กรีนพีซเตือน รัฐฯ ล้มเหลวครั้งใหญ่หากล้มมติครม. หนุนกระทรวงเกษตรฯ ทดลองจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด

กรีนพีซฯ สลดเหตุกระทรวงเกษตรฯ ไม่ฟังคำค้าน รั้นพยายามล้มมติ ครม. 3 เมษายน 2544 เปิดทางทดลองจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤศจิกายน 12, 2550
กรีนพีซเตือน หลังพบรายงานว่าการประชุม ครม.วันพรุ่งนี้กระทรวงเกษตรฯ อาจผลักดันให้มีการล้มมติครม. 3 เมษายน 2544 ที่ห้ามทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอทุกชนิดในพื้นที่เปิดอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสคัดค้านจากหลายฝ่าย นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม (จีเอ็มโอ) กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

"กรีนพีซรู้สึกผิดหวังที่กระทรวงเกษตรฯพยายามดิ้นรนให้มีการล้มมติ ครม. 3 เมษายน 2544 พร้อมเปิดทางให้มีการทดลองจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญของประเทศและจากเหตุการณ์ในอดีตชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามนุษย์เราไม่สามารถควบคุมการปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอได้ ท้ายสุดเมื่อจีเอ็มโอปนเปื้อนออกไปสู่สิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นมลพิษทางพันธุกรรม ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศ ประเด็นที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม รัฐจึงควรเห็นแก่ประโยชน์ของเกษตรกรไทยมากกว่าการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทข้ามชาติซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีจีเอ็มโอ เพราะจีเอ็มโอจะเข้ามาสร้างปัญหาให้ภาคเกษตรของไทยอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้"

ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ พยายามดิ้นรนให้มีการล้มมติ ครม. ดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2550 กรีนพีซออกโรงเตือนกระทรวงเกษตรฯ พร้อมประกาศจับตาดู หากพบว่ากระทรวงเกษตรฯ พยายามล้มมติ ครม.ดังกล่าว ก็พร้อมเคลื่อนไหวคัดค้าน เพราะการล้มมติ ครม.ดังกล่าว ถือเป็นการเปิดประตูรับจีเอ็มโอหรือมลพิษทางพันธุกรรมอย่างเต็มตัว และจีเอ็มโอจะเข้ามาทำลายระบบเกษตรกรรมดั้งเดิมของไทย

กรีนพีซ รณรงค์เรื่องพืชจีเอ็มโออย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องให้ประเทศไทยปลอดจากจีเอ็มโอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวซึ่งเป็นพืชส่งออกที่สำคัญของประเทศ ซึ่งไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของพืชจีเอ็มโอในหลายประเด็น ได้แก่ 1) ความเสี่ยงทางด้านสุขภาพของผู้บริโภคเนื่องจากยังไม่มีการยืนยันความปลอดภัยในระยะยาว 2) เป็นมลพิษทางพันธุกรรมหากพบว่าเกิดการปนเปื้อนออกสู่สิ่งแวดล้อม จะไม่สามารถเรียกสิ่งแวดล้อมเดิมกลับคืนมาได้ 3) เป็นภัยคุกคามระบบเกษตรกรรมไทย หากไทยรับเอาจีเอ็มโอเข้ามาในประเทศ เกษตรกรไทยต้องแบกรับภาระความเสี่ยง  ต้องตกอยู่ภายใต้การครอบงำของบริษัทเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติ และภาวะผู้บริโภคทั่วโลกปฏิเสธจีเอ็มโอ

เพียงแค่การทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด ก็สามารถสร้างความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล เนื่องจากพืชจีเอ็มโอไม่สามารถควบคุมการปนเปื้อนได้ ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ล้มเหลวในการจัดการปัญหาการปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอ และจากรายงาน "ธุรกิจแห่งความเสี่ยง" ของกรีนพีซที่เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนชี้ชัดถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 4 หมื่น 8 พันล้านบาท บทเรียนราคาแพงของสหรัฐอเมริกาที่ปล่อยให้มีการทดลองข้าว จีเอ็มโอในพื้นที่เปิดซึ่งสุดท้ายปนเปื้อนออกสู่ตลาดข้าวโลก และจนถึงปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ สหรัฐอเมริกายังไม่สามารถเปิดเผยที่มาของการปนเปื้อนได้

ตลาดส่งออกของประเทศไทยก็เคยประสบปัญหาเนื่องจากการปนเปื้อนจีเอ็มโอเช่นกัน ในเดือนกรกฎาคม 2547 กรีนพีซเปิดโปงกระทรวงเกษตรฯ ว่าเป็นสาเหตุทำให้มะละกอไทยปนเปื้อนจีเอ็มโอ โดยมีการทดลองปลูกมะละกอจีเอ็มโอที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 3  ส่วนแยกพืชสวน จ.ขอนแก่น และปล่อยให้มีการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์มะละกอที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอให้กับเกษตรกรไทยกว่า 2,669 ราย ใน 37 จังหวัดทั่วประเทศ  เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กระทรวงเกษตรฯ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการควบคุมการแพร่กระจายของพืชจีเอ็มโอ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทย การปนเปื้อนที่ผิดกฎหมายและไม่พึงประสงค์นี้เป็นเหตุให้ตลาดโลกโดยเฉพาะในยุโรปขาดความเชื่อมั่นต่อการส่งออกมะละกอไทย

"เป็นความล้มเหลวของกระทรวงเกษตรฯ หากพยายามยกเลิกมติครม. ดังกล่าว เพื่อปูทางให้มีการทดลองพืชจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด ทั้งๆ ที่ควรจะปกป้องสิ่งแวดล้อมและระบบเกษตรกรรมไทยให้ปลอดจากจีเอ็มโอ การยัดเยียดเทคโนโลยีจีเอ็มโอให้กับเกษตรกรไทย เท่ากับเป็นการพยายามทำลายอนาคตของเกษตรกรรมไทยและเดินตามรอยความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาโดยที่ไม่ฟังเสียงคัดค้านจากประชาชน" นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล กล่าว

VVPR info: ณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม (จีเอ็มโอ) โทร. 08 5843 7300 วิริยา กิ่งวัชระพงศ์ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน โทร.08 9487 0678 หรือ 0 2357 1921 ต่อ 115