13 กุมภาพันธ์ 2569 นี้  กระบวนการยุติธรรมต้องยืนหยัดเคียงข้างชุมชนบ้านกะเบอะดิน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ 

Kaboedin community is one of two communities that live nearby the projected Omkoi coal mine which is planned to be built on an area of 454,520 square meters. The Environment Impact Assessment report (EIA) of this project does not cover details of the use of water resources. This may affect the creek, the main water resource of the community. Communities may no longer use water resources which are the main factor in agriculture as well as for daily consumption.
© Chanklang Kanthong / Greenpeace

ศาลปกครองเชียงใหม่มีกำหนดนัดฟังคำสั่งของศาลปกครองสูงสูดในกรณีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โครงการเหมืองถ่านหินอมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิชุมชนและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง

การนัดรับฟังคำสั่งในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่กระบวนการยุติธรรมต้องยืนหยัดเคียงข้างชุมชนบ้านกะเบอะดิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพิทักษ์สิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน และความเป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

โครงการดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการบริษัท 99 ธุวานนท์ จำกัด ยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองถ่านหิน เมื่อปี 2543 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 284 ไร่ 30 ตารางวา โดยรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับปี 2563 ซึ่งต่อมาศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับโครงการเหมืองแร่ถ่านหินอมก๋อย ได้ระบุว่า ถ่านหินที่ขุดได้เกือบทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานปูนซีเมนต์ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จังหวัดลำปาง

ชุมชนกะเบอะดิน ได้แสดงจุดยืนคัดค้านโครงการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 หลังตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อวิถีชีวิต สุขภาพ และทรัพยากรในพื้นที่ ต่อมาในปี 2565 ตัวแทนชุมชนและเครือข่ายได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่เพื่อขอเพิกถอนมติเห็นชอบรายงาน EIA และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว 

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 ศาลปกครองเชียงใหม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับโครงการเหมืองแร่ถ่านหินอมก๋อย โดยมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่งผลให้บริษัท 99 ธุวานนท์ จำกัด ไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเหมืองแร่ในพื้นที่บ้านกะเบอะดิน ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ได้จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ผู้ถูกฟ้องคดีได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าวต่อศาลปกครองสูงสุดเช่นเดียวกัน

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ศาลปกครองเชียงใหม่ได้นัดฟังคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดใน “กรณีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว” ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ณ ศาลปกครองเชียงใหม่

กรีนพีซ ประเทศไทย ขอแสดงจุดยืนยืนหยัดเคียงข้างชุมชนบ้านกะเบอะดิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ การพิจารณาคดีในครั้งนี้และในกระบวนการถัดไป จำเป็นต้องยึดหลักสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนเป็นแกนกลาง ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยในฐานะภาคีตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( UNGPs) มีหน้าที่ต้องปกป้องสิทธิของประชาชน และต้องพิจารณาผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการของบริษัท 99 ธุวานนท์ จำกัด รวมถึงการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ทั้งนี้ การพิจารณาคดีต้องเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิของชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติอย่างแท้จริง

การนัดรับฟังคำสั่งในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในกระบวนการยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย และเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนให้ความสำคัญ หลังจากการรอคอยและการต่อสู้อย่างยาวนาน ขณะเดียวกันที่การพิจารณาคดีในสาระสำคัญยังคงอยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนและแสวงหาข้อเท็จจริงของศาลปกครองเชียงใหม่ ซึ่งยังไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดที่ชัดเจน

ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีนับตั้งแต่วันที่มีการยื่นฟ้องคดี ชุมชนยังคงยืนหยัดคัดค้านโครงการเหมืองแร่ถ่านหินอย่างเข้มแข็ง เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตของตนเอง

ดังนั้น การพิจารณาในครั้งนี้จึงมิได้เป็นเพียงขั้นตอนทางกฎหมายเท่านั้น แต่หากสะท้อนความสำคัญของการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมของภาคประชาชน วันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่สังคมสามารถติดตามอย่างใกล้ชิด ในฐานะคดีที่มีนัยต่อสิทธิชุมชนและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของประเทศ

———————– 

หมายเหตุ

ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนร่วมติดตามและทำข่าว โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก เชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าว (1).pdf