ชนเผ่าพื้นเมืองชาติพันธ์ุและชุมชนท้องถิ่นช่วยดูแลรักษาที่ดินและผืนน้ำมาหลายชั่วอายุคน พวกเขาดูแลตั้งแต่ป่าชายเลน ไปจนถึงพื้นที่ชายฝั่งที่คอยหล่อเลี้ยงสายพันธ์ุสัตว์น้ำที่สำคัญ ระบบนิเวศนี้มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต คุณภาพชีวิตที่ดี และประเพณีวัฒนธรรมของผู้คนเหล่านี้ และมีส่วนช่วยให้ถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตเจริญเติบโต โดยมีหลักฐานที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าระบบนิเวศและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าภายใต้การดูแลของชนเผ่าพื้นเมืองชาติพันธ์ุและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งอาศัยความเชี่ยวชาญที่เรียนรู้และสั่งสมมาอย่างยาวนานในการปกป้องทรัพยากร ทั้งนี้ ชนเผ่าพื้นเมืองชาติพันธ์ุและชุมชนท้องถิ่นกลับถูกปฏิเสธสิทธิที่พึงได้รับบนพื้นที่เหล่านี้  เพราะผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกำลังขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน และยิ่งซ้ำเติมวิกฤตสภาพภูมิอากาศและวิกฤตธรรมชาติให้แย่ลง

อย่างไรก็ดี เริ่มมีความเข้าใจและการสนับสนุนแนวทางการอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ด้วยการยึดแนวทางบนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมี กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ที่ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลกเป็นกรอบงานที่สำคัญที่สุด กรอบงานนี้ได้รับการรับรองโดยภาคีสมาชิก 196 ประเทศ ในอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ แห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565

กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล มีข้อบัญญัติที่สร้างความหวัง ซึ่งหากบังคับใช้อย่างเหมาะสม จะสามารถรับรองและคุ้มครองสิทธิ ในเป้าหมายที่ 3, 19, 22 และหมวด C ได้ โดยหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือเป้าหมายที่ 3 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่อนุรักษ์ ที่มีการบริหารอย่างเป็นธรรม พร้อมทั้งวางพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) และเขตแดนดั้งเดิมของชนพื้นเมือง (Indigenous and Traditional Territories: ITTs) ให้เป็นแนวทางในการบรรลุเป้าหมายการอนุรักษ์เชิงพื้นที่ร่วมกัน

เวทีนโยบายวิทยาศาสตร์ระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและบริการจากระบบนิเวศ (Intergovernmental Panel for Biodiversity and Ecosystem Services: IPBES) ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า การลงทุนในแนวทางการอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชนเผ่าพื้นเมืองชาติพันธ์ุและชุมชนท้องถิ่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญ  แต่จนถึงปัจจุบัน การนำกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลมาใช้วางนโยบายระดับชาติและการบังคับใช้จริงภายในประเทศยังคงไม่เพียงพอ  สมาชิกต่างล่าช้าในการปรับแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (National Biodiversity Strategies and Action Plans: NBSAPs) ให้สอดคล้องกับกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล อีกทั้งการนำแนวทางบนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน (Human Rights-Based Approaches) ไปบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติก็ยังคงมีอยู่จำกัด

นอกจากนี้ พื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้การจัดการของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจผูกขาด ขณะที่พื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลที่นำโดยชุมชนท้องถิ่นและได้รับการรับรองในระดับสากลกลับมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น การยื้อแย่งความสำคัญของอุตสาหกรรมเพื่อให้เป็นวาระระดับชาติในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ขูดรีดทรัพยากรธรรมชาติ  กลายเป็นตัวขัดขวางการขับเคลื่อนการอนุรักษ์บนฐานของสิทธิมนุษยชนซึ่งนำโดยชุมชน ถือเป็นการย้อนแย้งโดยสิ้นเชิงต่อความมุ่งมั่นของประเทศที่ได้ให้ไว้

รายงานฉบับนี้นำเสนอหลักฐานเพื่อสนับสนุนนโยบายและแผนงาน ที่มุ่งรับรองและเคารพต่อการมีส่วนร่วม สิทธิ ภูมิปัญญา ความเชี่ยวชาญ รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาของชนเผ่าพื้นเมืองชาติพันธ์ุและชุมชนท้องถิ่น ในฐานะผู้มีบทบาทหลักในการอนุรักษ์ระบบนิเวศทะเลและชายฝั่ง โดยใช้กรณีศึกษาจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ชิลี เซเนกัล ศรีลังกา และประเทศไทย เพื่อเน้นย้ำว่าชนเผ่าพื้นเมืองชาติพันธ์ุและชุมชนท้องถิ่นมีศักยภาพในการเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก ทั้งนี้ พวกเขากลับถูกขัดขวางด้วยนโยบายและการลงทุนของภาครัฐที่ไม่เพียงพอและย้อนแย้ง ดังนั้น รายงานฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและเพิ่มความตระหนักรู้ต่อบทบาทนำของชุมชนในการอนุรักษ์พื้นที่ โดยมุ่งเน้นไปที่สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง

ในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ครั้งที่ 17 (Conference of the Parties to the Convention on Biological Diversity: CBD COP17)  ซึ่งจะมีการทบทวนผลการดำเนินงานตามกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลจากทั่วโลกเป็นครั้งแรก 

ข้อเสนอแนะในรายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อขับเคลื่อนกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล โดยรวมถึงเป้าหมาย 30×30 เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ในการมีชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยข้อเสนอแนะหลัก คือการที่รัฐบาลต้องยกระดับและเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายตามกรอบงาน คุนหมิง-มอนทรีออล รวมถึงเป้าหมาย 30×30 ให้ได้ โดยให้ความสำคัญกับการรับรองและการลงทุนในแนวทางอนุรักษ์ฐานสิทธิมนุษยชน 

เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมทางมหาสมุทรนี้ รายงานฉบับนี้ตระหนักถึงสิ่งที่ชุมชนท้องถิ่นและ ชนพื้นเมืองเรียนรู้มาโดยตลอด นั่นคือ ชีวิตที่ดีของมนุษย์และโลกนั้น ต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เราไม่สามารถปกป้องสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ได้ โดยละเลยอีกสิ่งหนึ่งได้