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน
๒๐ พ.ค. ๒๕๕๘ ศาลากลางจังหวัดกระบี่ 


เครือข่าย "ปกป้องกระบี่จากถ่านหิน" ยกระดับขยายแนวร่วม
และปรับชื่อเป็น "เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน" ซึ่งประกอบด้วย

1.กลุ่มรักลันตา
2.กลุ่มพิทักษ์ปกาสัย
3.สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวลันตา
4.สมาคมผู้ประกอบการโรงแรมเกาะลันตา
5. มูลนิธิอันดามัน
6. ศูนย์สร้างเสริมจิตสานึกนิเวศวิทยา
7. กลุ่มภูเก็ตจัดการตนเอง
8. คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 9 องค์กร จังหวัดพังงา(หอการค้าจังหวัดพังงา/สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา/สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพังงา/ชมรมธนาคารจังหวัดพังงา/สภาเกษตรกรจังหวัดพังงา/ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา/ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพังงา/ชมรมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพังงา/ภาคประชาสังคมจังหวัดพังงา)
9. กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
10. สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย
11. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้(กปอพช) 
12.โครงการปกป้องพื้นที่ผลิตอาหารชายฝั่งภาคใต้
13. กลุ่มรักตรังปกป้องตรัง
14. กลุ่มรักษ์อันดามัน
15. กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมปกาสัยจังหวัดกระบี่
16. กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดกระบี่
17. เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดกระบี่
18.องค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน
19.เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวพังงา อันดามัน 
20. เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ
21. เครือข่ายติดตามผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลเขาหินซ้อน
22. เครือข่ายถ่านหิน ประเทศไทย Thailand Coal Network
23.เครือข่ายถ่านหินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Southeast Asia Coal Network
24. มูลนิธินโยบายสุขภาวะ
25. เครือข่ายนักวิชาการ EIA EHIA Watch Thailand
26. สมาคมคนรักษ์เลกระบี่
27. มูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำไทย
28. กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านเกาะกลาง จ.กระบี่
29. เครือข่ายประชาชนพัฒนาเมืองเทพา สงขลา
30. เครือข่ายปกป้องพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง นครศรีธรรมราช
31. สภากาแฟทับเที่ยง จังหวัดตรัง
32. เครือข่ายประมงพื้นบ้าน จังหวัดตรัง
33. สมาคมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา
34. เครือข่ายชุมชนรักอ่าวปากบารา จังหวัดสตูล
35. เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนา จังหวัดสตูล