แถลงการณ์เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ ๔ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเกาะลันตาขอให้รัฐบาลมีคำสั่งยกเลิกการดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤษภาคม 26, 2558
จากนโยบายที่รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานได้ประกาศให้พื้นที่จังหวัดกระบี่เป็นพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและได้เร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะลันตา ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าจะเกิดวิกฤติต่อการท่องเที่ยวและถือเป็นการสร้างวิกฤติครั้งใหม่หลังภัยสึนามิ และมีแนวโน้มว่าภัยครั้งนี้จะรุนแรงและยาวนานเพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินจะปล่อยมลพิษทุกวัน กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะลันตาจึงไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินด้วยเหตุผลต่อไปนี้

๑.  ความรุนแรงของสารพิษในถ่านหินจากงานวิจัยหลายประเทศบ่งชี้ว่าเกิดผลกระทบรุนแรง เมื่อถูกปล่อยสู่บรรยากาศจะสามารถแพร่กระจายไปได้ในรัศมี 15-30 ไมล์ และยิ่งไปกว่านั้นหากระยะเวลาผ่านไปนานขึ้น มลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายสามารถแพร่กระจายไปในระยะทางจาก   100 ถึง 1,000 ไมล์ ระยะทางดังกล่าวจะเกิดขึ้นครอบคลุมทั้งในพื้นที่อันดามันและทั้งภาคใต้อย่างแน่นอน

๒.  ฐานอาชีพของคนอันดามันคือการท่องเที่ยวและการเกษตรเป็นหลัก ซึ่งทั้งสองอาชีพล้วนเกี่ยวเนื่องกับการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี หากเราพิจารณาตัวเลขด้านการท่องเที่ยว จากสำนักงานสถิติจังหวัด ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง   จะพบว่าในปี พ.ศ. 2555 เศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันขึ้นอยู่กับภาคการท่องเที่ยว และภาคเกษตรกรรมโดยมีขนาดเศรษฐกิจ 3.31 แสนล้านบาท โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2.95 แสนล้านบาท  สาขาเกษตร 1.11 แสนล้านบาท และการท่องเที่ยวของอันดามันส่วนใหญ่คือการท่องเที่ยวทะเลและชายหาด ซึ่งต้องอาศัยความสวยงามของธรรมชาติเป็นหลัก หากพื้นที่การท่องเที่ยวปกคลุมด้วยควันถ่านหินและมลพิษทางน้ำ  การท่องเที่ยวก็จะเกิดหายนะ รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมและแหล่งอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ความทุกข์ยากของคนอันดามัน

๓.  ความเห็นของนักท่องเที่ยวต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจากกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพระดับชุมชน (CHIA) ซึ่งจัดทำที่เกาะลันตา จ.กระบี่ จากจำนวนนักท่องเที่ยว ๖๒๔ คนจากทั้งหมด ๓๗ประเทศ  พบว่าร้อยละ ๘๘ มีความเห็นว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อถามว่าหากสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะกลับมาเที่ยวหรือไม่ พบว่าร้อยละ ๘๕     ตอบว่าจะไม่กลับมาเที่ยวที่ จ.กระบี่อีก ทั้งนี้ในจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสอบถามซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและอเมริกา จะมีจำนวนวันที่มาเที่ยวแต่ละครั้งยาวนานโดยเฉลี่ย ๙๐วัน ต่อการมาเที่ยว ๑ ครั้ง และเมื่อถามถึงค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสอบถามจำนวน ๖๒๔ คนจะมีการใช้จ่ายทั้งหมด ๑๔๘,๐๗๒,๔๐๐ (หนึ่งร้อยสี่สิบแปดล้านเจ็ดหมื่นสองพันสี่ร้อยบาท) จากข้อมูลดังกล่าวสามารถเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าหากเกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้น นักท่องเที่ยวและรายได้จำนวนมหาศาลนั้นจะหายไป

๔.  ทางออกของความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าหากกระทรวงพลังงานยกเลิกมาตรการและข้อจำกัดในการผลิตพลังงานหมุนเวียน ภาคใต้จะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้อีกจำนวนมาก และหากพิจารณาในระดับโลกพบตัวเลขที่น่าสนใจว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ โลกผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้มากกว่าพลังงานฟอสซิล เช่น ถ่านหิน นิวเคลียร์ อีกทั้งในประเทศอเมริกา เยอรมนี จีน อินเดีย ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจของโลกได้หันมาสร้างไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนกันอย่างจริงจัง ปัญหาของพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยจึงไม่ใช่เรื่องของศักยภาพการผลิตแต่เป็นเรื่องของการผูกขาดและกฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวย

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะลันตา ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจโรงแรม ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจอาหาร และอื่นๆ   ขอประกาศว่าให้รัฐบาลรักษากิจการท่องเที่ยวเพื่อให้เป็นรายได้หลักของประเทศและเป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของคนอันดามันต่อไป ด้วยการพิจารณายกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ และขอให้จริงจังกับการดำเนินการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ซึ่งจะได้รับความร่วมมือจากภาคสังคม  ของจังหวัดต่างๆของทะเลอันดามันในการร่วมขับเคลื่อนกับรัฐบาลให้อันดามันเป็นพื้นที่พลังงานสะอาดของโลกต่อไปในอนาคตอันใกล้

เครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเกาะลันตา
๒๕ พ.ค.๒๕๕๘  เกาะลันตา จังหวัดกระบี่