-
ทางออกแผน NAP คืออะไร เมื่อธุรกิจคุกคามสิทธิมนุษยชน
โลหะหนักในแหล่งน้ำ มลพิษข้ามพรมแดน ภัยพิบัติน้ำท่วมดินถล่ม การแย่งยึดที่ดิน การสูญเสียอาชีพทำกิน และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เคราะห์ร้ายของคนในพื้นที่ แต่เป็นความละเลยต่อการเคารพสิทธิมนุษยชน
-
ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของไทย ดีขึ้นหรือไม่หลังแผน NAP ผ่านมากว่า 6 ปี
ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน สองคำที่ฟังดูแล้วเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำทางอำนาจ และท้าทายอย่างยิ่งว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่ภาคธุรกิจนั้นจะเดินหน้าควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิมนุษยชนได้
-
เสียงจากชุมชน: โรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์และ 18 ปีของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ไม่เคยเป็นธรรม
การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานที่เป็นธรรมสำหรับรัฐบาลมีหน้าตาอย่างไร? ขณะนี้ตัวแทนรัฐบาลไทยกำลังร่วมการประชุมรัฐภาคีภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 หรือ COP30 พร้อมกับแผน NDC 3.0 ที่อ้างว่าจะพาประเทศเร่งสู่ Net Zero ให้คำมั่นกับนานาชาติในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย แต่ขณะเดียวกันก็ผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลอย่างต่อเนื่อง เช่นนี้แล้ว ระยะทางอีกไกลเท่าไรประเทศไทยถึงจะไปถึงจุดหมายที่เรียกว่า Net Zero
-
NDC 3.0: แผนลดก๊าซเรือนกระจกของไทยที่อาจสะดุดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยได้ยื่น ข้อกำหนดและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (NDC) ฉบับที่ 3.0 ต่อกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของประเทศไทยที่จะให้คำมั่นสัญญาบนเวที COP30 ที่จะจัดขึ้น ณ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ระหว่างวันที่ 10-20 พฤษจิกายนนี้ เพื่อประกาศเจตจำนงของประเทศในการเร่งรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งด้าน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการปรับตัว (Adaptation) ในทิศทางระยะยาว
-
รายงานล่าสุดเผย แอมะซอน มีมลพิษทางอากาศรุนแรงกว่าหลายมหานครทั่วโลก
มาเนาส์, บราซิล, 4 พฤศจิกายน 2568 – รายงานล่าสุดของกรีนพีซ สากล เปิดเผยว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ใจกลางผืนป่าแอมะซอนกำลังเผชิญกับมลพิษทางอากาศรุนแรงกว่าผู้คนในมหานครอย่างเซาเปาโล ปักกิ่ง หรือแม้แต่ลอนดอน โดยสาเหตุหลักมาจากไฟป่าที่ถูกจุดขึ้นโดยเจตนา เพื่อเคลียร์พื้นที่ป่าทำปศุสัตว์ และเผาปรับสภาพทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์[1]
-
แผนลดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของโตโยต้า เสี่ยงซ้ำเติมวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และขัดขวางความพยายามของโลกในการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5°C
และขัดขวางความพยายามของโลกในการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5°C
-
กรีนพีซ ประเทศไทย เน้นย้ำ ‘โลกร้อนไม่เท่าเทียม กระทบคนไม่เท่ากัน’ชี้ปัญหาที่บรรษัทฟอสซิลสร้าง แต่ประชาชนต้องแบกรับ
กรุงเทพฯ, 30 กันยายน 2568 – กรีนพีซ ประเทศไทย เปิดนิทรรศการ ‘โลกร้อนไม่เท่าเทียม กระทบคนไม่เท่ากัน : 1% ก่อ 99% เจ็บ’ ในเทศกาล Bangkok Climate Action Week เพื่อสะท้อนความจริงว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการกระทำของบรรษัทฟอสซิลยักษ์ใหญ่ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมหาศาล ขณะที่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ต้องเป็นฝ่ายรับเคราะห์หนักที่สุด
-
กรีนพีซ ประเทศไทย และมูลนิธิบูรณะนิเวศ ชี้ ฝุ่นอุตสาหกรรมคือวิกฤตที่ถูกมองข้าม รัฐต้องเร่งผ่านกฎหมาย PRTR เพื่อคืนสิทธิอากาศสะอาดให้ประชาชน
พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติ การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ให้ประกาศใช้โดยเร็ว หลังจากที่รัฐสภามีมติรับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา
-
วิกฤตโลกเดือด: ทางรอดที่เริ่มต้นจากชุมชนเรา สู่อนาคตที่ยั่งยืน
วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงหัวข้อถกเถียงในเวทีประชุมระดับโลกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นภัยคุกคามชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วทุกมุมโลก หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ยืนยันว่าแนวโน้มอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น พร้อมความถี่และความรุนแรงของปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อน ภาวะแห้งแล้งที่ยาวนาน หรือความไม่แน่นอนของปริมาณน้ำฝน สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นทวีปที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก และประชากรในพื้่นที่ที่พึ่งพาภาคเกษตรกรรมถือเป็นกลุ่มเปราะบางต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด
-
เสียงของการปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม ต้องไม่ถูกทำให้เงียบด้วย ‘SLAPP’
มีคดี SLAPP เกิดขึ้นมากกว่า 500 คดี ทั้งคดีที่ฟ้องโดยรัฐและฟ้องโดยเอกชน ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการฟ้องคดีปิดปากมากที่สุด 3 อันดับ คือกลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มอุตสาหกรรมปศุสัตว์ และกลุ่มพลังงาน








