เมื่อเดือนพฤศจิกายนของปี 2560 ระดับมลพิษในอากาศที่ปักกิ่งลดลงถึงร้อยละ 54 หลังจากมีการปิดตัวของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนผ่านพลังงานโดยลดการใช้ถ่านหินได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่มีเครื่องทำความร้อนต้องทนกับอากาศหนาวจัด

ในเมืองฮานดังซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับปักกิ่ง ฝุ่นควันที่ปล่อยออกมาจากโรงงานต่างๆจำนวนมหาศาลลอยปกคลุมทุกสารทิศ ทางรัฐบาลจีนได้สั่งปิดโรงงานโดยรอบเมืองปักกิ่งเพื่อลดระดับมลพิษในอากาศ รูปโดย: Lu Guang/Greenpeace

จากข้อมูลชี้ว่า เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้คุณภาพอากาศของกรุงปักกิ่งดีขึ้นมากกว่าในเดือนฤดูหนาวก่อนๆที่เคยมีการบันทึกไว้

ซึ่งคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นนี้เป็นผลต่อเนื่องมาจากการที่รัฐบาลจีนเริ่มสั่งปิดโรงงานปูนซีเมนต์และเหล็กครั้งใหญ่เพื่อมุ่งลดมลพิษในอากาศตลอดช่วงฤดูหนาว

ทางรัฐบาลจีนยังได้ออกมาตรการควบคุมธุรกิจเผาไหม้ถ่านหินขนาดเล็กใน 28 เมืองในมณฑลต่างๆรอบกรุงปักกิ่ง อย่างไรก็ดี การเพิ่มความเข้มงวดในการเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานโดยลดการใช้ถ่านหินนี้ได้ทำให้เกิดปัญหาประชาชนจำนวนมากในมณฑลต่างๆไม่มีเครื่องทำความร้อน เตาปรุงอาหาร หรือเครื่องทำน้ำอุ่นใช้ในสภาพอากาศหนาวจัดที่อุณหภูมิติดลบนี้

การลดลงของระดับมลพิษ

ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาที่กรุงปักกิ่ง ระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ลดลงถึงร้อยละ 54 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งนับเป็นสถิติการลดลงของมลพิษที่มากที่สุดเมื่อเทียบปีต่อปีที่เคยมีบันทึกไว้

นอกจากนี้ ค่า PM2.5 ทั่วทั้งมลฑลยังลดลงถึงร้อยละ 37 ซึ่งทำให้ค่าเฉลี่ยลดลงอยู่ที่ 67 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อเทียบกับ 108 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในเดือนพฤศจิกายนปี 2559

โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลการวัดคุณภาพอากาศของกรีนพีซผ่านทางดาวเทียบยังชี้ว่า แม้แต่ในมณฑลที่มีการเผาไหม้ถ่านหินสูงรอบกรุงปักกิ่ง ค่าการปล่อยมลพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ก็ลดลงมากที่สุดในประวัติการณ์

ทว่าในเมืองอุตสาหกรรมบางแห่ง ระดับมลพิษยังคงเพิ่มสูงขึ้นจนกระทั่งมาตรการในช่วงฤดูหนาวดังกล่าวถูกบังคับใช้โดยสมบูรณ์ในเดือนพฤศจิกายน ทำให้ค่าเฉลี่ยมลพิษในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่ผ่านมายังลดลงไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้สำหรับช่วงฤดูหนาวนี้

แผนปฏิบัติการช่วงฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว

ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางรัฐบาลจีนยังได้เริ่มแผนการเพื่อลดปริมาณมลพิษฝุ่นละออง (PM) ในช่วงฤดูหนาวให้ได้ถึงร้อยละ 15 เทียบกับปีก่อน โดยมุ่งเป้าไปที่เมืองใหญ่ต่างๆในบริเวณใกล้เคียงกรุงปักกิ่งและพื้นที่ที่มีการเผาไหม้ถ่านหินสูงในที่ห่างไกลออกไป

โรงงานปูนซีเมนต์ทั้งหมดต่างปิดตัวลง ขณะที่โรงงานเหล็ก อะลูมิเนียม และถ่านโค้กถูกจำกัดการผลิตโดยรวมไม่ให้เกินร้อยละ 50 จากความสามารถการผลิตทั้งหมด ส่วนแผนการก่อสร้างขนาดใหญ่เองก็ถูกระงับไว้ชั่วคราวเช่นกันเพื่อลดความต้องการใช้เหล็กและปูนซีเมนต์

ทางเจ้าหน้าที่รัฐผู้ดูแลด้านการควบคุมมลพิษอากาศได้ทำการตรวจสอบโรงงานต่างๆหลายต่อหลายครั้งอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยเข้าสำรวจโรงงานกว่า 4,000 แห่ง ทางทีมงานพบว่ามีการละเมิดข้อจำกัดถึงร้อยละ 70 จากโรงงานที่สำรวจทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นผู้มีหน้าที่ดูแลการบังคับใช้ข้อบังคับดังกล่าวจะต้องรับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ส่วนอีกแผนการหนึ่งนั้นมุ่งเป้าไปยังบ้านเรือนต่างๆ โดยหวังให้กว่าสิบล้านหลังคาเรือนเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าและแก๊สในการทำความร้อน ปรุงอาหาร และต้มน้ำร้อน

การลดใช้ถ่านหินสู่อากาศที่หนาวจัด: ปัญหาจากการบังคับใช้มาตรการ

ขณะที่อากาศกำลังหนาวขึ้น รายงานต่างๆชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานโดยลดการใช้ถ่านหินทำให้ผู้คนบางกลุ่มไม่มีเครื่องทำความร้อนหรือน้ำร้อนใช้

ทั้งนี้เพราะรัฐบาลท้องถิ่นในบางพื้นที่ยังไม่ได้ติดตั้งเครือข่ายและระบบทำความร้อนที่จำเป็นต้องใช้เพื่อเปลี่ยนให้อีกหลายล้านครัวเรือนและธุรกิจสามารถใช้ไฟฟ้าและแก๊สแทนถ่านหินได้

บ้างเชื่อว่าเป็นผลมาจากการที่ต้องพึ่งพาคำสั่งจากรัฐบาลมากกว่าการใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการมุ่งเป้าไปที่การใช้แก๊สซึ่งทำให้เสียโอกาสการใช้พลังงานทำความร้อนอื่นๆ ที่สะอาดกว่าอย่างพลังงานความร้อนใต้พื้นพิภพ (Geothermal Energy) และการปั๊มความร้อน (Heat pump) ร่วมกับการที่แต่ละครัวเรือนต่างมีฉนวนกันความร้อนที่มีคุณภาพมากขึ้น ทั้งหมดนี้ต่างทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว

ทางรัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมจึงได้แก้ปัญหาโดยการผ่อนปรนข้อกำหนดในการเผาไหม้ถ่านหินลง โดยย้ำว่าการให้มีเครื่องมือทำความร้อนที่เพียงพอคือเรื่องที่สำคัญที่สุด

อีกทั้งรัฐบาลจีนยังอนุญาตให้เขตพื้นที่ที่ไม่ได้ติดตั้งพลังงานทางเลือกอื่นๆเพื่อทำความร้อนไว้สามารถใช้ถ่านหินต่อได้ และยังสั่งให้มีการเปิดใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งหนึ่งในปักกิ่งที่ได้ถูกสั่งปิดตัวไปอีกครั้ง รวมถึงขอให้ทางรัฐบาลท้องถิ่นลดการใช้แก๊สในภาคอุตสาหกรรมลงเพื่อสำรองไว้ให้ภาคประชาชนได้ใช้อย่างทั่วถึง

มาตรการเร่งด่วนต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้ผู้คนผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนเครื่องทำความร้อนได้ และยังไม่เป็นการเพิ่มอัตราการเผาไหม้ถ่านหินในระดับที่จะส่งผลให้คุณภาพอากาศลดต่ำลงอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน ปัญหาดังกล่าวยังทำให้เกิดความตระหนักเกี่ยวกับการพึ่งพาการใช้แก๊สที่มากจนเกินไป โดยผู้เชี่ยวชาญที่ให้สัมภาษณ์กับ People’s Daily หนังสือพิมพ์ทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เรียกร้องให้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการผลิตฉนวนกันความร้อยภายในครัวเรือนและการใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆให้มากยิ่งขึ้น เช่น การใช้พลังงานความร้อนใต้พื้นพิภพและการปั๊มความร้อน

การปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)

ระดับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) อันนับเป็นตัวการหลักที่ทำให้กรุงปักกิ่งเต็มไปด้วยมลพิษในอากาศที่อันตรายถึงตายนี้ได้ลดลงอย่างมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา

โดยดาวเทียมที่ใช้วัดปริมาณ SO2 พบว่าระดับ SO2 ลดลงถึงร้อยละ 50 ในกรุงปักกิ่งเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน ส่วนระดับไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เองก็ลดลงถึงร้อยละ 10 ในมณฑลเหอเป่ย ซึ่งเป็นมณฑลที่เรียกได้ว่าเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนในมณฑลถังชานซึ่งเป็นมณฑลที่ขึ้นชื่อเรื่องควันพิษจากเหล็กเองก็ลดลงถึงร้อยละ 15 เช่นกัน

ก๊าซ SO2 และ NO2 นี้นับเป็นตัวการหลักที่ก่อให้เกิดควันพิษอันตรายร้ายแรงในช่วงฤดูหนาวในมณฑลดังกล่าว โดยก๊าซ NO2 นั้นยังใช้เป็นตัวชี้วัดค่าการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลโดยทั่วไปได้อีกด้วย

และแม้ว่าจะมีความคืบหน้าดังกล่าว จากข้อมูลยังเผยว่ามีการพบมลพิษก๊าซ NO2 ในบริเวณอื่นๆนอกเหนือจากกรุงปักกิ่ง ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมทางอุตสาหกรรมนั้นได้ส่งกระทบกระจายโดยรอบ

อย่างไรก็ดี ปัญหาดังกล่าวอาจผ่อนคลายลงได้ด้วยการที่ค่าอุปทานลดลงจากมาตรการระงับการก่อสร้าง โดยโครงการทำถนนและการจัดการน้ำได้ถูกยุติลงทั่วทั้งมณฑลดังกล่าว ขณะที่ในปักกิ่งและเทียนจินเองก็ได้ยุติโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทุกชนิด

การทดสอบที่กำลังจะมาถึง

แม้กระแสลมเหนือที่รุนแรงขึ้นและระดับความชื้นในอากาศที่ลดลงในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาจะทำให้ค่า PM2.5 ลดลงถึงร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับในปีก่อนอยู่แล้ว ทว่าค่า PM2.5 นั้นลดลงจริงๆถึงเกือบร้อยละ 40 ซึ่งเป็นผลมาจากแผนปฏิบัติช่วงฤดูหนาวที่ได้กล่าวไปข้างต้น

อย่างไรก็ดี มณฑลโดยรอบกรุงปักกิ่งดังกล่าวยังคงนับเป็นแหล่งปล่อยมลพิษที่มากที่สุด ซึ่งเมื่อสองอาทิตย์ก่อน มลพิษในอากาศของกรุงปักกิ่งได้เพิ่มขึ้นถึงระดับ “อันตรายร้ายแรง” ขณะที่หมอกควันพิษลอยเข้าสู่ตัวเมือง

โดยแผนปฏิบัติการชุดหลักจะบังคับใช้ตามมาในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งนับเป็นช่วงเดือนที่ระดับมลพิษในจีนจะพุ่งสูงขึ้นมากที่สุดในแต่ละปี

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่