6 มิถุนายน 2569

เรียน เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ชุมชนชายฝั่งในอำเภอจะนะและอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชน มีความประสงค์ขอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณารับรองพื้นที่ “เลชุมชน จะนะ-เทพา” เป็นพื้นที่คุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง หรือ Other Effective Area-based Conservation Measures (OECMs) โดยชุมชน

หากพื้นที่ “เลชุมชน จะนะ-เทพา” ได้รับการรับรองเป็นพื้นที่ OECMs จะนับเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากจะเป็นพื้นที่ OECMs แห่งแรกที่ริเริ่มและยื่นเสนอโดยชุมชนชายฝั่ง ในขณะที่พื้นที่ OECMs ที่ได้รับการรับรองในประเทศไทยในปัจจุบันจำนวน 5 แห่ง ล้วนเป็นพื้นที่ที่เสนอและบริหารจัดการโดยภาคเอกชน การพิจารณารับรองพื้นที่ดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ตามเป้าหมายเชิงตัวเลขเท่านั้น แต่เป็นการยอมรับบทบาทของชุมชนท้องถิ่นในฐานะผู้ดูแล ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้วยตนเอง 

ในช่วงปี 2567-2569 ชุมชนชายฝั่งของ อ.จะนะ และ อ.เทพา ได้ร่วมกันจัดทำกระบวนการให้ความเห็นชอบโดยเสรี ล่วงหน้า และได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน (Free, Prior, and Informed Consent: FPIC) เพื่อยื่นขอรับรองพื้นที่ทะเลและชายฝั่งของจะนะ-เทพาเป็นพื้นที่ OECMs โดยมีกรีนพีซ ประเทศไทย สนับสนุนกระบวนการจัดทำข้อมูลและการมีส่วนร่วมของชุมชน และมีอาจารย์ชวลิต วิทยานนท์ เป็นที่ปรึกษา 

พื้นที่ที่ชุมชนเสนอให้เป็น OECMs ครอบคลุมพื้นที่ “เลชุมชน” ตามแนวชายฝั่งระยะทาง 57 กิโลเมตรและยื่นออกไปในทะเลยาว 8 ไมล์ทะเล พื้นที่นี้ครอบคลุมถึงคลองนาทับ และป่าชายหาด คิดเป็นพื้นที่ขนาด 647.25 ตารางกิโลเมตร โดยไม่นับรวมพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง-แหลมขาม พื้นที่ดังกล่าวครอบคลุม 7 ตำบลชายฝั่ง ได้แก่ ต.นาทับ ต.ตลิ่งชัน ต.สะกอม ในเขต อ.จะนะ และ ต.สะกอม  ต.เกาะสะบ้า ต.เทพา ต.ปากบาง ใน อ.เทพา จ.สงขลา

กระบวนการจัดทำข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรในพื้นที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างชุมชนชายฝั่ง อำเภอจะนะและอำเภอเทพา กับกรีนพีซ ประเทศไทย โดยมีชุมชนและกลุ่มท้องถิ่นเข้าร่วมประกอบไปด้วย (1) กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งบ้านสวนกง (2) วิสาหกิจกลุ่มสตรีแปรรูปอาหารทะเลบ้านนาทับ (3) วิสาหกิจชุมชน Wave of Love เรือโซลาร์เซลล์ (4) กลุ่มป่างามรักถิ่น (5) กลุ่มธนาคารปูม้า บ้านบ่อโชน (6) องค์กรชุมชนประมงใหม่สะกอมเทพา (7) กลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านกรงอิตำ  (8) ธนาคารปูม้า หัวเขื่อนปากน้ำเทพา (9) กลุ่มเทใจให้เทพา 

ชุมชนชายฝั่งเหล่านี้เป็นผู้ดูแลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งมาอย่างยาวนาน ผ่านวิถีประมงพื้นบ้าน การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการกำหนดกติกาชุมชนเพื่อดูแลทะเลหน้าบ้านของตนเอง ชุมชนได้ร่วมกันวางแนวทางการดูแลทรัพยากรทะเลและชายฝั่งด้วยกัน เช่น การสร้างบ้านปลาเพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดตั้งธนาคารปูเพื่อให้แม่ปูที่มีไข่นอกกระดองได้สลัดไข่ปล่อยลูกปูวัยอ่อนลงสู่ทะเลก่อนนำแม่ปูไปขาย รวมถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งและแหล่งอาหารของชุมชน 

“ทะเลหน้าบ้าน” เป็นทั้งแหล่งทำมาหากิน แหล่งอาหาร แหล่งภูมิปัญญา และพื้นที่ทางวัฒนธรรมของชุมชนชายฝั่ง การดูแลทะเลหน้าบ้านจึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นการปกป้องความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจท้องถิ่น วิถีชีวิต และอนาคตของคนรุ่นถัดไป 

อย่างไรก็ดี การจัดการพื้นที่อนุรักษ์โดยชุมชนในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดเนื่องจากกติกาและมาตรการดูแลพื้นที่ทะเลหน้าบ้านยังไม่ได้รับการยกระดับให้มีสถานะหรือการรับรองทางกฎหมายว่าเป็นเครื่องมือการจัดการที่ได้มาตรฐาน ทำให้ความพยายามของชุมชนในการอนุรักษ์ฟื้นฟู และปกป้องทรัพยากรในพื้นที่ยังขาดน้ำหนักเมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรือการใช้ทรัพยากรที่ไม่ยั่งยืน

การยกระดับพื้นที่ “เลชุมชน จะนะ-เทพา” เป็นพื้นที่ OECMs จึงเป็นแนวทางสำคัญในการเสริมความมั่นคงให้กับการอนุรักษ์โดยชุมชน ทำให้กติกาและการดูแลทรัพยากรที่ชุมชนดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องได้รับการมองเห็นในระดับนโยบายมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงกับเป้าหมายการคุ้มครอง ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนของประเทศไทย 

ชุมชนได้ร่วมกันตั้งชื่อพื้นที่ OECMs นี้เป็นภาษาถิ่นว่า “เลชุมชน” โดยให้คำนิยามว่า พื้นที่ทะเลและชายฝั่งหน้าบ้าน อันเป็นแหล่งทำมาหากินของประมงชายฝั่ง เป็นที่ที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลและจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการดูแลและจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพราะทะเลหน้าบ้านคือแหล่งก่อเกิดภูมิปัญญา วิถีชีวิต และเศรษฐกิจของชุมชน นอกจากนี้ เลชุมชนยังรวมถึงการจัดการใช้ประโยชน์จากชายหาด และการจัดการสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ

จากกระบวนการให้ความเห็นชอบต่อ “เลชุมชน จะนะ-เทพา” ชุมชนได้ให้เหตุผลถึงความสำคัญของการเสนอพื้นที่ดังกล่าวเป็น OECMs ได้แก่ (1) เพื่อปกป้องระบบนิเวศของทั้งสองเมืองผ่านการบริหารจัดการร่วมกัน (2) เพื่อปกป้องหม้อข้าวหม้อแกงทั้งในยามสงบและยามวิกฤต (3) เพื่อปกป้องวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไป (4) เพื่ออุ้มชูเศรษฐกิจท้องถิ่น (5) เพื่ออนาคตของคนรุ่นถัดไป

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ชุมชนชายฝั่งทั้ง 7 ตำบล จึงมีข้อเรียกร้องต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  1. ขอให้พิจารณารับรองพื้นที่ “เลชุมชนจะนะ-เทพา” เป็นพื้นที่ OECMs อย่างโปร่งใส มีส่วนร่วม และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของชุมชนท้องถิ่น
    พื้นที่เลชุมชนจะนะ-เทพา เป็นความพยายามในการเชื่อมโยงพื้นที่อนุรักษ์ขนาดเล็กที่มีอยู่เดิมให้กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลและชายฝั่งขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์ การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ  และเสริมความสามารถของชุมชนในการรับมือภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อม 
  2. ขอให้รัฐสนับสนุนการอนุรักษ์และบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพโดยชุมชนอย่างต่อเนื่อง
    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ชุมชนชายฝั่งใน อ.จะนะ และ อ.เทพา มีบทบาทสำคัญในการดูแล ฟื้นฟู และบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลด้วยตนเอง ทั้งผ่านการกำหนดกติกาชุมชน การสร้างบ้านปลา การจัดตั้งธนาคารปูม้า และการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง กระบวนการเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งในเชิงนโยบาย วิชาการ เทคนิค และงบประมาณ เพื่อให้การอนุรักษ์โดยชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ พ.ศ. 2566-2570 
  3. ขอให้การวางแผนโครงการพัฒนาขนาดใหญ่คำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ  สิทธิของชุมชน และการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริ
    การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ชายฝั่งควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างรอบด้าน รวมถึงต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่มีความหมาย และเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพียงภายหลังจากที่ทิศทางการพัฒนาได้ถูกกำหนดไปแล้ว การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ตลอดจนการจัดทำแผนพัฒนาใด ๆ  ควรให้ความสำคัญกับสิทธิชุมชน ความมั่นคงทางอาหาร วิถีชีวิต และความยั่งยืนของระบบนิเวศชายฝั่ง โดยต้องอยู่บนหลักการยินยอมโดยเสรี ล่วงหน้า และได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน รวมถึงแนวทางบนฐานสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง

ไทยในฐานะประเทศภาคีของอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity) มีพันธกิจสำคัญในการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ และข้อผูกพันที่ให้ไว้กับประชาคมโลก การกำหนดทิศทางของการพัฒนาประเทศจึงไม่ควรให้ความสำคัญกับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว จนละเลยความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความมั่นคงทางอาหาร สิทธิของชุมชน และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เพราะต้นทุนจากการทำลายสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนจะย้อนกลับมาเป็นภาระของสังคมที่ต้องแบกรับร่วมกันในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ ชุมชนชายฝั่งอำเภอจะนะและอำเภอเทพา พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชน จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณารับรอง “เลชุมชน จะนะ-เทพา” เป็นพื้นที่ OECM โดยชุมชน ด้วยกระบวนการที่โปร่งใส มีส่วนร่วม และเคารพต่อเจตนารมณ์ของชุมชนชายฝั่ง เพื่อให้ทะเลและชายฝั่งจะนะ-เทพายังคงเป็นแหล่งอาหาร แหล่งชีวิต แหล่งวัฒนธรรม และมรดกทางธรรมชาติของคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นถัดไป 

ขอแสดงความนับถือ

ชุมชนชายฝั่งอำเภอจะนะและอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
เครือข่ายภาคประชาชน
และ กรีนพีซ ประเทศไทย