จริงๆ แล้ว ปี 2563 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิเสธพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งของไทย ผลสำรวจของ Kantar ผู้นำด้านข้อมูลเชิงลึกและที่ปรึกษาการตลาดระดับโลก พบว่า ขยะพลาสติก เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คนไทยตระหนักมากที่สุดเป็นอันดับ 1 สูงถึง 18% มากกว่าค่าเฉลี่ยจากผลสำรวจประชากรทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 15% ของผู้คนทั้งหมด โดย 63% ของคนไทยมองว่าขยะพลาสติกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมหลักติด 5 อันดับแรก อีกด้านหนึ่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) จับมือโมเดิร์นเทรด เลิกแจกถุงพลาสติกให้ลูกค้าถาวร ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา ในขณะที่ตลาดสด ร้านขายของชำ รัฐขอความร่วมมือขยับปรับตัวตาม ตั้งเป้าเลิกใช้ทั่วไทย 1 มกราคม 2564 พร้อมดันกฎหมายบังคับใช้ควบคู่การประชาสัมพันธ์ นับเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการต่อกรกับมลพิษพลาสติกภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573  แต่วิกฤต  COVID-19 พลิกผันสถานการณ์นี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ

เนื้อหาโดยสรุป

  • เมื่อวิกฤต Covid-19 ทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง เราจึงพอคาดการณ์ถึงปริมาณขยะจากการบริโภคของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล เราหวังว่า วิกฤตการระบาดของไวรัส COVID-19 จะไม่สร้างปัญหาใหม่ คือ มลพิษพลาสติกและวิกฤตการจัดการของเสีย
  • ปี 2564 จะไม่ใช่ปีของการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่เป็นปีที่เรายังคงเดินหน้าลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง มุ่งสู่การใช้วัสดุอุปกรณ์ใช้ซ้ำและนำภาชนะไปเติม เพื่อลดบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง
  • เมื่อกระบวนการรีไซเคิลและการจัดการขยะยังไร้ประสิทธิภาพและไม่มีความยั่งยืนที่จะจัดการขยะ แล้วยังมีขยะจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นในช่วงเกิดวิกฤตและหลังจากเกิดวิกฤตอีก ถ้าเรายังไม่ตระหนักถึงมลพิษพลาสติกที่จะเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงช่วงหลังจากนี้ และเปิดให้ใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เราจะต้องเผชิญกับวิกฤตทางนิเวศวิทยาจากมลพิษพลาสติกทบเท่าทวีคูณ
  • รัฐบาลต้องยกระดับ roadmap ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ใหม่อย่างเร่งด่วน เริ่มต้นการตั้งเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะลงให้มากที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพการแยกขยะในทุกระดับ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนให้เห็นว่าการแยกขยะเป็นหัวใจสำคัญของการลดปริมาณขยะ

ความพยายามที่สูญเปล่า?

นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอาสาสมัครกรีนพีซร่วมกันเก็บขยะบริเวณอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ทางขึ้นดอยสุเทพ ถนนศรีวิชัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และสำรวจแบรนด์จากขยะพลาสติกที่พบ
กรีนพีซจัดกิจกรรม เก็บ สังเกต บันทึก รู้จักที่มาของขยะผ่านแบรนด์ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลขยะพลาสติกที่พบว่ามีชนิดใดและมาจากแบรนด์ใดมากที่สุด และเรียกร้องให้บริษัทต่างๆแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหามลพิษอันเกิดจากขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง 
การสำรวจขยะพลาสติกที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ของหลายองค์กรทั่วโลก ภายใต้การรณรงค์ลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Break Free From Plastic)

เราได้เห็นการฟื้นคืนชีพของพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งอีกครั้ง ร้านกาแฟต่างๆ ประกาศงดรับภาชนะใช้ซ้ำของลูกค้า พนักงานของร้านบริการเฉพาะแก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งของทางร้าน ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งประกาศงดรับภาชนะใช้ซ้ำของลูกค้าที่พวกเขานำไปใส่อาหารสด ร้านอาหารและร้านกาแฟถูกบังคับให้บริการแบบซื้อกลับบ้านเท่านั้น และเมื่อประชาชนจำเป็นต้องอยู่แต่ในบ้าน การบริการสินค้าแบบเดลิเวอรี่จึงได้รับความนิยมอย่างมาก ข้อมูลจากผู้ให้บริการส่งอาหารแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ยอดการใช้บริการดิลิเวอรี่เพิ่มขึ้นจากภาวะปกติถึง 3 เท่า 

เมื่อวิกฤต Covid-19 พลิกโลกเช่นนี้ เราจึงพอคาดการณ์ถึงปริมาณขยะจากการบริโภคของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล ในประเทศไทยมีข้อมูลระบุว่า ขยะจากบริการส่งอาหาร ประกอบด้วยถุงพลาสติก กล่องพลาสติก และพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นช้อน ส้อม ไม้จิ้ม เพิ่มขึ้น 15% จาก  1,500 ตันต่อวันเป็น 6,300 ตันต่อวัน รายงานข่าวยังระบุด้วยว่าปริมาณขยะพลาสติกซึ่งเดิมอยู่ในราว 2 ล้านตันต่อปี ได้เพิ่มขึ้นอีก 30% และเมื่อขยะส่วนใหญ่ปนเปื้อนเศษอาหารและไม่มีการแยกขยะที่เหมาะสม ในที่สุดวัสดุเหลือใช้ทั้งหลายก็จะถูกนำไปสู่หลุมฝังกลบ  

Students from the Faculty of Mass Communication, Chiangmai University and Greenpeace volunteers pick up trash at Kruba Sriwichai monument in Chiangmai province.

Greenpeace Thailand conducts a plastic brand audit activity at Doi Suthep in Chiangmai. The activity is part of the Break Free From Plastic movement. It aims to gather data on corporate plastic pollution found in communities across the world and calls on corporations to take responsibility for the plastic pollution problem caused by single-use plastic.

เราหวังว่า วิกฤตการระบาดของไวรัส COVID-19 จะไม่สร้างปัญหาใหม่ คือ มลพิษพลาสติกและวิกฤตการจัดการของเสีย และปี 2564 จะไม่ใช่ปีของการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่เป็นปีที่เรายังคงเดินหน้าลดใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง มุ่งสู่การใช้วัสดุอุปกรณ์ใช้ซ้ำและนำภาชนะไปเติม เพื่อลดบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งที่มาพร้อมกับสินค้า 

ใครใช้โอกาสจากวิกฤตในครั้งนี้

งานวิจัยที่ทำในสหรัฐอเมริกา แจกแจงรายละเอียดให้เห็นว่า ท่ามกลางวิกฤต Covid-19 อุตสาหกรรมพลาสติกอาศัยความวิตกกังวลของประชาชนเพื่อผลักดันและขยายการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งและปัดตกข้อเสนอกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติก จดหมายจากผู้อำนวยการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติก ในสหรัฐอเมริกาถึงรัฐมนตรีกระทรวงสุขภาพและการบริการมนุษย์ระบุว่าขอให้ยุติการยกเลิกใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งเพราะมันเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในการต่อสู้กับการระบาดของไวรัส Covid-19

งานวิจัยใน the New England Journal of Medicine พบว่า COVID-19 อยู่กับผิวพลาสติกได้ถึงสามวัน เราได้เห็นผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการทิ้งพลาสติกหลังการใช้ การที่ไวรัสสามารถอยู่บนผิวพลาสติกได้นานกว่าบนผิวกระดาษหรือวัสดุอื่นๆ อาจเกิดความเสี่ยงขึ้นหากมีผู้มาสัมผัสวัสดุพลาสติกที่ถูกทิ้งออกไป

ในประเทศไทย อุตสาหกรรมพลาสติกเปิดเผยว่า ยอดขายพลาสติกภายในประเทศและส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40-50 ในช่วงของการล็อคดาวน์และยอดขายในหมวดหมู่บรรจุภัณฑ์อาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และระบุเพิ่มเติมว่า ยอดขายบรรจุภัณฑ์อาหารย่อยสลายได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 อีกด้วยขณะที่ สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทยมองว่า รัฐบาลควรขยับ Roadmapการจัดการขยะพลาสติกออกไป โดยเฉพาะแผนเดิมที่กำหนดให้ตลาดสดในการดูแลของราชการห้ามใช้ถุงพลาสติกวันที่ 1 มกราคม 2564 รวมไปถึงการกำหนดระยะเวลางดใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทั้งหมดภายในในปี 2565

In June and July 2019, Greenpeace Hong Kong visited 56 Hong Kong supermarkets from 12 chains and collected data on 12,141 items.  Greenpeace survey finds that over 50% of extra plastic wrapping is made by the supermarket itself. 
Greenpeace urges the supermarkets to set up package-free zones to encourage the consumer to go plastic-free. Plus, supermarkets should examine the volume of plastic used and establish a timetable for plastic waste reduction.

เมื่อกระบวนการรีไซเคิลและการจัดการขยะยังไร้ประสิทธิภาพและไม่มีความยั่งยืนที่จะจัดการขยะก่อนวิกฤตโควิด แล้วยังมีขยะจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นในช่วงเกิดวิกฤตและหลังจากเกิดวิกฤตอีก ถ้าเรายังไม่ตระหนักถึงมลพิษพลาสติกที่จะเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงช่วงหลังจากนี้ และเปิดให้ใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เราจะต้องเผชิญกับวิกฤตทางนิเวศวิทยาจากมลพิษพลาสติกทบเท่าทวีคูณ และนี่ไม่ใช่อนาคตที่เราต้องการ

แน่นอนว่า เราต้องให้ความสําคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส แต่เราไม่ควรปล่อยให้เกิดสถานการณ์ที่มีการใช้วิกฤตโรคระบาดมาเป็นข้ออ้างในการเพิ่มพลาสติกใช้แล้วทิ้ง

มุ่งไปสู่อนาคตที่เราต้องการ

แม้ในสถานการณ์ปกติการยกเลิกพลาสติกใช้แล้วทิ้งภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 ยังถูกพิจารณาจากหลายฝ่ายว่าล่าช้าเกินไปไม่ทันต่อวิกฤตมลพิษพลาสติกที่เกิดขึ้น ในขณะที่วิกฤต Covid-19 ส่งผลให้เกิดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งเพิ่มขึ้นในปริมาณมหาศาล ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ แทนที่จะขยับ roadmap ออกไป รัฐบาลต้องยกระดับ roadmap ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ใหม่อย่างเร่งด่วน เริ่มต้นการตั้งเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะลงให้มากที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพการแยกขยะในทุกระดับ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนให้เห็นว่าการแยกขยะเป็นหัวใจสำคัญของการลดปริมาณขยะและนำไปสู่ทางเลือกในการต่อกรกับมลพิษพลาสติก 

More than 20 people joined our plastic-free picnic in Sha Tin, Hong Kong. Participants brought their own bowls and containers to buy food and drinks from restaurants who provide plastic-free choices. This campaign aims to build up a plastic-free community and cut out the plastic waste in our society.

ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาด เรากำลังยืนอยู่บนทางแพร่งที่ต้องเลือก ทางหนึ่งคือภายใต้มาตรการและกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียที่ไม่ยั่งยืนทั้งในทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ที่เอื้อให้มีการผลิตและใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งปริมาณมหาศาลหรืออีกทางหนึ่งคือมุ่งไปสู่การจัดการของเสียที่มีเป้าหมายเพื่อลดขยะ แยกขยะและไร้ขยะซึ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ ก่อให้เกิดการจ้างงานที่มีคุณค่า ถูกสุขลักษณะ ส่งเสริมธุรกิจที่ยั่งยืนและสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือการปกป้องสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติจากภัยคุกคามของมลพิษพลาสติกที่จะตามมาในอีกระลอกหนึ่ง