รัฐบาลไทยต้องหยุดฟอกเขียว! เพื่อความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ
ไทยเป็นประเทศอันดับต้นๆของโลกที่มีความเสี่ยงสูงต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการเข้าถึงอาหาร น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ และการพังทลายของระบบนิเวศ
ซ้ำร้าย แผน Net Zero และความเป็นกลางทางคาร์บอนกลายเป็นเครื่องมือของชนชั้นนำและอุตสาหกรรมฟอสซิลเพื่อแก้ปัญหาเทียมรวมถึงเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน(Carbon Capture and Storage) และการชดเชยคาร์บอน(Carbon Offset) โดยที่อุตสาหกรรมฟอสซิลและผู้ก่อมลพิษยังเดินหน้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไปได้
มาร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจังในเชิงโครงสร้าง เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยและเป็นธรรมสำหรับเราทุกคน

-

องค์กรสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมจัดเวทีสถานการณ์ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน “เปลี่ยนหลักการสู่การปฏิบัติ”
กรุงเทพมหานคร, 20 พฤศจิกายน 2568 – องค์กรสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมกว่า 17 องค์กรร่วมจัดเวทีเสวนาสาธารณะเพื่อทบทวนแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย (NAP – 2566-2570) พร้อมยื่นข้อเรียกร้องจากประชาชนและภาคประชาสังคมด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชนต่อนายกรัฐมนตรีโดยมี ดร. รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนรับข้อเรียกร้องจากภาคประชาชนและกล่าวปิดงานว่า
-

เสียงจากชุมชน: โรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์และ 18 ปีของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ไม่เคยเป็นธรรม
การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานที่เป็นธรรมสำหรับรัฐบาลมีหน้าตาอย่างไร? ขณะนี้ตัวแทนรัฐบาลไทยกำลังร่วมการประชุมรัฐภาคีภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 หรือ COP30 พร้อมกับแผน NDC 3.0 ที่อ้างว่าจะพาประเทศเร่งสู่ Net Zero ให้คำมั่นกับนานาชาติในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย แต่ขณะเดียวกันก็ผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลอย่างต่อเนื่อง เช่นนี้แล้ว ระยะทางอีกไกลเท่าไรประเทศไทยถึงจะไปถึงจุดหมายที่เรียกว่า Net Zero
-

NDC 3.0: แผนลดก๊าซเรือนกระจกของไทยที่อาจสะดุดตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยได้ยื่น ข้อกำหนดและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (NDC) ฉบับที่ 3.0 ต่อกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของประเทศไทยที่จะให้คำมั่นสัญญาบนเวที COP30 ที่จะจัดขึ้น ณ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ระหว่างวันที่ 10-20 พฤษจิกายนนี้ เพื่อประกาศเจตจำนงของประเทศในการเร่งรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งด้าน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการปรับตัว (Adaptation) ในทิศทางระยะยาว