Manage your cookies preferences

Please select which cookies you are willing to store.

คุกกี้การแสดงผล Always enabled

คุกกี้เหล่านี้จะช่วยให้เราเก็บข้อมูลเชิงสถิติและข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน เช่น ผู้ใช้เว็บไซต์ใช้เวลานานเท่าไรในหน้าเว็บไซต์แต่ละหน้า หรือผู้ใช้คลิกลิงก์อะไรบ้าง ข้อมูลจะถูกเก็บไปเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ greenpeace.org ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นเพื่อการใช้เว็บไซต์ของคุณ การกดยอมรับคุกกี้เหล่านี้ยังจะช่วยให้คุณไม่ถูกตรวจจับด้วยระบบแบนคุกกี้

จากที่มีการกล่าวถึงในย่อหน้า คุกกี้การแสดงผล ด้านบน เราอาจจะติดตั้งคุกกี้ในบราวเซอร์ของคุณซึ่งเป็นคุกกี้บุคคลที่สาม (เช่น คุกกี้จาก Facbook หรือ Google) สำหรับติดตามข้อมูลเพื่อการวางแผนการตลาดที่ดีขึ้นและปล่อยโฆษณาออนไลน์ที่คาดว่าคุณจะสนใจหลังจากที่คุณออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว (คุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่)

รายชื่อเต็มของคุกกี้ที่อาจถูกติดตั้งบนบราวเซอร์ของคุณสามารถดูได้จากด้านบน (ดู ประเภทของคุกกี้ ) และรายละเอียดบางส่วนถึงการที่เราจัดการกับข้อมูลอย่างไรผ่านระบบบุคคลที่สามด้านล่าง

หากมีการยกเลิกการใช้งาน (un-checking) คุกกี้ทั้ง 2 ประเภทด้านบน เราจะเซ็ตคุกกี้เฉพาะในบราวเซอร์ของคุณเพื่อเก็บข้อมูลการใช้งาน ซึ่งจะทำให้คุณไม่ได้รับการติดตามบนเว็บไซต์จนกว่าคุณจะเปลี่ยนใจหรือเคลียร์คุกกี้ในบราวเซอร์

เว็บบราวเซอร์เกือบทั้งหมดอนุญาตให้ควบคุมคุกกี้บางตัวผ่านการตั้งค่าบราวเซอร์ (เช่น การแจ้งเตือนการติดตั้งคุกกี้ใหม่, การยกเลิกการใช้คุกกี้และการตรวจจับคุกกี้) คลิกที่ประเภทบราวเซอร์ของคุณด้านล่าง เพื่อเรียนรู้ข้อมูลผู้ใช้บราวเซอร์ และเรียนรู้การยกเลิกการติดตั้งคุกกี้
Chrome
Firefox
Internet Explorer
Microsoft Edge
Opera
Safari

แม้ว่าสามารถบล็อกคุกกี้ทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตามจะมีผลกระทบทางในด้านการใช้งานเว็บไซต์หลายเว็บไซต์

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ อ่านเพิ่มเติมใน นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

สถานะ ดำเนินการ

บริษัทอิตาเลี่ยน-ไทย ได้ทำสัญญากับรัฐบาลทหารพม่าเปิดเหมืองถ่านหิน ในปี 2551 และสร้างโรงไฟฟ้าที่รัฐฉานตะวันออกเพื่อส่งออกถ่านหิน และพลังงานไฟฟ้ามายังประเทศไทย เมืองก๊กเป็นชุมชนของชาวไทใหญ่ ลาหู่ และอาข่า นับพันคน ซึ่งมีอาชีพเป็นเกษตรกร เมืองก๊กตั้งอยู่ในพื้นที่การสู้รบที่กองทัพรัฐบาลพม่าปะทะกับกองกำลังที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่เป็นประจำ รัฐบาลได้นำกองกำลังทหารเข้ามาในพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เหมืองถ่านหิน ชาวบ้านถูกบังคับให้ขายที่นาตัวเองและยังถูกบังคับย้ายไปอยู่ในพื้นที่ติดกับเหมืองถ่านหิน เป็นเหตุให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้หลบหนีเข้ามายังประเทศไทย

เหมืองถ่านหินเมืองก๊ก มีลักษณะเป็นเหมืองเปิด มีถ่านหินลิกไนต์ราว 120 ล้านตันในพื้นที่ 30 ตารางกิโลเมตร บริษัทสระบุรีถ่านหินจำกัดซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ อิตาเลี่ยน-ไทย ได้รับสัมปทานเพื่อขุดถ่านหินลิกไนต์ 5,000 ตันต่อวัน (1.5 ล้านตันต่อปี) สัญญาแรกเริ่ม 10 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ 5 ปีต่อครั้ง) เพื่อนำเข้าประเทศไทย บริษัทอิตาเลี่ยน-ไทยวางแผนจะสร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังผลิต 405 เมกะวัตต์ (3×135 เมกะวัตต์) จะขายไฟฟ้า 369 เมกะวัตต์ ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระยะเวลามากกว่า 25 ปี และจะมีการสร้างสายส่งไฟฟ้าขนาด 230 กิโลโวลต์ ระยะทาง 80 กิโลเมตรเพื่อส่งไฟฟ้าสู่จังหวัดเชียงรายประเทศไทย โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้วางแผนจะสร้างเสร็จในปี 2559
นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการของบริษัทใหม่ที่ชื่อว่า Mai knot Coal Company เป็นบริษัทร่วมทุนภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU)ของบริษัทไทย คือ บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด หรือ SQ ถือหุ้น ร้อยละ 70 กับบริษัทจากประเทศเมียนมาร์ที่ชื่อว่า บริษัท Golden Lake หรือ GL ถือหุ้น ร้อยละ 30 เกิดขึ้นเมื่อปี 2562 บริษัทนี้ตั้งขึ้นเพื่อรับสิทธิในการทำเหมืองถ่านหินในเมืองก๊ก ภายใต้สัญญาระยะยาวที่มีอายุสัมปทาน 28 ปี ธุรกิจถ่านหินใหม่นี้จะสร้างรายได้และกำไรสุทธิให้กับ SQ โดยถ่านหินที่มีการขุดสำรวจ  และถูกขุดมาขายในระยะแรกมีกำลังผลิตประมาณ 3 แสนตันต่อปี เป็นถ่านหินประเภทซับบิทูมินัส ซึ่งมีค่าความร้อนเฉลี่ย 4,200 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม โดยจะจัดจำหน่ายให้แก่โรงปูนซีเมนต์ของไทยในภาคเหนือ โดยจะเริ่มส่งออกได้ในช่วงกลางปี 2563