Manage your cookies preferences

Please select which cookies you are willing to store.

คุกกี้การแสดงผล Always enabled

คุกกี้เหล่านี้จะช่วยให้เราเก็บข้อมูลเชิงสถิติและข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน เช่น ผู้ใช้เว็บไซต์ใช้เวลานานเท่าไรในหน้าเว็บไซต์แต่ละหน้า หรือผู้ใช้คลิกลิงก์อะไรบ้าง ข้อมูลจะถูกเก็บไปเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ greenpeace.org ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นเพื่อการใช้เว็บไซต์ของคุณ การกดยอมรับคุกกี้เหล่านี้ยังจะช่วยให้คุณไม่ถูกตรวจจับด้วยระบบแบนคุกกี้

จากที่มีการกล่าวถึงในย่อหน้า คุกกี้การแสดงผล ด้านบน เราอาจจะติดตั้งคุกกี้ในบราวเซอร์ของคุณซึ่งเป็นคุกกี้บุคคลที่สาม (เช่น คุกกี้จาก Facbook หรือ Google) สำหรับติดตามข้อมูลเพื่อการวางแผนการตลาดที่ดีขึ้นและปล่อยโฆษณาออนไลน์ที่คาดว่าคุณจะสนใจหลังจากที่คุณออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว (คุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่)

รายชื่อเต็มของคุกกี้ที่อาจถูกติดตั้งบนบราวเซอร์ของคุณสามารถดูได้จากด้านบน (ดู ประเภทของคุกกี้ ) และรายละเอียดบางส่วนถึงการที่เราจัดการกับข้อมูลอย่างไรผ่านระบบบุคคลที่สามด้านล่าง

หากมีการยกเลิกการใช้งาน (un-checking) คุกกี้ทั้ง 2 ประเภทด้านบน เราจะเซ็ตคุกกี้เฉพาะในบราวเซอร์ของคุณเพื่อเก็บข้อมูลการใช้งาน ซึ่งจะทำให้คุณไม่ได้รับการติดตามบนเว็บไซต์จนกว่าคุณจะเปลี่ยนใจหรือเคลียร์คุกกี้ในบราวเซอร์

เว็บบราวเซอร์เกือบทั้งหมดอนุญาตให้ควบคุมคุกกี้บางตัวผ่านการตั้งค่าบราวเซอร์ (เช่น การแจ้งเตือนการติดตั้งคุกกี้ใหม่, การยกเลิกการใช้คุกกี้และการตรวจจับคุกกี้) คลิกที่ประเภทบราวเซอร์ของคุณด้านล่าง เพื่อเรียนรู้ข้อมูลผู้ใช้บราวเซอร์ และเรียนรู้การยกเลิกการติดตั้งคุกกี้
Chrome
Firefox
Internet Explorer
Microsoft Edge
Opera
Safari

แม้ว่าสามารถบล็อกคุกกี้ทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตามจะมีผลกระทบทางในด้านการใช้งานเว็บไซต์หลายเว็บไซต์

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ อ่านเพิ่มเติมใน นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

เมืองไทยเราได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ชื่นชอบการกิน เรามีทั้งวัฒนธรรมสตรีทฟู้ดที่พบเห็นได้ทั่วไป มีร้านอาหารโต้รุ่งที่เปิดกลางคืนจนถึงเช้า และร้านอาหารทั่วไป ซึ่งเปิดในเวลากลางวัน ดังนั้น เราจะเห็นสไตล์การบริโภคอาหารของคนไทยหรือคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เลยว่า มีการบริโภคกันตลอด 24 ชั่วโมงเลยจริง ๆ 

เมื่อมีการบริโภคตลอด 24 ชั่วโมง ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการสร้างขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งออกมามากตามไปด้วย เพราะพ่อค้าแม่ค้าในปัจจุบันอยากให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายมากขึ้น จึงนิยมนำพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งมาเป็นบรรจุภัณฑ์ใส่สินค้าเพื่อบริการลูกค้า 

ดังนั้น ร้านอาหารต่างๆ จึงสามารถเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลงในการเปลี่ยนจากบรรจุภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวทิ้งมาเป็นบรรจุภัณฑ์ใช้ซ้ำหรือบริการเติมสินค้าได้ 

ถ้าอยากจะเปลี่ยน ต้องเริ่มยังไงดี

จับจ่ายซื้อของ 

เริ่มขั้นแรก ต้องเริ่มที่การซื้อของมาทำอาหาร อันดับแรกคือจดรายการที่คุณจะซื้อ เอาให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะได้เตรียมบรรจุภัณฑ์ไปใส่ได้อย่างเหมาะสม สถานที่ที่เราจะไปกันนั้น คือ ตลาดสดใกล้บ้านคุณ ข้อดีของตลาดสดคือ พ่อค้าแม่ค้ามักจะขายสินค้าให้คุณแบบไม่มีบรรจุภัณฑ์ห่อหุ้ม เราจึงสามารถนำบรรจุภัณฑ์ที่เราเตรียมมาไปใส่ได้ 

เข้าครัวทำอาหาร

ส่วนประกอบที่สำคัญในการประกอบอาหารไทยคือ เครื่องปรุง ซึ่งมีมากมายหลากหลายและทั้งหมดล้วนบรรจุอยู่ในพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง แม้ว่าเราจะใช้เครื่องปรุงนั้นหลายครั้งก็ตาม แต่เมื่อเราใช้หมดแล้ว เราก็จะทิ้งบรรจุภัณฑ์นั้นลงถังขยะไป คำแนะนำของเราคือ

ได้เวลาขายของ

ช่วงเวลานี้สำคัญที่สุด เพื่อความสะดวกในการซื้อขาย เรามักจะเห็นสินค้าถูกบรรจุอยู่ในถุงแกงแล้วมัดปากถุงด้วยหนังยาง พอลูกค้ามาซื้อ ก็ใส่ถุงพลาสติกให้ ซึ่งการซื้อขายแบบนี้สะดวกมากจริง ๆ แต่เรามาลองเปลี่ยนวิธีกัน 

อันดับแรกคือ เริ่มประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบว่า ทางร้านจะไม่สร้างขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ดังนั้น ร้านขอความกรุณาลูกค้านำบรรจุภัณฑ์ใช้ซ้ำมาใส่อาหารแบบซื้อกลับบ้านแทน และเตรียมจาน/ถ้วย/ช้อนส้อมใช้ซ้ำไว้สำหรับลูกค้ากินที่ร้านแทนการใช้โฟมหรือจานพลาสติก

ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ภาชนะแบบใช้แล้วทิ้ง เราเห็นด้วยว่ากาบหมาก ถือเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นวัสดุจากธรรมชาติ 100% สามารถย่อยสลายได้เลยโดยไม่แตกตัวเป็นไมโครพลาสติก 

ลดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ไม่จำเป็นในร้านลง เช่น หลอด ฝาครอบแก้วกาแฟ จริงๆ แล้วเราสามารถดื่มน้ำจากปากแก้วได้เลยนะ หรือใช้หลอดกระดาษแทน แก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทางร้านเตรียมแก้วใช้ซ้ำไว้บริการลูกค้าแทน 

ลูกค้าสั่งอาหารกลับบ้าน 

ในสมัยปัจจุบันที่ทุกคนนิยมสั่งอาหารผ่านทางแอปพลิเคชัน ซึ่งสิ่งที่มาพร้อมกับบริการสั่งอาหารจากร้านอาหารถึงบ้านของลูกค้าทุกคนนั้นคือ พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งจำนวนมาก ในบทบาทของร้านอาหารที่สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในการใช้ภาชนะใช้ซ้ำได้ คือ การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันที่นำภาชนะใช้ซ้ำมาซื้ออาหารให้ลูกค้า แอปพลิเคชันที่เรารู้จัก คือ Indy Dish ซึ่งทำโครงการ ‘Love Me, Love My Earth’ โดยการร่วมกับแบรนด์ภาชนะใช้ซ้ำยี่ห้อหนึ่ง แล้วนำภาชนะใช้ซ้ำไปใส่อาหารแทน เงื่อนไขเดียวที่มีคือ ลูกค้าต้องล้างกล่องให้สะอาดแล้วรอส่งคืนในออเดอร์ถัดไปหรือนัดส่งคืนเจ้าหน้าที่ภายใน 7 วัน

https://www.facebook.com/indydishthailand/photos/a.538542132994098/1386169574898012