Manage your cookies preferences

Please select which cookies you are willing to store.

คุกกี้การแสดงผล Always enabled

คุกกี้เหล่านี้จะช่วยให้เราเก็บข้อมูลเชิงสถิติและข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน เช่น ผู้ใช้เว็บไซต์ใช้เวลานานเท่าไรในหน้าเว็บไซต์แต่ละหน้า หรือผู้ใช้คลิกลิงก์อะไรบ้าง ข้อมูลจะถูกเก็บไปเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ greenpeace.org ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นเพื่อการใช้เว็บไซต์ของคุณ การกดยอมรับคุกกี้เหล่านี้ยังจะช่วยให้คุณไม่ถูกตรวจจับด้วยระบบแบนคุกกี้

จากที่มีการกล่าวถึงในย่อหน้า คุกกี้การแสดงผล ด้านบน เราอาจจะติดตั้งคุกกี้ในบราวเซอร์ของคุณซึ่งเป็นคุกกี้บุคคลที่สาม (เช่น คุกกี้จาก Facbook หรือ Google) สำหรับติดตามข้อมูลเพื่อการวางแผนการตลาดที่ดีขึ้นและปล่อยโฆษณาออนไลน์ที่คาดว่าคุณจะสนใจหลังจากที่คุณออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว (คุกกี้กำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่)

รายชื่อเต็มของคุกกี้ที่อาจถูกติดตั้งบนบราวเซอร์ของคุณสามารถดูได้จากด้านบน (ดู ประเภทของคุกกี้ ) และรายละเอียดบางส่วนถึงการที่เราจัดการกับข้อมูลอย่างไรผ่านระบบบุคคลที่สามด้านล่าง

หากมีการยกเลิกการใช้งาน (un-checking) คุกกี้ทั้ง 2 ประเภทด้านบน เราจะเซ็ตคุกกี้เฉพาะในบราวเซอร์ของคุณเพื่อเก็บข้อมูลการใช้งาน ซึ่งจะทำให้คุณไม่ได้รับการติดตามบนเว็บไซต์จนกว่าคุณจะเปลี่ยนใจหรือเคลียร์คุกกี้ในบราวเซอร์

เว็บบราวเซอร์เกือบทั้งหมดอนุญาตให้ควบคุมคุกกี้บางตัวผ่านการตั้งค่าบราวเซอร์ (เช่น การแจ้งเตือนการติดตั้งคุกกี้ใหม่, การยกเลิกการใช้คุกกี้และการตรวจจับคุกกี้) คลิกที่ประเภทบราวเซอร์ของคุณด้านล่าง เพื่อเรียนรู้ข้อมูลผู้ใช้บราวเซอร์ และเรียนรู้การยกเลิกการติดตั้งคุกกี้
Chrome
Firefox
Internet Explorer
Microsoft Edge
Opera
Safari

แม้ว่าสามารถบล็อกคุกกี้ทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตามจะมีผลกระทบทางในด้านการใช้งานเว็บไซต์หลายเว็บไซต์

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ อ่านเพิ่มเติมใน นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้

เรือธงงานรณรงค์ของกรีนพีซ

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เป็นเรือธงสำหรับใช้รณรงค์ของกรีนพีซ เป็นสัญลักษณ์ของการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธีเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมทรัพยากร และสิทธิมนุษยชน  และได้กลายเป็นสัญญาณแห่งความหวัง เรือเรนโบว์ออกปฏิบัติการครั้งแรกในวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2521 โดยมีเป้าหมายในการขัดขวางการล่าวาฬเพื่อการค้าที่ไอซ์แลนด์ โดยออกจากท่าเรือในลอนดอน มีลูกเรือ 24 คน จาก 10 ประเทศ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรือเรนโบว์เป็นแนวหน้าในการขับเคลื่อนงานรณรงค์ของกรีนพีซ โดยเรือสามารถเดินทางไปยังน่านน้ำต่าง ๆ เพื่อเป็นประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ ทำวิจัย ทำการสื่อสารประเด็นสิทธิและสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ใช้เป็นแพลตฟอร์มในการเจรจา โดยมีเป้าหมายในการยุติการทำลายสิ่งแวดล้อม

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ (Rainbow Warrior) เรือธงของกรีนพีซเดินทางมายังประเทศไทยที่จังหวัดชุมพร  ระหว่างวันที่ 8-13 มิถุนายน 2567 และจังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 17- 24 มิถุนายน 2567 เพื่อทำงานร่วมกับชุมชน ภาคประชาสังคม องค์กร และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดันเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล เพื่อปกป้องทะเลไทย และสิทธิชุมชนชายฝั่ง

โครงการ “Rainbow Warrior Ship Tour 2024: Ocean Justice” มีจุดประสงค์เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการอภิปรายถกเถียงอย่างกว้างถึงนโยบายสาธารณะด้านสิทธิของชุมชนในการมีส่วนร่วมในกำหนดเขตพื้นที่และบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อปกป้องทรัพยากรสิ่งแวดล้อมแนวชายฝั่งทะเลไปพร้อมกับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน



Protest Against Oil Exploration in Ibiza. © Pedro Armestre / Greenpeace

จุดเด่นของเรือ

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ลำที่สาม ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานรณรงค์โดยเฉพาะ สามารถแล่นได้เร็วพอ ๆ กับเรือพานิชย์ทั่วไป และมีเรือปฏิบัติการอีกหลายลำที่พร้อมปล่อยลงทะเลได้ในเวลาไม่กี่นาที บนเรือมีจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งช่วยให้เราสามารถมองหาการลักลอบทำประมง และการขนส่งไม้เถื่อน

เรนโบว์ วอร์ริเออร์เป็นศูนย์กลางระบบสื่อสารกลางทะเล โดยมีระบบสื่อสารดาวเทียมบนเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ซึ่งสามารถถ่ายทอดคลื่นวิทยุหรือสัญญาณดาวเทียม ส่งภาพและวิดีโอจากสถานที่เกิดอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมสู่สายตาของคนทั้งโลกได้ทันที

เป็นเรือใบและใช้ลมในการขับเคลื่อนเป็นหลักเพื่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าของเรือทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าและยังสามารถพลังงานมาใช้ภายในเรือ ขณะที่ระบบน้ำมันถูกดัดแปลงให้มีไม่มีการรั่วไหลลงทะเล


งานรณรงค์ในประเทศไทย

เรือเรนโบว์เคยมาไทย ทั้งหมด 5 ครั้ง  โดยการมาในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมภายใต้แคมเปญ Ocean Justice ซึ่งเป็นแคมเปญรณรงค์เพื่อสิทธิชุมชนชายฝั่งจากผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ อุตสาหกรรมประมงทำลายล้าง และอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อทะเล และสทำงานร่วมกับชุมชนชายฝั่งเพื่อในการออกแบบนโยบายและพัฒนาพื้นที่คุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล โดยใช้ความรู้ชุมชนร่วมกับความรู้เชิงวิชาการ ทั้งหมดนี้เพื่อปกป้องระบบนิเวศทางทะเล ความมั่นคงทางอาหาร และชีวิตของผู้คนนับล้านที่พึ่งพิงทรัพยากรชายฝั่ง


เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

Read our Stories

Get to know us

We win campaigns