เพราะวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เรากำลังเผชิญ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากโครงสร้างนโยบายที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และผลักภาระไปสู่ประชาชน จนกลายเป็นวิกฤต สิทธิมนุษยชน 

ในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ กรีนพีซ ประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธินิติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (EnLaw) เข้าพบพรรคการเมือง เราได้นำเสนอ ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศภายใต้กรอบใหญ่ 4 ประเด็นสำคัญ เพื่ออนาคตที่เป็นธรรมและยั่งยืนสำหรับทุกคน

  • ความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Justice)
  • โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ-ธุรกิจ กับสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม
  • สิทธิชุมชน ชนเผ่าพื้นเมืองและชาติพันธุ์กับการปกป้องและบริหารจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • มลพิษจากอุตสาหกรรม ปัญหามลพิษพลาสติก ฝุ่นพิษ PM2.5 และมลพิษข้ามพรมแดน

การเลือกตั้งปี 69 คือการตัดสินใจเลือกอนาคตของประเทศ ไม่ใช่เพียงการเลือกผู้แทนราษฎร ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ และสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กฎหมายและนโยบายที่ผ่านมายังขาดกลไกคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี และปลอดภัยได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันรูปแบบการพัฒนาที่ไม่เป็นธรรมได้สร้างความเหลื่อมล้ำทาง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม ทรัพยากรถูกจัดการโดยไม่ฟังเสียงของชุมชน

นอกจากเรื่องนโยบายสิ่งแวดล้อมแล้ว เราเองยังคาดหวังว่าพรรคการเมืองต้องมีเจตจำนงอย่างชัดเจนเรื่องการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อผลักดันให้มีบทบัญญัติรับรองสิทธิของประชาชนในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย การปกป้องสภาพภูมิอากาศ และการคุ้มครองฐานทรัพยากรธรรมชาติไว้ในกรอบกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพื่อเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นอนาคต


ร่วมสนับสนุนการทำงานของกรีนพีซ

เราทำงานรณรงค์เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การวิจัยข้อมูล รายงานทางวิทยาศาสตร์ และรณรงค์กับประชาชนด้วยข้อมูลเหล่านี้