COP26 คืออะไร?

COP เป็นคำย่อของ Conference of Parties คือการประชุมรัฐภาคีสมาชิกความตกลงพหุภาคีระหว่างประเทศ (multilateral agreement) ต่าง ๆ ภายใต้สหประชาชาติ COP ที่รู้จักกันดี คือการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) โดยเป็นเวทีเจรจาระดับโลกว่าด้วยวิกฤตโลกร้อนที่ดำเนินสืบเนื่องมาเกือบ 3 ทศวรรษ โดย COP26 มีขึ้นที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ (เลื่อนจากปี 2563เนื่องจากสถานการณ์โควิด) ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 12 พฤศจิกายน 2564

การประชุมเจรจาที่กลาสโกว์ (COP26) ถือเป็นเส้นตายที่รัฐบาลจำเป็นต้องบอกให้โลกรู้ว่า จะมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงมากน้อยเพียงใด ความท้าทายคือ มีความพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายที่เคยตกลงกันที่ปารีสเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา นั่นคือ การคงให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม ดังนั้น จะต้องมีการตัดสินใจครั้งสำคัญที่กลาสโกว์เพื่อให้เรากลับมาอยู่ในเส้นทางที่ปลอดภัย

ใครบ้างที่ต้องก้าวขึ้นมา?

นี่เป็นปัญหาระดับโลกและต้องการทางออกระดับโลก ซึ่งผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย ส่วนญี่ปุ่น เยอรมนี และสหราชอาณาจักรอยู่ในสิบอันดับแรก เราจึงต้องการให้กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยที่สุดแสดงภาวะผู้นำและเคลื่อนไหวก้าวหน้าไปกว่าแผนการที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ประเทศในกลุ่ม G20 ปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 80% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก แต่อีกหลายประเทศรวมถึงอินเดีย จีน ออสเตรเลีย ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย และบราซิล ยังไม่ได้ดำเนินแผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศก่อนการประชุมเจรจาสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP26 แต่อย่างใด

หัวใจสำคัญของการประชุมเจรจาครั้งนี้คือการส่งมอบความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศแก่ผู้คนทั้งหลาย และเป็นการตัดสินว่าใครคือเจ้าของอนาคต ระหว่างผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและก่อมลพิษที่แสวงกำไรจากอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ หรือผู้คนที่ต้องรับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นชนเผ่าพื้นเมือง ชุมชนที่เปราะบาง และเยาวชนคนหนุ่มสาวทั่วโลก

มาตรา 6 คืออะไร?

เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรายงานการจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Paris rulebook) มาตรา 6 ในความตกลงปารีสปี 2558 มีความยาวเพียงเก้าย่อหน้า แต่เป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง กรีนพีซตีความว่า มาตรา 6 ส่งเสริมความร่วมมือต่างๆ ระหว่างประเทศเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่รัฐภาคีและภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มองว่า มาตรา 6 เกี่ยวข้องกับการเปิดตลาดโลกเพื่อการชดเชยคาร์บอน(carbon offset)

แท้ที่จริง การชดเชยคาร์บอนเป็นเรื่องหลอกลวงที่อันตราย เพราะไม่ได้ลดการปล่อยคาร์บอนจริงและทำให้การดำเนินการจริงล่าช้าออกไป

การชดเชยคาร์บอนไม่ได้หยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ แต่เป็นเหมือนการลดการปล่อยในบัญชีแยกประเภทที่ผู้ก่อมลพิษทำขึ้นมา ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมทำรายงานการประเมินของ IPCC ระบุว่า โลกจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทันทีในปริมาณมหาศาลและสม่ำเสมอ แต่การชดเชยคาร์บอนนั้นอยู่ตรงกันข้าม โดยเป็นใบอนุญาตให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป สร้างแรงจูงใจในการแปลงทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นสินค้า และเอื้ออำนวยให้บรรษัทและรัฐบาลที่ทรงอิทธิพลเข้ายึดครองผืนแผ่นดินของชุมชนที่เปราะบาง เหยียบย่ำสิทธิมนุษยชน และทำลายระบบนิเวศ 

ภาพรวมที่กรีนพีซเรียกร้องจาก COP26 ที่กลาสโกว์ 

Students in Prague, Czech Republic went on the street to strike on 15th March 2019, demonstrate and demand politicians to act urgently in order to prevent further global warming and climate change. It is a part of the School strike for climate movement, also known as Fridays for Future.
© Petr Zewlakk Vrabec / Greenpeace

กรีนพีซมีความหวังกับ COP26 หรือไม่?

ใช่ เรามีความหวัง เมื่อ 6 ปีที่แล้วการประชุม COP ที่ปารีสนำไปสู่ความตกลงระดับโลกที่แท้จริงโดยมีเป้าหมายเพื่อนำเราออกจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และขณะนี้ เหลือเพียงว่าเราต้องตกลงที่จะดำเนินการอย่างไร นับจากนั้นเป็นต้นมา ความตระหนักรู้ของผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งพร้อมไปกับคลื่นกิจกรรมการเคลื่อนไหวทั่วโลก ทั้งเด็กและเยาวชนจากโรงเรียน ผู้คนนับล้านที่ประท้วงเรียกร้องบนท้องถนน วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นวาระทางการเมืองในการเลือกตั้ง และภาคประชาชนใช้กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลเพื่อต่อสู้ให้ได้มาซึ่งความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศและมีชัยชนะ พลังของประชาชนได้สร้างการเปลี่ยนแปลง

ยุคเชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังสิ้นสุดลง ระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและกระจายศูนย์จากแสงอาทิตย์และลมสามารถผลิตไฟฟ้าในราคาที่สมเหตุสมผลได้ทั่วโลก ราคาแบตเตอรี่ที่ลดลง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีปั๊มความร้อน และความก้าวหน้าต่างๆ ที่มีศักยภาพมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง การคมนาคมขนส่งที่ไปพ้นจากน้ำมันกำลังกลายเป็นความจริง กลุ่มประเทศและบริษัทรถยนต์ทั้งหลาย กำลังยุติการขายเครื่องยนต์สันดาปภายใน ภาคการเงินเองก็ตื่นขึ้นมาในที่สุด ผู้ซื้อพันธบัตรและเจ้าของสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลกบางรายกำลังปรับกลยุทธ์ของตนให้สอดคล้องกับความตกลงปารีส ขณะที่ นักลงทุนชั้นนำระดับโลกบางคนถอนการลงทุนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เป็นความเสี่ยงต่อสภาพภูมิอากาศ และมุ่งลงทุนในระบบพลังงานหมุนเวียน

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าการประชุมเจรจาสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศที่กลาสโกว์จะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ขบวนการเคลื่อนไหวระดับโลกจะยืนหยัดในขณะที่ผู้นำทางการเมืองของเราล้มเหลว ขบวนการเคลื่อนไหวจะขยายเพิ่มขึ้น ทวนกระแสและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มิอาจต้านทานได้

ร่วมกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศกับกรีนพีซ

Related Articles